"ลาล่า-ลูลู่" เปิดใจเคลียร์ ผิดนัดเพื่อนเพราะผู้ชาย ปัญหาสะสมจนทำให้ทะเลาะกัน

"ลาล่า-ลูลู่" เปิดใจเคลียร์ ผิดนัดเพื่อนเพราะผู้ชาย ปัญหาสะสมจนทำให้ทะเลาะกัน

เกิดเป็นปัญหาที่ทำให้มิตรภาพของคำว่าเพื่อนเกือบสั่นคลอน สำหรับ 2 ดูโอ้ ลาล่า และ ลูลู่ อาร์สยาม ที่ก่อนหน้านี้มีเรื่องที่ทำให้ต้องผิดใจกันถึงขั้นไม่พูดคุยกันนานเกือบเดือนเลยทีเดียว จนในที่สุดฝ่ายของ ลาล่า เองก็ทนไม่ไหว ได้หอบดอกไม้ช่อโตไปเซอร์ไพรส์ ลูลู่ และขอโทษกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น จนสามารถกลับมาประสานรอยร้าวกันได้เหมือนเดิม

ล่าสุด ลาล่า-ลูลู่ ได้ควงแขนกันมาเปิดใจผ่านสื่อมวลชนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย ลาล่า ได้ยอมรับผิดเนื่องจากสาเหตุเกิดเพราะเธอลืมนัดที่ให้ไว้กับ ลูลู่ ที่จะไลฟ์ขายของด้วยกัน แต่กลับไปหาแฟนหนุ่ม เล็ก เจษฎา ซึ่งไม่ใช่เพียงครั้งเดียว จึงทำให้ ลูลู่ ไม่พอใจ แต่ตอนนี้ได้เคลียร์ใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยืนยันจะแบ่งเวลาไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแน่นอน

ลาล่า : "ต้องขอบคุณพี่ๆ สื่อมวลชนทุกๆ คนนะคะที่ติดตามเรา 2 คน เอาจริงๆ นะคะตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าเขางอนเรา ด้วยความที่เราเล่นกันเป็นประจำทั้งหนักเบา เราไม่รู้ว่าเขาจะเงียบกับเราหนักขนาดนี้ อันนี้ก็ต้องขอโทษเขาด้วยแหละ มันด้วยสถานการณ์อะไรหลายๆ อย่าง ทำให้ลาล่าคิดเร็วและความจำสั้น ด้วยความที่คนเคยมีงาน ได้ทำงานเยอะๆ ทุกวัน และเขาก็รอเรา ลู่รอล่าในส่วนที่ล่าเป็นคนออกไอเดีย เขารอแสตนบายให้เราไปทำในส่วนเอนเตอร์เทน"

ลาล่า : "แต่พอนัดกันปุ๊บ เราก็ไม่เชิงว่าเห็นผู้ชายสำคัญหรอก แต่จังหวะที่ผู้ชายโทรมาสายสุดท้ายพอดี มันก็เลยกลายเป็นว่าเราไปรับปากฝั่งทางพี่เล็กไว้ ก็เลยพุ่งไปทางนั้นก่อนโดยลืมเขา เรานัดกับเขาหลายๆ อย่าง พอนัดเสร็จปุ๊บ เราก็ดอดไปทำกับฝั่งนั้นก่อนปั๊บ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชุดว่ายน้ำ เรื่องคัฟเวอร์เพลงที่ไปทำกับพี่เล็กก่อน"

ลูลู่ : "คือเราคุยกันมาตลอดค่ะ"

ลาล่า : "แต่ด้วยความคิดเร็ว มันต้องวางของเราก่อนนะ ณ ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าคิดแล้วต้องทำเลย โดยที่ลืมไปเลยว่าเคยคุยกับเขาไว้ จนพอเขาเงียบไป เราก็สงสัยทำไมเริ่มเงียบ เราก็เริ่มว่าเราทำผิดอะไร จนเริ่มเข้าใจเขาแล้ว"

ลาล่า : "หลายๆ คนก็บอกทำไมเราไม่ไปง้อ มันไม่ใช่ไม่ไปง้อ แต่กับคนคนนี้เราง้อเลยไม่ได้ ต้องปล่อยให้เขานิ่ง และด้วยตัวเราเวลาที่จะง้อคนคำพูดอาจจะทำให้เขาไม่พอใจในส่วนที่เราผิด เลยขอรอจังหวะ รอโอกาสดีๆ ที่เขาไม่สามารถปฏิเสธในการง้อของเราได้ เราอยากทำให้เขาประทับใจที่สุด เพราะเราได้ทำในสิ่งที่ทำให้เขาแย่ที่สุดมาแล้ว"

