อนุดิษฐ์ ชู 3 นิ้วกลางสภาฯ อัดรัฐบาลบริหารล้มเหลว จี้ ประยุทธ์ ลาออก

อนุดิษฐ์ ชู 3 นิ้วกลางสภาฯ อัดรัฐบาลบริหารล้มเหลว จี้ ประยุทธ์ ลาออก
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

"อนุดิษฐ์" นำทีมชู 3 นิ้ว อภิปรายอัดรัฐบาลบริหารล้มเหลว ยุทธศาสตร์แก้ปัญหาประเทศผิดพลาด จี้นายกฯ ลาออก

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ (9 ก.ย.) ที่มี ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเรื่องวิกฤตทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเมือง โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ได้เริ่มขึ้น

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมพร้อมกับรัฐมนตรี อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, สันติ พร้อมพัฒน์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ซึ่ง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำเสนอญัตติ นำอภิปรายต่อที่ประชุมถึงวิกฤตทางการเมืองซึ่งมีเยาวชนและนักเคลื่อนไหวช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ และเชื่อว่าจะได้รับการขนานนามว่าเป็นนายกฯ ที่ทำให้มีม็อบก่อตัวมากที่สุด

ทั้งนี้ ขอให้ยกเลิกหมายจับเยาวชนนักเคลื่อนไหวทั่วประเทศ รวมถึงยุติการคุกคามการเคลื่อนไหว การปิดกั้นการแสดงความเห็น เปลี่ยนเป็นการคุ้มครองและรับฟัง อย่างไรก็ตาม ปัญหาในประเทศที่เกิดขึ้นสร้างความกังวล โดยด้านเศรษฐกิจนั้น รัฐบาลใช้การกู้ยืมเงินจำนวนมาก เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะล้มละลาย และความสูญเสียศักยภาพทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลพลเรือนวางแผนไว้นั้นหายไปเพราะการยึดอำนาจ และทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในภาวะลำบาก นอกจากนั้นปัญหาด้านเศรษฐกิจมีผลสืบเนื่องจากการไม่เคารพสิทธิพื้นฐานประชาชน และเสรีภาพ

นอกจากนี้ น.อ.อนุดิษฐ์ อภิปรายด้วยว่า ขีดความสามารถของประเทศด้านการลงทุนต่อความต้องการของโลก อยู่ที่การจัดสรรเงินและการลงทุนภาครัฐ รัฐบาลต้องคำนึงถึงการบริหารงานที่เน้นเป้าหมายนำกระบวนการ ซึ่งต่างจากผู้นำของทหารที่ใช้กระบวนการนำเป้าหมาย โดยมีตัวอย่างคือ การระบาดของโรคโควิด-19 นายกฯ ใช้กระบวนการส่วนตัวคือ กู้และกู้ วันนี้หากกำหนดยุทธศาสตร์ต้องมีเป้าหมายชัดเจน หากอะไรที่ไม่ตอบสนองยุทธศาสตร์ต้องยกเลิก เช่น การเข้าร่วม CPTPP เป็นต้น

"ผมมองว่ายุทธศาสตร์ที่ไม่ตอบโจทย์ทำให้เกิดปัญหาด้านการจัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นผมมีข้อเสนอแนะ คือ ลดรายจ่ายประจำ ลดจำนวนข้าราชการประจำที่เกินความเหมาะสม เพื่อนำเงินไปลงทุนสิ่งที่มีคุณภาพ กำหนดเป้าหมายประเทศสร้างฐานการผลิตใหม่ตอบสนองความต้องการของโลกตามศักยภาพของประเทศ ต้องเปลี่ยนวิธีงบประมาณ โดยกำหนดเป้าหมายนำกระบวนการ และเรื่องสำคัญสุดท้ายคือ เคารพสิทธิเสรีภาพและอำนาจของประชาชน เพราะหากประเทศเป็นประชาธิปไตย นักลงทุนจะให้ความเชื่อมั่น ต้องหยุดการคุกคาม และทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" น.อ.อนุดิษฐ์ อภิปราย

น.อ.อนุดิษฐ์ อภิปรายอีกด้วยว่า การบริหารประเทศของรัฐบาลทำให้ประเทศจมกองหนี้ คนส่วนใหญ่เดือดร้อนมีปัญหาเศรษฐกิจ โดยหลายปัญหาเกินเยียวยา ซึ่งตนมีข้อเสนอสุดท้ายต่อรัฐบาลถึงนายกฯ ว่า หากต้องการช่วยเหลือประเทศไทยอย่างแท้จริง คือ การลาออก ตามเสียงเรียกร้องของคนไทยทั้งประเทศ