“สุชาติ” ขอนักศึกษาจบใหม่ ร่วมหางานทำดีกว่าร่วมม็อบ

“สุชาติ” ขอนักศึกษาจบใหม่ ร่วมหางานทำดีกว่าร่วมม็อบ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

"สุชาติ"ลั่นรัฐบาล ทำทุกอย่างเพื่อคนไทย ขอ นศ.จบใหม่ร่วมหางานทำ ดีกว่าร่วมชุมนุม ห่วงตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ให้ช่วยเหลือประชาชนที่ว่างงาน หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และการช่วยเหลือนักศึกษาจบใหม่กว่า 3 แสนคน ที่จะจบปริญญาตรี ปวช. ปวส. ให้มีงานทำ โดยเตรียมจ้างงานสำหรับนักศึกษาจบใหม่ กว่า 2.6 แสนตำแหน่ง เพื่อที่จะทำให้น้องๆ มีฐานเงินเดือนสูงขึ้นในอนาคต วันนี้ การทำงานของกระทรวงในการแก้ไขปัญหาการว่างงาน ได้บูรณาการจากทุกภาคส่วน ในมิติของการรวมไทยสร้างชาติ แก้ปัญหาการว่างงานให้เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้  นายสุชาติ ได้กล่าวถึงการชุมนุมของนักศึกษา ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ว่า รัฐบาลได้ตระหนักถึงการช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว จึงอยากฝากไปถึงนักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับการชักชวนจากบุคคล ที่อยู่เบื้องหลังการจัดการชุมนุมในครั้งนี้ ให้ตระหนักถึงการทำงาน การหางานทำ เพื่อสร้างรายได้ให้ตนเอง จะได้มีรายได้ช่วยเหลือครอบครัว ช่วยเหลือพ่อ-แม่  และหวังว่าสิ่งที่รัฐบาลทำให้ในวันนี้ จะเป็นรูปธรรมสามารถจับต้องได้มากกว่าการชุมนุม ที่มีคนหวังผล และไม่ได้คิดถึงประเทศชาติบ้านเมือง

อย่างไรก็ตาม การชุมนุมเป็นเรื่องของความเห็นต่างทางการเมือง ชุมนุมเพื่อเรียกร้อง อะไรต่างๆ หรือ ชุมชุมเนื่องจากได้รับข้อมูลที่บิดเบือนต่างๆ จากกลุ่มที่อยู่เบื้องหลัง วันนี้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ขอวิงวอนไปถึงนักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับการชักชวนมาร่วมชุมนุม ให้หันกลับมามองมิติของการทำงาน การช่วยเหลือของรัฐบาลที่มีให้กับนักเรียนนักศึกษา เพื่อจะได้พัฒนาประเทศชาติไปสู่มิติที่ดีขึ้น คนไทยทั้งประเทศต้องยอมรับว่าเป็นความโชคดีของคนไทยและของประเทศ ที่มี

พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ที่ทุ่มเทกำลังในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเป็นประเทศเดียวในโลก และเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก ที่แก้ปัญหาได้ 100% วันนี้เราอยู่ในช่วงการฟื้นฟูประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ จึงอยากจะขอพลังนักเรียนนักศึกษาจบใหม่ ซึ่งเป็นบุคคลมีความรู้ ความสามารถ มาช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศชาติ ให้เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจดีกว่า ส่วนเรื่องการเมือง การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะมีการพิจารณาในวันที่ 23-24 ก.ย. นี้ ดังนั้นถ้ามีสิ่งใด ที่มีความเห็นต่างทางการเมือง ก็ไปว่ากันในระบบสภา