ลูลู่ : "บอกตามตรงว่าลู่เป็นคนเงียบอยู่แล้ว เขารู้ว่าเราเป็นคนยังไง ถ้าอันไหนไม่พอใจหรือไม่ชอบ ลู่จะเป็นคนเงียบ คือเขาจะรู้แล้วว่าตรงนี้ไม่พอใจนะ จะไม่พูด ไม่คุยกัน เพราะเราจะไม่ปะทะกัน ซึ่งตอนนั้นเขาก็รู้แล้วว่าเราโกรธนะ ครั้งแรกมันผ่านไป แต่ในความรู้สึกลู่นะ ทำไมมันมีรอบ 2 รอบ 3 เขาตั้งใจหรือเปล่า โอเคในเมื่อเขาจะไปทำตรงนั้นแล้วก็ปล่อยให้เขาทำไป ในเมื่อเขาทำแล้วมีความสุข"

ลูลู่ : "บอกเลยนะว่าเราไม่ได้โกรธ แต่มันอาจจะนอยด์หน่อยในเรื่องของความรู้สึก เพราะตลอดเวลาเราอยู่ด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน แต่มาวันหนึ่งเขาไปทำกับฝั่งนู่น เราก็เลยแบบ เห้ย! แต่ก็โอเคไม่เป็นไร ถ้าวันหนึ่งเขารู้ตัวว่ามันไม่ใช่ว่าเราจะเอาแต่ฝั่งผู้ชายนะ เราต้องแคร์ความรู้สึกของเพื่อนด้วย เดี๋ยวเขาก็คงกลับมาหาเรา ซึ่งเขาก็ส่งข้อความมา โทรมา ถ้าพูดไปแล้วมันเหมือนแฟนกันอ่ะ เราก็งอนๆ อยู่ เมื่อถึงเวลาที่เราสบายใจก็ค่อยคุยกันแล้วกัน"

ใจตอนนั้นคือคิดว่าเขาทิ้งเราแล้วใช่ไหม ?
ลูลู่ : "บอกเลยว่าเขาจะทิ้งหรือเปล่า ไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง แต่ความคิดคือคิดอย่างนั้น"

ในสายตาเราตั้งแต่เขามีแฟน เขาเปลี่ยนไปไหม ?
ลูลู่ : "ไม่รู้ ต้องถามเขาเองว่าเปลี่ยนไปไหม แต่เราอยู่ด้วยกันกับเขา เราว่าเขาเปลี่ยนไปนะ"

ลาล่า : "มันไม่เชิงทิ้งเพื่อน แต่เขาเลือกว่ามีกิจกรรมเพิ่ม ซึ่งปกติเราจะไปกินข้าวกับเขา แต่พอมีมันก็คือโดนแชร์เวลาไปหาเยอะ เราไปฝั่งนั้นเยอะ ด้วยความที่เรากำลังสนุกกับการทำงานกับฝั่งนั้นด้วย มันเป็นการทำงานแบบใหม่ เราอยากไปศึกษางานกับพี่เขาด้วย เพราะถ้าล่าไม่วางแผนแล้ววันหนึ่งร้องเพลงไม่ได้แล้ว ขึ้นเวทีไม่ได้แล้ว และมาเจอภาวะที่ซบอกเพื่อนร้องไห้อีกแล้ว มันต้องทำยังไง อย่างน้อยๆ ถ้าวันนี้เราทำธุรกิจเราสำเร็จ เรายังจะดึงเพื่อนเรามาได้นะ คือเราคิดเองทำเองแต่ไม่ได้พูดกับเขา มันเลยกลายเป็นว่าใช้เวลาอยู่กับพี่เล็กเยอะกว่าเขา"

ลาล่า-ลูลู่ อาร์สยาม

ตอนนี้เราแบ่งเวลาให้เพื่อนและแฟนยังไงให้ลงตัว ?
ลาล่า : "ตอนที่คุยกับลูลู่เราก็ต้องเข้าใจว่า เราก็ได้วิชาจากเขาในการทำธุรกิจมาพอสมควร ก็เอามาทำแบรนด์ปลาร้าของเราให้มันเป็นประโยชน์ คือ 1 อาทิตย์ จะให้พี่เล็กทั้ง 7 วันก็คงเป็นไปไม่ได้ เราก็ต้องแบ่งเวลาให้ชีวิตเราด้วย แม้กระทั่งตัวเราเองก็ยังต้องให้เวลากับตัวเองด้วย ไม่ใช่ให้ผู้ชายเลย หรือให้ลูลู่หมดเลย แต่ที่แน่ๆ ฐานทัพ ฐานท้องลาล่าก็อยู่กับลูลู่นี่แหละค่ะ เพราะไม่มีใครเข้าใจและดูแลเรา ทำกับข้าวให้เรากินได้อร่อยเท่ากับเขาแล้วอ่ะ"

