ตำรวจแถลงยืนยัน น้ำผสมสารเคมีไม่อันตรายถึงชีวิต ย้ำเป็นไปตามหลักสากล

ตำรวจแถลงยืนยัน น้ำผสมสารเคมีไม่อันตรายถึงชีวิต ย้ำเป็นไปตามหลักสากล
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจเตรียมปิดอนุสาวรีย์ชัยฯ-แยกอโศก ยันรถน้ำผสมสารเคมีไม่ร้ายแรงเป็นตามหลักสากล แจงคลิปรถฉุกเฉินเปลี่ยนเส้นทางผู้ป่วยได้รับการรักษาแล้ว

พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีการยึดคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมคณะราษฎรบริเวณแยกปทุมวันวานนี้ (16 ต.ค.63) ว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามหลักสากล มีการเผยแพร่คำเตือนแล้วทั้งในพื้นที่และผ่านทางสื่อมวลชน ยืนยันไม่ต้องการใช้กำลัง และไม่มีการใช้อาวุธรุนแรงในการสลายการชุมนุมเมื่อวานนี้ มีการใช้เพียงรถฉีดน้ำซึ่งเป็นแบบแรงดันเบา ผสมสารเคมี ที่ตามหลักสากลระบุว่าเหมาะต่อการใช้ควบคุมสถานการณ์ เพื่อระงับยับยั้งเหตุความรุนแรง ส่วนสารเคมีที่ผสมไปในน้ำ จะมีอาการข้างเคียงแค่ระคายเคืองเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หากวันนี้ยังมีการชุมนุมอีก ก็ต้องมีการปฏิบัติเป็นขั้นเป็นตอน ย้ำว่าการชุมนุมในเวลานี้เป็นเรื่องผิดกฎหมาย พร้อมเตือนเรื่องการทำลายระบบขนส่งมวลชน เป็นการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมนุม จำเป็นต้องปิดการจราจรผ่านระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ โดยสถานีรถไฟฟ้า BTS จะปิดให้บริการรวม 14 สถานี ตั้งแต่สถานีอารีย์ ถึงสถานีพร้อมพงษ์ และสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ถึงสถานีศาลาแดง ซึ่งจะเริ่มปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 14.30 น. ส่วนสถานีรถไฟใต้ดินหรือ MRT ปิดให้บริการเส้นทางสายสีน้ำเงินทั้งหมด ตั้งแต่เวลา 12.30 น. ขณะที่สายสีม่วงยังให้บริการได้ตามปกติ ส่วนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ จะปิดแค่สถานีพญาไทเท่านั้น

ส่วนการจราจรพื้นราบ จะมีการปิดการจราจร 2 แห่ง คือ บริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และที่อโศกมนตรี บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี และอโศก-สุขุมวิท โดยจะพิจารณาปิดตามสถานการณ์จริงเท่านั้น ส่วนผู้ที่จำเป็นต้องเข้าโรงพยาบาลใกล้จุดที่มีการปิดการจราจร ได้กำหนดเส้นทางเลี่ยงให้เข้าไปบริเวณด้านหลังของโรงพยาบาลแทนแล้ว

ขณะที่การใช้ทางด่วนลงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ยังสามารถใช้การได้ แต่จะไม่สามารถเข้าไปในวงเวียนได้หากมีการปิดการจราจรไปแล้ว จึงแนะนำประชาชนที่ต้องเดินทางผ่าน 2 จุดนี้ ควรเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น หรือตรวจสอบเส้นทาง ก่อนออกเดินทาง
ทั้งนี้การเลือกปิดเส้นทางทั้งสองจุด เป็นเพียงสมมติฐานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจมีการชุมนุมในพื้นที่ดังกล่าว แต่หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจะมีการปรับเปลี่ยนวิธีการต่อไป พร้อมกับระบุว่าไม่อยากให้เรียกปฏิบัติการดังกล่าวว่าเป็นการใช้ความรุนแรงหรือสลายการชุมนุม แต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุด

ด้าน พ.ต.อ.เอกลักษณ์ ดีรุ่งโรจน์ นายแพทย์ สบ.5 กลุ่มงานศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล รพ.ตำรวจ และ พล.ต.ต.สามารถ ม่วงสิริ สบ.6 รพ.ตำรวจ ระบุว่า ได้รับตำรวจมาดูแลรักษาพยาบาลแล้ว 5 นาย จากการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 1 นาย และวันที่ 16 ต.ค.อีก 4 นาย ส่วนประชาชนได้กระจายไปรักษาตามโรงพยาบาลต่าง ๆ รวม 3 คน ซึ่งทั้งหมดแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว ส่วนเรื่องสารเคมีที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นแก๊สน้ำตาหรือไม่ ยอมรับว่ายังไม่ทราบว่าเป็นสารเคมีชนิดใด ขอเวลาตรวจสอบก่อน ทราบแต่ว่าเป็นสารเคมีที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนทั่วโลก ไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หลังจากนี้อาจให้เจ้าหน้าที่เทคนิคชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้อีกครั้ง