พล.อ.ณรงค์พันธ์ ประกาศสานต่อภารกิจ ผบ.ทบ. เชิดชู "บิ๊กแดง" เป็นทหารอาชีพ

พล.อ.ณรงค์พันธ์ ประกาศสานต่อภารกิจ ผบ.ทบ. เชิดชู "บิ๊กแดง" เป็นทหารอาชีพ
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

"พล.อ.อภิรัชต์" ส่งต่อเก้าอี้ ผบ.ทบ.ให้ "พล.อ.ณรงค์พันธ์" สานต่อภาระ นโยบาย และอุดมการณ์เต็มความสามารถ ขณะ "บิ๊กบี้" ชู "บิ๊กแดง" เป็นทหารอาชีพ

วันนี้ (29 ก.ย.) ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ว่าที่ ผบ.ทบ. (คนใหม่) ทำพิธีรับ - ส่งหน้าที่ โดยมีพิธีสักการะศาลพระชัยมงคลภูมิ, วางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 บริเวณหน้าหอประชุมกิตติขจร จากนั้นจึงลงนามเอกสารรับ - ส่งหน้าที่ ผบ.ทบ. ที่ห้องพระบารมีปกเกล้า อาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ ก่อนเดินทางมายังบริเวณพิธี บริเวณลานหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ฯ และขึ้นแท่นรับการเคารพ

ทั้งนี้ พล.ท.อยุทธ์ ศรีวิเศษ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก ได้อ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ผบ.ทบ. กล่าวมอบหน้าที่ตลอดจนการบังคับบัญชา และได้ส่งมอบธงประจำกองทัพบก พร้อมทั้งเอกสารรับ - ส่งหน้าที่ แก่ ผบ.ทบ.คนใหม่ และยืนบนแท่นรับการเคารพจากกองผสมสวนสนามร่วมกัน

พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวระหว่างรับมอบตำแหน่ง ผบ.ทบ. ตอนหนึ่งว่า ตลอดการดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ.ของ พล.อ.อภิรัชต์ แสดงให้เห็นความเป็นทหารอาชีพ ทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม มีความจงรักภักดีอย่างมั่นคง ทั้งวางรากฐานให้กองทัพบกมีความแข็งแกร่ง สามารถรองรับภัยคุกคามที่มีความสลับซับซ้อนได้ ตลอดจนช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาโควิด-​19 โดยตนและกำลังพลจะจดจำและยึดถือไว้เป็นแบบอย่าง พร้อมยืนยันว่า จะสานต่อภาระหน้าที่ นโยบายและอุดมการณ์การทำงานของ พล.อ.อภิรัชต์ อย่างเต็มความสามารถ จะปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเป็นธรรม ปฏิบัติภารกิจบนพื้นฐานของความสามัคคี ให้กองทัพบกเป็นสถาบันความมั่นคง ค้ำจุนประเทศชาติและราชบัลลังก์ให้ยั่งยืนตลอดไป

จากนั้นเข้าทักทายกับสื่อมวลชนแต่ไม่ให้สัมภาษณ์ กล่าวแต่เพียงว่าเจอกันวันที่ 6 ต.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นวันที่รวมกำลังพลหน่วยขึ้นตรงครั้งแรกในฐานะ ผบ.ทบ.คนใหม่

อย่างไรก็ตาม พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวในระหว่างส่งมอบตำแหน่งให้ ผบ.ทบ.คนใหม่ ว่า มีความภาคภูมิใจในการทำหน้าที่ ปกป้องค้ำชูสถาบัน สร้างสันติสุข ขณะดำรงตำแหน่ง และหวังให้กองทัพบกดำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและสถาบัน และพยายามปฏิรูปให้กองทัพทันสมัย ก้าวหน้าในทุกมิติ เป็นที่พึ่งประชาชน และเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถของ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ว่ามีประสบการณ์ มีจิตวิญญาณทหาร ที่ยึดมั่นศาสน์ กษัตริย์ และเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกที่จะขับเคลื่อนด้วยความมั่นคงเป็นปึกแผ่นต่อไป

ส่วน พล.อ.อภิรัชต์ หลังจากตรวจแถวทหารและส่งมอบตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว ได้เดินมาทักทายสื่อมวลชนและไม่ให้สัมภาษณ์เช่นเดียวกัน เพียงแต่ทักทาย อนุกูล วงษ์บัวทอง หรือ "ป้าแจ๋ว" นักข่าวสายทหารอาวุโส วัย 85 ปี ที่ติดตามทำข่าวและแสดงอาการคล้ายน้ำตาจะไหล โดยกล่าวว่า จะร้องไห้ทำไม ขอให้รักษาสุขภาพ ขอให้อายุยืนยาว ขณะที่ ป้าแจ๋ว ตอบกลับว่า ใจหายที่ ผบ.ทบ.พ้นตำแหน่งแล้ว พร้อมอวยพรขอให้โชคดี

สำหรับ พล.อ.อภิรัชต์ นั้น จากนี้ต้องไปดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพระราชวัง โดยเป็น ผบ.ทบ.คนที่ 41 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2561 รวมเวลา 2 ปี มีนโยบายสานต่อนโยบายเดิมของอดีต ผบ.ทบ. คนก่อนหน้า คือ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท โดยเฉพาะ Smart Army ด้วยการสานต่อเป็น Smart Soldiers Strong Army, การปรับลดสัดส่วนการบรรจุทหารกองประจำการให้มีขนาดและโครงสร้างการจัดที่เหมาะสม, การพัฒนาความรู้ภาษาอังกฤษแก่ข้าราชการกองทัพบก, การปรับปรุงการจัดสวัสดิการภายในกองทัพบก ทั้งภายในหน่วยและในเชิงธุรกิจอย่างชัดเจน ทั้งการร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย เกี่ยวกับการบริหารกิจการออมทรัพย์ของกำลังพล หรือ ปรับปรุงระบบให้กู้เงินเพื่อการสงเคราะห์ รวมทั้งร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง โครงการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจกองทัพบก และสัญญาเช่าและค่าธรรมเนียมกับกรมธนารักษ์ด้วย

นอกจากนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังมีการพัฒนาระบบงานข่าวและศักยภาพกองทัพบก รองรับภัยคุกคาม Hybrid Warfare, ดำเนินโครงการจิตอาสาพระราชทาน, โครงการทหารพันธุ์ดี และการบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-​19

สำหรับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 22 นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 33 เคยดำรงตำแหน่งสำคัญและปฏิบัติงานรักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออก, เคยเป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ และแม่ทัพภาคที่ 1 ปัจจุบันเป็น ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ก่อนที่จะเป็น ผบ.ทบ.คนที่ 42 อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ต.ค. 2563 ที่จะถึงนี้