ใครเป็นเจ้าหนี้ทรัมป์ 400 ล้านดอลลาร์ ปริศนาที่น่าสงสัยหลังผู้นำสหรัฐถูกเปิดโปงการเงิน

ใครเป็นเจ้าหนี้ทรัมป์ 400 ล้านดอลลาร์ ปริศนาที่น่าสงสัยหลังผู้นำสหรัฐถูกเปิดโปงการเงิน

ถ้าพิจารณาจากประวัติการเป็นนักธุรกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แล้ว ดูไม่ค่อยน่าจะเชื่อถือหรือน่าไว้ใจนัก เนื่องจากในฐานะประธานบริษัทแล้วเขาต้องยื่นล้มละลายถึง 6 ครั้งตั้งแต่พ.ศ. 2534 -2552 ซึ่งธุรกิจทั้งโรงแรมและคาสิโนซึ่งมีชื่อของเขาเป็นเจ้าของทั้งสิ้นอาทิ โรงแรมทรัมป์ ทัชมาฮาล, ทรัมป์ โฮเต็ล และกาสิโน รีสอร์ต, ทรัมป์ พลาซาและกาสิโน ,ทรัมป์ เอนเทอร์เทนเมนต์และรีสอร์ต ฯลฯ

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์สซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่มีชื่อเสียงในเรื่องรายข่าวได้แม่นตรงที่สุดของอเมริกาได้ตีพิมพ์ข้อมูลการยื่นภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และบริษัทธุรกิจของเขานานกว่า 20 ปีซึ่งทรัมป์ปกปิดอยู่ ได้พบการหลบเลี่ยงภาษีอย่างมโหฬาร โดยอ้างการดำเนินธุรกิจขาดทุนมหาศาล จึงไม่มีการเสียภาษีเงินได้เลยแม้แต่ดอลลาร์เดียว

นายโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งเสียภาษีเงินได้ให้แก่รัฐบาลสหรัฐเพียง 2 ปี ในปี 2559-2560 ซึ่งเป็นปีที่เขาลงสมัครเพื่อรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีและปีแรกในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เขาจ่ายเพียงปีละ 750 ดอลลาร์ (23,790 บาท) ทั้ง 2 ปี ในขณะที่ คนอเมริกันสามัญชนทั่วไป อาทิ กลุ่มครูสอนหนังสือต้องเสียภาษีเฉลี่ยต่อคนปีละ 7,239 ดอลลาร์ พนักงานดับเพลิงเสียภาษีเฉลี่ย ปีละ 5,283 ดอลลาร์ และพยาบาลเสียภาษีเฉลี่ย ปีละ 10,216 ดอลลาร์

อ้างขาดทุนเลี่ยงจ่ายภาษี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เจ้าของธุรกิจยกยอดขาดทุนเพื่อไปลดหย่อนภาษีในปีต่อๆ มาได้ เช่น ในปี 2561 รีสอร์ตสนามกอล์ฟที่ใหญ่ที่สุดของเขาที่ชื่อ ทรัมป์ เนชันนัล ดอรัล ใกล้เมืองไมอามี ขาดทุนไป 162.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และสนามกอล์ฟที่สกอตแลนด์ 2 แห่ง และที่ไอร์แลนด์อีก 1 แห่ง ขาดทุนรวมกัน 63.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นิวยอร์กไทม์ส บอกว่า แบบแสดงรายการภาษีที่ส่งให้กับหน่วยงานสรรพกรของสหรัฐของทรัมป์ทำให้เขาเป็นนักธุรกิจที่ทำเงินได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ก็ทำให้มีการขาดทุนต่อเนื่องซึ่งเขาใช้เพื่อการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีนั่นเอง

ปรากฎว่าช่วง 15 ปีที่ผ่านมานี้ โดนัลด์ทรัมป์ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเลยเป็นเวลา 10 ปี ทั้งๆ ที่ในปี 2561 มีข้อมูลชัดเจนว่า ทรัมป์ได้รับเงินค่าลิขสิทธิ์และรายได้อื่นๆ จากรายการเรียลิตีโชว์ทางโทรทัศน์ชื่อ The Apprentice มากถึงกว่า 13,500 ล้านบาท และทำกำไรจากการลงทุนอาคารสำนักงานในปีนั้นอีกเกือบ 5,600 ล้านบาท แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังแจ้งว่า ในปีนั้นเขาขาดทุนถึง 1,500 ล้านบาท

ยัดค่าใช้จ่ายส่วนตัวลงบัญชีธุรกิจ

นอกจากนี้หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส ยังรายงานว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ใช้วิธีเขียนรายจ่ายทุกอย่างลงในเอกสารภาษี แล้วหักรายจ่ายเหล่านั้นที่มีตั้งแต่ค่าทำผมของตัวเขาเองที่ระบุไว้สูงลิ่วเป็นเงิน 2,200,000 บาท และค่าแต่งหน้าทำผมของอิวานกา ทรัมป์ ลูกสาวของทรัมป์เองเป็นเงินกว่า 3,000,000 บาท โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจทั้งหมด

ยิ่งกว่านั้น เรื่องที่น่ากังวลสำหรับชาวอเมริกันโดยรวม คือ ความมั่นคงของประเทศ หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า ข้อมูลบันทึกภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์และบริษัทหลายแห่งของเขาในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาบ่งชี้ว่า ทรัมป์นั้นไม่จ่ายภาษีเงินได้เลยในช่วง 10 ปี จาก 15 ปีหลัง และยังมีการกู้ยืมเงินกว่า 400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะครบกำหนดชำระในอีก 4 ปีข้างหน้า แต่ใครคือเจ้าหนี้ของประธานาธิบดีทรัมป์นั้นยังไม่มีใครทราบ

สงสัยรัสเซียคือเจ้าหนี้ทรัมป์

นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ตั้งคำถามว่า ประธานาธิบดีทรัมป์นั้นกู้ยืมเงินจากต่างชาติหรือไม่? และใครหรือประเทศใดเป็นเจ้าหนี้ และพวกเขาได้ผลประโยชน์จากประธานาธิบดีสหรัฐหรือไม่? เพราะไม่มีใครรู้ว่าผู้ปล่อยกู้เงินให้ทรัมป์เป็นใคร

นางเพโลซียังชี้ความเป็นไปได้ที่เจ้าหนี้ของทรัมป์อาจเป็น นายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย เนื่องจากดูได้จากนโยบายและท่าทีที่รัฐบาลภายใต้การนำของทรัมป์พยายามผลักดันในช่วงหลายปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นผลดีต่อรัสเซีย

ตัวอย่างของเรื่องนี้ คือ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์พยายามบ่อนทำลายองค์การนาโต โดยเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกประเทศในยุโรปขององค์การนาโตจ่ายเงินให้ทหารอเมริกัน ที่ประจำการในยุโรปเพิ่มมากขึ้น โดยขู่ว่าจะถอนตัวออกจากองค์การนาโตและเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกาจากรัสเซีย ทั้งที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับทราบจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐทุกหน่วยว่ารัสเซียทำการแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐจริง รวมทั้งการไม่สนใจการผนวกรวมไครเมียของประเทศยูเครนโดยรัสเซีย ฯลฯ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เพียงแต่บอกว่าเขาชอบปูติน และปูตินก็ชอบเขา จึงเป็นที่น่าสงสัยยิ่ง

ครับ! เรื่องหนี้สินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