ปู่จิ๋ว แต่งทหารเต็มยศเข้าพบ บิ๊กแดง ย้ำกับหลาน "แม้เกษียณแต่ภารกิจไม่จบ นี่เพิ่งเริ่มต้น"

ปู่จิ๋ว แต่งทหารเต็มยศเข้าพบ บิ๊กแดง ย้ำกับหลาน "แม้เกษียณแต่ภารกิจไม่จบ นี่เพิ่งเริ่มต้น"
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

"พล.อ.ชวลิต" แต่งชุดทหารเต็มยศเข้ากองทัพบก เข้าพบ "พล.อ.อภิรัชต์" ก่อนพ้นตำแหน่ง ผบ.ทบ. ย้ำเสียดายหลานมีเวลาน้อยในกองทัพบก ชี้ภารกิจยังไม่จบ ผบ.ทบ.ยังไม่พ้นความรับผิดชอบ ยอมรับเป็นห่วงขบวนการหมิ่นสถาบัน

วานนี้ (28 ก.ย.) "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) คนที่ 25 เดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน เพื่อเข้าพบกับ "บิ๊กแดง" พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. คนปัจจุบัน ที่เปรียบเสมือนเป็นหลานชาย เพราะ พล.อ.ชวลิต เป็นเพื่อนร่วมรุ่น จปร.1 รุ่นเดียวกับ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตประธานคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) บิดาของ พล.อ.อภิรัชต์ ซึ่งเมื่อวานนี้ถือเป็นวันสุดท้ายที่ พล.อ.อภิรัชต์ เป็น ผบ.ทบ. ก่อนที่จะส่งมอบหน้าที่ให้กับ พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.คนใหม่ ในเช้าวันนี้ (29 ก.ย.)

ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ก็มีพูดคุยกันบ้าง แต่ไม่ได้มาเยี่ยมมาหา เพราะกลัวถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมือง ความจริงแล้วยังรักและเคารพอยู่เสมอ เพราะท่านเห็นตนมาตั้งแต่เด็กๆ และยังเรียก “อินเดียนแดง” อยู่เลย อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิต มีความเป็นทหารเต็มตัว และมาร่วมงานกองทัพทุกครั้งที่สามารถมาได้ ทั้งการแต่งเครื่องแบบทหาร การแต่งชุดขาว และชุดต่างๆ โดยเฉพาะการเฝ้ารับเสด็จฯ และงานพระราชพิธีต่างๆ จะมาด้วยทุกครั้ง แม้จะอายุ 88 ปีแล้วก็ตาม

ขณะที่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เห็น พล.อ.อภิรัชต์ เป็น ผบ.ทบ. ก็มีความสุข แต่เสียดายเวลาน้อยไปนิด 2 ปี ก็ไปทำหน้าที่รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ที่จะนำความเจริญความสุขมาสู่ประเทศไทยในไม่ช้านี้ มีภาระหน้าที่ที่สำคัญ ทั้งการทำให้พระองค์มีความสุข และประเทศชาติมีความสุข ประชาชนมีความรุ่งเรือง รับใช้ประเทศชาติ ราชบัลลังก์

นอกจากนี้ พล.อ.ชวลิต ยังฝาก พล.อ.อภิรัชต์ ว่า ได้ทำหน้าที่ทำให้ประเทศมีความสุข แม้จะเกษียณอายุราชการจากกองทัพบก แต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากความรับผิดชอบ และการช่วยสร้างบ้านสร้างเมือง สร้างความมั่นคงให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ เพราะคิดอยู่ในหัวใจตลอดเวลาภารกิจยังไม่จบ นี่เพิ่งเริ่มต้น

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวแสดงความเห็นถึงสถานการณ์ในขณะนี้ว่า ตนมีความเป็นห่วงขบวนการหมิ่นสถาบันฯ ที่ยังไม่เข้าใจ ต้องมีคนคอยช่วยอธิบายช่วยชี้แจง เพราะท่านทำงานแบบปิดทองหลังพระมาตลอด หลายเรื่องที่ประชาชนไม่รู้ เช่น การช่วยเหลือประชาชนในการต่อสู้กับโควิด-19 จนทำให้วันนี้สถานการณ์ของเราดีกว่าประเทศอื่นๆ มาก

“และที่ผมมาในวันนี้ 28 ก.ย. เพราะเป็นวันที่ รัชกาลที่ 6 ท่านทรงพระราชทาน ธงชาติไทย มากว่า 100 ปี เมื่อปี 2460 สมัยนั้นยังเป็นธงช้างเผือกอยู่ จนที่สุดมาสู่ ธงไตรรงค์ 3 สี แดง ขาว น้ำเงิน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป” พล.อ.ชวลิต กล่าว

พล.อ.ชวลิต ยังกล่าวอีกด้วยว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจในการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่เพียงในฐานะทหารเท่านั้นแต่ในฐานะประชาชนก็เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างที่เราเห็นว่าคนส่วนใหญ่เคารพและเทิดทูนสถาบันฯ มีแต่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่เห็นต่างที่ไม่เข้าใจ ก็ต้องเรียนรู้กันไปว่า ประเทศไทยต้องอยู่แบบนี้ อยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นพระประมุขของประเทศและเป็นที่เคารพสักการะของคนไทยตลอดไป