ไวรัสระบาดในหมู เจ้าของฟาร์มพะเยาจำใจทำลายทิ้ง 300 ตัว ปศุสัตว์ยันผู้บริโภคปลอดภัย

ไวรัสระบาดในหมู เจ้าของฟาร์มพะเยาจำใจทำลายทิ้ง 300 ตัว ปศุสัตว์ยันผู้บริโภคปลอดภัย
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พบโรคระบาดในหมูแพร่ระบาดในพื้นที่จังหวัดพะเยา ส่งผลให้ต้องทำลายหมูที่อยู่บริเวณโดยรอบในรัศมี 1-3 กิโลเมตร ขณะที่ปศุสัตว์ยันมีการเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่องและการกินเนื้อหมูก็ไม่เป็นอันตราย 

(21 ก.ย.63) นายมนัส นามบ้าน เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านต๊ำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา นำผู้สื่อข่าวเข้าดูร่องรอยของการทำลายหมูกว่า 300 ตัวของฟาร์มตนเอง หลังพบว่าในพื้นที่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสหมู จึงต้องเร่งในการจัดการทำลายตามมาตรการของกรมปศุสัตว์ ที่เป็นการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไวรัสหมูดังกล่าว

โดยนายมนัส นามบ้าน ระบุว่า สาเหตุที่ต้องทำลายหมูของตนเองที่เลี้ยงไว้ประมาณ 300 ตัวลงทั้งหมด เนื่องจากบริเวณใกล้เคียงฟาร์มของตนเองนั้น พบการตายของหมูและมีการติดเชื้อโรคดังกล่าว ซึ่งในรัศมีระยะ 1 กิโลเมตร นั้นตามมาตรการของปศุสัตว์ จะต้องมีการทำลายหมูเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดและความเสียหายของผู้เลี้ยง ดังนั้นตนเองจึงตัดสินใจที่จะทำลายทั้งหมดโดยได้รับค่าชดเชยจากทางปศุสัตว์คิดเป็น 75% ของมูลค่าหมูที่มีอยู่ ตลอดระยะเวลา 20 ปี ที่ทำการเลี้ยงหมูมาไม่เคยพบเหตุการณ์ดังกล่าว ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องตัดสินใจทำลายหมูทั้งหมด เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้

ขณะที่ นายสมบัติ ศุภประภากร ปศุสัตว์จังหวัดพะเยา ระบุว่า ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคจากสุกรนั้นพบว่าสุกรเป็นโรคเพิร์ค ที่พอพบแล้วต้องมีการทำลายหมูบริเวณโดยรอบในรัศมีตั้งแต่ 1 กิโลเมตร 3 กิโลเมตรและ 5 กิโลเมตร ตามความรุนแรงการแพร่ระบาดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ทางปศุสัตว์ได้มีมาตรการเฝ้าระวังอยู่อย่างต่อเนื่อง และผู้บริโภคเนื้อหมูจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากทางปศุสัตว์จังหวัดพะเยาได้มีมาตรการเข้มข้นในการที่จะเฝ้าตรวจสุกรหรือหมูในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

และในเรื่องของการชำแหละจำหน่ายนั้น ก็จะต้องผ่านและมีใบรับรองจากทางปศุสัตว์ ซึ่งมีขั้นตอนการตรวจโรคตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ดังนั้นจึงเรียนให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการที่จะรับประทานหมูในพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย ส่วนในเรื่องของการทำลายนั้นถือเป็นมาตรการที่ทางปศุสัตว์ได้ดำเนินการหากพบว่ามีการเกิดโรคและจะไม่ให้มีการแพร่กระจาย ต้องทำลายสุกรที่อยู่ในเขตพื้นที่การแพร่ระบาดของโรค