รถตู้โวยให้ไล่ออก รปภ.สาวโบกธงขอทาง "เอาก้นไปโดนรถ" สุดท้ายคนขับถูกไล่ออกเอง

รถตู้โวยให้ไล่ออก รปภ.สาวโบกธงขอทาง "เอาก้นไปโดนรถ" สุดท้ายคนขับถูกไล่ออกเอง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

รถตู้โรงเรียนไม่จอดทั้งที่ รปภ.หมู่บ้านโบกธงขอทาง อ้างเอา "ก้น" มาโดนรถทำให้เสียหาย คลิปวงจรปิดฟ้องสุดท้ายคนขับถูกให้ออกเอง

(23 ต.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟกบุ๊กรายหนึ่งชื่อได้โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดและโพสต์ข้อความระบุว่า สาวโบกธงขอทาง เจอรถตู้ชนท้าย อ้างเอาก้นไปโดนรถ โวยประธานหมู่บ้านไล่ออก ซึ่งมีผู้ใช้โซเชียลออกมาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บริเวณหมู่บ้านเอื้ออาทรย่านรังสิต จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ นางสาวรัตนาภรณ์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าหมู่บ้านเอื้ออาทรและเป็นบุคคลที่ถือธงในคลิป เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเวลาประมาณ 07.26 น.วันที่ 20 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยตนเองกำลังทำหน้าที่ช่วยระบายการจราจร โดยตนเองโบกธงเป็นสัญลักษณ์ให้รถทางตรงหยุดเพื่อรอบายรถด้านในออก จะเห็นได้ว่าตนเองเอาธงลงในลักษณะให้รถทางหลักหยุด ก่อนที่รถตู้คันตามภาพจะมาถึงโดยที่ไม่ชะลอความเร็ว ทั้งที่ตนเองโบกธงลงนานมาก

โดยจังหวะที่รถมาถึงก็ไม่ยอมหยุดซึ่งเป็นจังหวัดเดียวกับที่รถ จยย. ออกจากซอย หากตนเองเอาธงขึ้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นร้ายแรงได้ จากนั้นรถตู้ก็ไม่ยอมหยุดตนเองจึงต้องไปยืนกั้นด้านหน้า จังหวะที่รถคันสุดท้ายของโครงการออกตนเองอยู่ช่วงกลางถนน คนขับรถตู้ได้ขยับรถมาชนเข้าที่ก้นของตนเอง ตนเองจึงหันกลับไปว่าพี่ปล่อยรถมาชนก้นหนูได้อย่างไรทำไมพี่ถึงปล่อยรถออกมา ก่อนที่ผู้ขับขี่จะชี้หน้าตนเองแล้วขับรถออกไป สิ่งที่ตนเองสงสัยคือ ตนเองเป็นฝ่ายที่เสียหายแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2563 ผู้ขับขี่รถตู้ซึ่งเป็นผู้หญิงได้โทรมาหาประธานนิติบุคคลเพื่อให้ไล่ตนเองออก  จึงมีการเปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบก็เป็นตามภาพที่ปรากฏ ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นรถรับส่งนักเรียนมีนักเรียนเต็มรถ ตนเองก็ห่วงเด็กในรถหากมีผู้ขับขี่ขับรถในลักษณะเช่นนี้

ว่าที่ร้อยเอกเดชา พุ่มพุก เจ้าหน้าที่นิติฝ่ายบุคคลหมู่บ้านเอื้ออาทร กล่าวว่า ได้ทราบข่าวเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 หลังจากที่เหตุการณ์ผ่านมาแล้ว 1 วัน ก่อนหน้านี้ทางนิติยังไม่ทราบเรื่อง ได้รับการร้องเรียนว่าพนักงานของเราไปชนรถเขาทำให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้ที่โทรเข้ามาร้องเรียนบอกว่าให้ไล่พนักงานคนนี้ออกไป หลังจากนั้นก็ได้ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดจึงได้ทราบ พนักงานที่มาอำนวยความสะดวกในการจราจรหน้าหมู่บ้านก็ได้รับมอบหมายอำนาจทางนิติบุคคล ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วน้องที่ปฏิบัติหน้าที่นั้นไม่ได้ไปชนรถตู้แต่อย่างใด ซึ่งทางรถตู้เขาบอกว่าเขามีกล้องหน้ารถแต่ทางเราก็ส่งคลิปกล้องวงจรปิดไปให้ทางฝ่ายรถตู้ซึ่งเป็นพนักงานขับรถโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งดู ส่วนน้องที่ปฏิบัติหน้าที่นั้นพึ่งได้มาทำงานเดือนนี้เข้าสู่เดือนที่ 3แต่ก็ยังยืนยันให้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกทางด้านการจราจรต่อไป

ขณะที่เพจเฟซบุ๊กของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความพร้อมกล้องวงจรปิดระบุว่า ขอทำการชี้แจงเรื่องรถโรงเรียน เนื่องจากตอนนี้มีคลิปข่าวเรื่องรถโรงเรียนสาขาดอนเมืองเบอร์ 14 ซึ่งรถโรงเรียนคันดังกล่าวไปวิ่งให้กับโรงเรียนสาขารังสิต โดยยืมรถไปใช้ 1 ปีแล้ว แต่ทั้งนี้ท่านผู้บริหารโรงเรียนสาขารังสิตได้ทราบเรื่อง และได้ดำเนินการพูดคุยกับบุคคลในคลิปเรียบร้อยแล้ว มีบทลงโทษผู้ทำผิด คือให้ออก และจะกำชับคนขับรถโรงเรียนทุกคน ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง สุภาพ และใจเย็นกว่านี้