ลูลู่เองตอนนี้เคลียร์ใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์ พร้อมให้อภัยเพื่อนคนนี้ได้หรือยัง ?
ลูลู่ : "ถ้าไม่ให้อภัยเขา ก็ไม่รู้ว่าจะให้อภัยใคร เพราะตอนนี้ต้องพูดตามตรงเลยว่าเรายังทำงานกันอยู่ ซึ่งถ้าเราไม่พูดไม่คุยกัน เราก็ไม่รู้ว่าจะทำงานยังไง ตลอดเวลาเรามีอะไรเราคุยกันตลอดอยู่แล้ว มีครั้งนี้แหละที่ไม่พูดจริงๆ คือเราต่างคนต่างโตกันแล้ว ถ้าเรารู้สึกยังไงเขาก็รู้เองแหละว่าเราคิดยังไง ยิ่งตอนนั้นถ้าเราพูดว่า ล่าอย่าไปทำนะ ฉันไม่ชอบ เขาอาจจะไม่ชอบก็ได้ เหมือนหวงเขาหรือเปล่าว่าไม่ให้มีผู้ชายนะ มันไม่ใช่ไงคะ ถ้าอนาคตลู่ไม่ได้ทำตรงนี้แล้ว ไปมีผัวเลี้ยงลูก เขาก็ต้องอยู่คนเดียวให้ได้ เขาก็ต้องมีคนที่ดูแล เราก็คิดอีกมุมหนึ่ง แต่ถ้าตอนนั้นให้เราไปคุย เราไม่คุยหรอก เพราะเรานอยด์อยู่ นอยด์จริงๆ"

ลาล่า : "คราวนี้จะจดเป็นคิวไว้เลย ถ้าจะไปจะโทรถามเขาก่อนว่าวันนี้เรานัดอะไรกันไหม ครั้งนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่แรงที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมาเลยค่ะ เพราะปกติถ้าเขาไม่ชอบใจเราจะแค่เลื่อนเก้าอี้หรือเดินหนีแค่นั้นจบ และตอนเย็นกลับบ้านเราก็คุยกันปกติ แต่ครั้งนี้เหมือนเราลืมเช็กว่าเราทำอะไรกับเขาบ้าง"

ลูลู่ : "มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียวค่ะ ต้องบอกเลยว่า 2-3 ครั้งนะ มันไม่ใช่ลืมเล่นๆ มันตั้งใจลืมหรือเปล่าอะไรแบบนี้"

ไม่คุยกันนานกี่วัน ?
ลาล่า : "เกือบเดือนเลยนะ พอปะทะกันก็เหมือนถามคำตอบคำ เราก็คิดว่าไม่เอาดีกว่า อายคน มันเหมือนอารมณ์เด็กๆ ไม่ใช่อารมณ์ผัวเมียที่จะมายืนง้อกัน เลยปล่อยให้ทุกอย่างมันเย็นลงดีกว่า ด้วยความเป็นพี่ในตัวเขา ความรับพี่ชอบที่มีต่อเรามันเยอะ และเราโดนสอนมาจากโปงลางฯด้วย ว่าการเป็นพี่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้อง เป็นพี่ต้องรักน้อง ในความรู้สึกเรานะเขาก็ต้องดัดนิสัยเรา ถ้ายังทำอีกก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เรารู้สึกว่าการที่เสียไปมันทรมานมากเลยนะกับคนที่คุยกันทุกวัน"

แต่การโพสต์ข้อความแขวะกันไปมา คนก็มองว่ามันแรงเหมือนกัน ?
ลูลู่ : "อันนี้ไม่รู้ว่ามันจะไปโดนล่าหรือเปล่านะ แต่เป็นคนที่ถ้าเห็นข้อความอะไรที่มันใช่ ก็จะเป็นคนโพสต์แบบนั้นอยู่แล้ว"

