บิ๊กตู่ บอก "ขอรู้เองคนเดียว" หลังเจอซักชื่อขุนคลังใหม่ สื่อดังปูด อาคม จ่อรีเทิร์นมาเสียบ

บิ๊กตู่ บอก "ขอรู้เองคนเดียว" หลังเจอซักชื่อขุนคลังใหม่ สื่อดังปูด อาคม จ่อรีเทิร์นมาเสียบ

"บิ๊กตู่" ยังอุบชื่อขุนคลังคนใหม่ ขณะที่สื่อดังย่านบางนาเก็งว่า "อาคม เติมพิทยาไพสิฐ" อดีต รมว.คมนาคม น่าจะคัมแบ็กมานั่งในตำแหน่งนี้

วันนี้ (26 ก.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน Job Expo Thailand 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ว่า เห็นคนมาสมัครงาน คนมาสมัครไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ ซึ่งเจ้าของงานจะรายงานผลความก้าวหน้ามาให้ทราบ แต่คนที่ว่างงานยังมีเวลาถึงก่อนตุลาคม ทั้งหมดคือการช่วยกันเดินหน้าเพื่อประเทศไทย เปิดรับ 1.3 ล้านตำแหน่ง เป็นอัตราเบื้องต้น เชื่อว่าจะเพียงพอกับจำนวนผู้ที่ตกงานหรือหางานทำ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน บอกว่า ทราบชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่แล้ว ว่า ถ้านายสุพัฒนพงษ์บอก ก็ให้ฟังนายสุพัฒนพงษ์

เมื่อถามว่าใช่ตามที่นายสุพัฒนพงษ์บอกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์  ถามย้อนกลับว่า แล้วใครล่ะ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะถามย้ำว่า การหาคนมาเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเรียบร้อยหรือไม่ ซึ่ง บิ๊กตู่ ก็ตอบว่า ให้รอดูเอาเอง ก่อนจะเปรยว่า “ฉันรู้ของฉันคนเดียว”

ขณะที่เมื่อติดตามความเคลื่อนไหวในการรายงานข่าวผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือขุนคลังคนใหม่นั้น ล่าสุดพบข้อมูลที่น่าสนใจจากสื่อยักษ์ใหญ่ย่านบางนาทั้ง ฐานเศรษฐกิจ และ กรุงเทพธุรกิจ ต่างเปิดเผยข้อมูลว่า มีความเป็นไปได้ที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ จะเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวในช่วงเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ นายอาคม เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ มาแล้วในช่วงหลังรัฐประหารเมื่อปี 2557 ในตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนจะได้อัปเกรดเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในปี 2558

"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มองว่านายอาคม เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจ มีประสบการณ์การออกมาตรการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจหลายครั้งในสมัยที่เขายังเป็นข้าราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ทั้งในยุค 'วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์' หรือ 'วิกฤตซับไพรม์' ในช่วงปี 2552 และการแก้ปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย พ.ศ. 2554" ฐานเศรษฐกิจ ระบุเอาไว้ในรายงานข่าว

นอกจากนี้ ยังมีการรายงานเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากนายอาคมจะจัดเป็นข้าราชการมือสะอาดที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชันแล้ว ในระหว่างที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยังได้ผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมในหลายๆ โครงการ ไม่ว่าจะเป็น โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า การก่อสร้างรถไฟทางคู่ สถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟแห่งใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นศูนย์กลางของระบบคมนาคมระบบรางที่ดีที่สุดในประเทศไทย ซึ่งโครงการต่างๆ ที่ได้ผลักดันในสมัยนั้นขณะนี้มีความก้าวหน้าและเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจน

ขณะที่ กรุงเทพธุรกิจ ระบุว่า "กระแสข่าวการแต่งตั้ง นายอาคม เพื่อเข้ารับตำแหน่ง รมว.คลัง มีขึ้นทันที หลังจากที่ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาปฏิเสธอย่างชัดเจนว่า จะไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านี้ นายประสงค์ ถูกคาดหมายว่า หลังจากเกษียณอายุราชการในตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เขาจะได้รับแต่งตั้งให้มานั่ง รมว.คลัง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการคลังเป็นอย่างดี"

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลมีการทาบทามบุคคลให้เข้ามาร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แทนที่นายปรีดี ดาวฉาย ที่ลาออกหลังจากเข้าดำรงตำแหน่งได้ไม่ถึงเดือน โดยมีชื่อออกมาหลายต่อหลายคน แต่เมื่อมีการออกมาให้ข่าวในทำนองว่าการแต่งตั้งขุนคลังคนใหม่จะเรียบร้อยในเดือน ต.ค.นี้ หลายคนจึงคาดการณ์ว่าบุคคลที่จะเข้ามาร่วม ครม.ประยุทธ์ 2/3 น่าจะเป็นข้าราชการระดับสูงที่กำลังจะเกษียณอายุในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ อาทิ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง (ที่มีข่าวบางกระแสว่าเจ้าตัวปฏิเสธไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่บางคนยังเชื่อว่าเจ้าตัวน่าจะเซย์เยสเข้าร่วมรัฐบาลมากกว่า) นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือแม้แต่ นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์)

คงต้องจับตาดูว่าที่สุดแล้ว บุคคลที่จะเข้ามาเป็น รมว.คลัง คนใหม่ พร้อมกับภารกิจกอบกู้และฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยจากพิษโควิด-19 จะใช่บุคคลที่มีรายชื่อต่างๆ เหล่านี้หรือไม่ คาดว่าช่วงต้นเดือนตุลาคมน่าจะได้คำตอบ!!!