เปิดคลิปนาทีประตูหนีบมือเด็ก 3 ขวบ ปลายนิ้วขาด โรงเรียนยอมรับครูเลินเล่อ

เปิดคลิปนาทีประตูหนีบมือเด็ก 3 ขวบ ปลายนิ้วขาด โรงเรียนยอมรับครูเลินเล่อ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

โรงเรียนยอมรับครูเลินเล่อ ทำประตูหนีบมือเด็ก 3 ขวบ จนปลายนิ้วขาด ยืนยันพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างจนหาย

ความคืบหน้ากรณีผู้ปกครองนักเรียนแจ้งความตำรวจที่ สภ.เมือง จังหวัดเชียงราย เพื่อเอาผิดกับทางโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่ง ที่ปล่อยให้ครูพี่เลี้ยงทำประตูห้องเรียนหนีบนิ้วของบุตรชาย วัย 3 ขวบ จนปลายนิ้วขาด และไม่สามารถตกลงค่าชดใช้กันได้

ล่าสุด วันนี้ (30 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนดังกล่าว และจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของทางโรงเรียน ซึ่งทำให้เห็นเหตุการณ์อย่างละเอียด จนพบว่าเป็นความประมาทของครูพี่เลี้ยง ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำร้ายเด็กนักเรียน  

 

จากการสอบถาม นางพรรณี เวียงโอสถ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนอนุบาลพรรณี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา ในขณะที่เด็กๆ นักเรียนกำลังจะนอนในห้องมีครูอยู่ 2 คน ขณะนั้น น้องเอ (นามสมมุติ) วัย 3 ขวบ กำลังจะเอากล่องนมไปทิ้งซึ่งถังขยะอยู่นอกห้อง แต่ห้องนั้นมี 2 ประตู ประตูเข้ากับประตูออก แต่ด้วยความเลินเล่อของครูจึงปิดประตูหนีบนิ้วเด็ก ครูไม่ได้ตามออกไปดูเด็ก และไม่รู้ว่าเด็กเอามือไปวางที่ขอบประตู

ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่วนหนึ่งมีประกันอุบัติเหตุของโรงเรียน และค่าใช้จ่ายส่วนเกินผู้ปกครองก็สามารถเบิกได้ แต่ต้องสำรองจ่ายไปก่อน ทางโรงเรียนก็สำรองจ่ายให้หมดเกือบ 4 หมื่นบาท และค่าใช้จ่ายทางโรงเรียนรับผิดชอบทั้งหมดจนหาย

นางพรรณี กล่าวด้วยว่า จากนั้นได้พูดคุยเรื่องค่าชดใช้ทางผู้ปกครองเรียกมา 4 แสนบาท ทางโรงเรียนต่อรองว่า 2 แสนได้หรือไม่ ทางโรงเรียนยอมรับผิด ครูยอมรับผิด ทางโรงเรียนจะรับผิดชอบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากันอยู่

ทีแรกนัดคุยกันในวันศุกร์ที่ผ่านมา และทางโรงเรียนนัดคุยกันในวันพุธซึ่งเป็นวันนี้อีกที แต่ตกลงกันไม่ได้เพราะทางผู้ปกครองจะเอา 4 แสน โรงเรียนบอกว่าขอ 2 แสนได้ไหม

เมื่อตกลงกันไม่ได้ต่างฝ่ายต่างกลับไปพิจารณากัน ทางโรงเรียนจะไปคุยกับคณะกรรมการโรงเรียนเพื่อพิจารณาดูแล้ววันนี้จะมาพูดคุยกัน แต่ยังไม่ได้คุยทางแม่ของน้องก็ไปแจ้งความ ทางโรงเรียนก็รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าล่าสุดทางโรงเรียนได้มีลงโทษทางวินัยกับครูที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว โดยให้ไปปฎิบัติหน้าที่งานด้านอื่น เช่น งานกิจกรรมหรือด้านงานถ่ายภาพของโรงเรียน แทนการเป็นครูพี่เลี้ยงเด็กแล้ว