ลาล่า : "คือแคปมาโพสต์ หรือแชร์มาจากเพจต่างๆ บางทีเราก็งง นอยด์อะไรหรือเปล่า งอนอะไรหรือเปล่า ทำไมโพสต์แบบนี้ หมายถึงฉันหรือเปล่า บางทีเราก็ตกใจ และถามเขาว่าโพสต์ให้ใคร เป็นอะไรหรือเปล่า บางทีก็โพสต์เหมือนคนอกหัก ทั้งๆ ที่แฟนตัวเองก็อยู่ในบ้าน แต่พอมาเจอกับตัวเอง ไม่ใช่แล้วแหละ เราแล้วแหละทีนี้ มันรู้สึกตำใจได้เลย"

เราก็ตอบโต้เขากลับเหมือนกันนะ ?
ลาล่า : "นี่ไงคะ ลาล่าถึงบอกว่าไม่อยากง้อ เพราะเป็นคนปากเร็ว เราเลยขอนิ่งดีกว่า สาดกันไปสาดกันมามันเหมือนทำร้ายตัวเอง มันยิ่งเจ็บ เราจะไปกระแหนะกระแหนเขาทำไม เลยหยุด ห่างและนิ่งให้เขาใจเย็นๆ และเราก็เห็นคิวงานแล้วว่าเดี๋ยวเราจะต้องไปทำงานตรงนี้ด้วยกัน มันเป็นสิ่งที่นางเดินหนีหนูไม่ได้แน่ๆ แล้ว เราก็เลยวางแผนไว้แล้ว จริงๆ ลู่เป็นคนที่ใจอ่อนไวนะ แต่มีครั้งนี่แหละที่แข็งมากจริงๆ มันยากมาก เราเลยวางแผนไว้ถ้าวันนั้นทำไม่สำเร็จก็ไม่น่าจะมีวันนี้ เราจะบอกเขาว่าความดูแล ความเอาใจใส่ ความเป็นพี่น้องกันที่อยู่กันมา 20 กว่าปี ถ้ามันให้อภัยในความผิดที่เราแค่เอ๋อๆ เบลอๆ ไปอยู่กับผู้ชายมาก ก็คงต้องจบอ่ะ วันนั้นคิดแค่นั้นเลย"

หลายคนก็สงสัยเป็นการสร้างกระแสหรือเปล่า เพราะมาในจังหวะที่เรามีงานเพลงพอดี ?
ลูลู่ : "ต้องบอกก่อนว่าเพลงเราเตรียมมาตั้งนานแล้ว ตั้งใจว่าจะทำ แต่พอติดโควิดเราก็พับไว้ก่อน บอกเลยว่าจังหวะมันได้จริงๆ แต่ก็ห้ามความคิดของทุกคนไม่ได้ ถ้ามันได้จังหวะแบบนี้แล้วเป็นการสร้างกระแสที่ดี หนูก็ขอบคุณแล้วกันค่ะ (หัวเราะ)"

ทางด้านของเล็กรู้ไหมว่าเกิดปัญหาระหว่างเพื่อนขึ้น ?
ลาล่า : "รู้ ก็วันนั้นเขาจะปิดไลฟ์แล้ว และให้รีบไป เราก็บอกไม่ไป ถึงไปมันก็ไม่มีประโยชน์ อีกอย่างทางระหว่างออฟฟิศพี่เล็กกับบ้านลู่ก็ใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง ถึงไปลู่ก็คงไลฟ์แล้ว มันไฟกับไฟค่ะ คือตัวเราพลาดแต่เรายังไม่ได้คิดว่าจะต้องพูดขอโทษอะไรยังไง และทั้งสองฝั่งมันก็คือสินค้าของเราหมด ไม่รู้จะแยกร่างยังไง เงินก็อยากได้ ธุรกิจก็อยากจะเอา เพื่อนก็รัก ทางนั้นก็โอเค (หัวเราะ) เราเลยคิดว่าเดี๋ยวค่อยกลับไปเคลียร์อีกที ทำให้มันจบๆ ไปทีละอันก่อน และต่อให้เราไปทันไลฟ์ขายกับเขา สีหน้าก็คงไม่ได้ ต่างก็จะตึงใส่กัน พังแน่นอนค่ะ"

ลูลู่ : "ล่าเขาจะรู้ค่ะว่าถ้าโกรธคือโกรธจริง เขาไม่มาหรอกตอนนั้น คือเขารู้แล้วว่าไฟจริงๆ ไม่พูด ไม่เอา ถ้ามาฉันก็ไม่เปิดบ้านให้เธอหรอก เพราะวันนั้นโกรธจริง รักก็รักมาก แต่อย่าทำให้โกรธเกลียด เพราะเกลียดก็จะเกลียดเลยค่ะ เขารู้ค่ะ"