''อุโมงค์ลม-แบบจำลองแผ่นดินไหว''

''อุโมงค์ลม-แบบจำลองแผ่นดินไหว''

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
2 งานวิจัยกับการป้องกันภัยพิบัติใกล้ตัว

เจาะลึกงานวิจัยเกี่ยวกับการป้องกันภัยพิบัติใกล้ ๆ ตัว ในงานเปิดบ้านเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียหรือเอไอที

กับ 2 ผลงานวิจัยที่น่าสนใจของ รศ.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโครงสร้าง สำนักวิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยี สถาบันเอไอที

ผลงานชิ้นแรกเป็นการวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของ แรงลมที่มีต่ออาคารสูงและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เรียกว่า การทดสอบโมเดลอาคารสูงในอุโมงค์ลม ซึ่ง รศ.เป็นหนึ่งบอกว่า อุโมงค์ลมเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้ใน วงการวิศวกรรมโครงสร้าง โดยเป็นห้องปฏิบัติการที่สามารถจำลองสภาพลมตามธรรมชาติได้เหมือนจริงแต่อยู่ในสเกลย่อส่วน เพื่อศึกษาผลกระทบของลมที่มีต่อ วัตถุที่เราสนใจจะทดสอบซึ่งอาจจะเป็นเครื่องบิน รถยนต์ อาคารสูงหรือสะพานแขวน หรือแม้กระทั่งนักกีฬาที่กำลังปั่นจักรยานฝ่าอากาศ

โดยสถาบันเอไอที ได้ร่วมลงทุนกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พัฒนา อุโมงค์ลม ที่ทันสมัย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

ปัจจุบันทีมวิจัยจาก 2 สถาบันได้ร่วมกันศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของลมต่ออาคารสูงและสะพานช่วงยาว ๆ เสร็จสิ้นไปแล้วหลายโครงการ รวมถึงอาคารสูงมหานครที่ กำลังจะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในประเทศไทยในเร็ว ๆ นี้และอาคาร กราเมอซี่ เรสซิเด้นซ์ ที่กำลังจะเป็นอาคารที่สูงที่สุดใระเทศฟิลิปปินส์

รศ.เป็นหนึ่ง บอกว่า เนื่องจากลมเมื่อพัดผ่านวัตถุต่าง ๆ จะ มีความสลับซับซ้อน หากไม่มีการศึกษา ตึกสูงหรือป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ถ้าออกแบบไม่ดี ก็มีสิทธิพังถล่มอย่างที่เห็นเป็นข่าวบ่อย ๆ ได้

งานวิจัยดังกล่าวจะเป็นการทดสอบโดยใช้โมเดลย่อส่วนเหมือนจริงของสิ่งก่อสร้างนั้น ๆ นำมาติดตั้งบนอุปกรณ์วัดแรง รอบ ๆ มีการจำลองสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน เช่น ตึกข้างเคียง ทดสอบการต้านทานแรงลมตามธรรมชาติในสภาวะต่าง ๆ ผลวิจัยที่ได้จะนำไปใช้ในการออกแบบโครงสร้างตึกสูงนั้น ๆ ให้มีความสามารถในการทนทานต่อแรงลมพายุและมีเสถียรภาพดีขึ้น

อุโมงค์ลมถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เพราะผลการทดสอบเชื่อถือได้ สามารถนำไปใช้คำนวณกับโครงสร้างจริง ทำให้วิศวกรกล้า ที่จะออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมรูปแบบ ใหม่ ๆ ได้มากขึ้น

สำหรับอุโมงค์ลมนี้ไม่เพียงแต่ให้บริการการทดสอบโมเดลอาคารสูงจากหน่วยงานหรือบริษัทเอกชนต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์ด้านการศึกษาโดยนักศึกษาที่เรียนสามารถทำวิจัยควบคู่ไปกับการทำงานจริงได้

ส่วนผลงานชิ้นต่อมา คือ การจำลองสถานการณ์ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวของเมืองใหญ่

จากปัญหาแผ่นดินไหว ที่กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวคนไทยมากขึ้น แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็นถึงความเสี่ยงและภัยอันตรายว่าหากเกิดขึ้นมาแล้วภัยพิบัตินั้นจะรุนแรงขนาดไหน การเตรียมพร้อมรับมือกับความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นถือเป็นสิ่งจำเป็น

รศ.เป็นหนึ่ง บอกว่าทีมวิจัยจากเอไอที ได้พัฒนาแบบจำลองสถานการณ์ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวของเมืองใหญ่ขึ้น โดยใช้โมเดลทางคอมพิวเตอร์ และฐานข้อมูลอาคารและระบบคมนาคม สาธารณูปโภคของเมืองเหล่านั้น ในการวิเคราะห์ คำนวณ ทำให้สามารถประเมินได้ว่า หากเกิดแผ่นดินไหวขนาดหนึ่ง เช่น 6.5 ริคเตอร์ที่จุดใดจุดหนึ่ง จะทำให้อาคารในเมืองนั้น ๆ เสียหายมากน้อยแค่ไหน เป็นของรัฐหรือเอกชน จุดที่เสียหายมากที่สุดอยู่ที่ใด และประเมินได้ แม้กระทั่งว่า จุดที่คนจะได้รับบาดเจ็บมากที่สุดอยู่ที่ไหนโรงพยาบาลเสียหายหรือไม่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนรับมือได้อย่างทันเหตุการณ์

ปัจจุบันเอไอทีได้กำลังทำวิจัยกับเมืองใหญ่หลายแห่ง เช่น 3 เมืองใหญ่ในประเทศบังกลาเทศ คือ ธากา จิตากองและซีเลท และ 3 เมืองใหญ่ในประเทศไทยคือที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และกาญจนบุรี คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 7 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้เชื่อว่าแบบจำลองดังกล่าวจะทำให้คนเข้าใจภัยพิบัติได้ดีขึ้น..

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล