รัฐมนตรีศึกษาธิการพูดอะไรกับนักเรียนบ้าง โดนถาม "ถ้าไม่มีวันนี้ ท่านจะแก้ไขไหม"

รัฐมนตรีศึกษาธิการพูดอะไรกับนักเรียนบ้าง โดนถาม "ถ้าไม่มีวันนี้ ท่านจะแก้ไขไหม"

นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เข้าไปคุยกับนักเรียนที่มาชุมนุมให้ปฏิรูปการศึกษาวันนี้ (19 ส.ค.) ที่กระทรวงศึกษาธิการ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ในหลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องการปรับเปลี่ยนหลักสูตร การคุมคามนักเรียน การลดปัญหาการตกงานของผู้จบการศึกษา เรื่อยไปจนถึงการที่โรงเรียนบางแห่งยังละเมิดกฎกระทรวงเกี่ยวกับทรงผม

ตั้งช่องทางแจ้งเรื่องครูละเมิดนักเรียน

รัฐมนตรีรายนี้ถูกนักเรียนที่นั่งอยู่รายล้อมถามว่า ตนมีวิธีการแก้ไขการที่ครูกลั่นแกล้งหรือล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งนายณัฏฐพล ตอบว่า ที่ผ่านมาการที่นักเรียนไม่มีช่องทางติดต่อกับกระทรวง ทำให้นักเรียนเกิดความกลัวขณะเดียวกันทางกระทรวงก็ไม่ได้รับเรื่องเหล่านี้ หลังจากนั้นจะมีการจัดตั้งช่องทางการสื่อสารให้นักเรียนติดต่อเข้ามาได้โดยตรง

ช่องทางดังกล่าวจะต้องปกปิดหรือคุ้มครองตัวตนของนักเรียนที่แจ้งเรื่องเข้ามาด้วย แต่ขณะเดียวกันก็จะต้องหาวิธีคัดกรองผู้ที่เข้ามาป่วนด้วยการแจ้งเรื่องเท็จหรือต้องการกลั่นแกล้งผู้ถูกแจ้งเรื่องออกไปด้วย

ระหว่างนั้นก็มีนักเรียนกล่าวทักท้วงว่า สิ่งที่นายณัฏฐพลพูดอาจหลุดประเด็นไปสักหน่อย เพราะตนต้องการทราบวิธีไม่ให้เกิดการล่วงละเมิดนักเรียนขึ้นตั้งแต่ต้น รัฐมนตรีรายนี้จึงตอบไปว่า การป้องกันตั้งแต่ต้นก็มีอยู่ อย่างเช่น การคัดครูหรือบุคลากรทางการศึกษา 

แก้ไขบทเรียน

นายณัฏฐพลยังถูกถามจะเปลี่ยนแปลงอะไรกับการศึกษาไทยบ้าง นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนจะแก้ไขบทเรียนให้ทันสมัยทุกวิชา ไม่ใช่แต่วิชาหน้าที่พลเมืองเท่านั้น กระทรวงทราบมาว่าหนังสือที่กระทรวงแนะนำให้โรงเรียนต่างๆ ใช้ บางโรงเรียนก็เลือกที่จะไม่ใช่ ซึ่งอาจสะท้อนได้ว่าเนื้อหาในหนังสือที่กระทรวงแนะนำอาจไม่ตอบโจทย์จริงๆ ซึ่งเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

"หลายๆ โรงเรียนไม่ได้ซื้อจากกระทรวงศึกษาธิการ หลายๆ โรงเรียนเอาหนังสืออื่นๆ เข้ามาใช้ ผมก็ต้องถามตัวเองว่าแล้วทำไมโรงเรียนนี้เขาไม่ใช้หนังสือของกระทรวงศึกษา เพราะล้าสมัยเหรอ เพราะไม่ถูกต้องในสิ่งที่โลกเปลี่ยนไปหรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมก็เปลี่ยน อันนี้อยู่ระหว่างกระบวนการนะครับ"

เตรียมประกาศให้ไว้ผมยาว แต่ขอให้สุภาพ

นายณัฏฐพล กล่าวกับนักเรียนว่า ตนไม่มีปัญหากับการให้นักเรียนไว้ผมยาว ซึ่งตนสามารถประกาศเป็นกฎกระทรวงได้ทันทีในวันพรุ่งนี้ (20 ส.ค.) แต่ตนก็เรียกร้องว่าก็อยากให้นักเรียนไว้ทรงผมที่สุภาพและสะอาด

"น้องพูดเรื่องทรงผม ผมไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ผมประกาศได้ อยากจะไว้ผมยาวก็ไม่มีปัญหา แต่อย่างที่บอกฮะ ขอให้สุภาพนะครับ ขอให้สุภาพ ขอให้สะอาดนะครับ"

นอกจากนี้ ตนจะแนบตัวอย่างให้ด้วยว่า ทรงผมที่สุภาพและสะอาดเป็นอย่างไรบ้าง

ไม่ห้ามชู 3 นิ้ว แต่ขอทำหลังเพลงชาติจบ

รัฐมนตรีรายนี้ถูกถามเกี่ยวกับการชู 3 นิ้วของนักเรียน ว่าตนมีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งนายณัฏฐพลตอบว่าเป็นสิทธิ์ที่จะทำได้ และไม่มีใครห้ามให้นักเรียนไม่ทำ และก็คงไม่มีใครไปตบมือหรือดึงมือนักเรียนลง แต่นักเรียนตอบแย้งไปว่า มีครูทำอย่างที่นายณัฏฐพลพูดจริงๆ

เหตุนี้ทำให้นายณัฏฐพลกล่าวว่า ตนมองว่าอยากให้ทำหลังจากเพลงจบ เพราะการเคารพธงชาติคือการยืนตรง และต่างประเทศก็ทำเช่นนี้ การชู 3 นิ้วระหว่างการร้องเพลงชาติคงไม่ได้ช่วยให้การศึกษาดีขึ้น และการชุมนุมในสถานการณ์ที่เปราะบางเช่นนี้ก็คงไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นด้วย นักเรียนคนหนึ่งจึงถามนายณัฏฐพลว่า แล้วการยืนตรงเฉยๆ มันทำให้การศึกษาดีขึ้นอย่างไร

นายณัฎฐพล ตอบไปว่า ตนไม่ได้บอกว่าทำได้หรือทำไม่ได้ เพราะกฎไม่ได้ห้ามไว้ แต่การทำเช่นนี้อาจกระทบต่อจิตใจหลายคนที่ทำเช่นนี้มา ทั้งยังตัวอย่าง เช่น การไหว้พ่อแม่ ที่ไม่ได้มีกฎหมายกำหนดให้ทำหรือไม่ให้ทำ แต่ถ้าหากไม่ทำก็อาจถูกมองไม่ดีได้ นักเรียนจึงตอบไปว่า แต่มันก็เป็นสิทธิ์ที่จะทำได้ใช่หรือไม่

ยกเลิกชุดนักเรียน "ประกาศไม่ได้"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ถ้านักเรียนอยากจะให้ประกาศยกเลิกชุดนักเรียน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ตนทำไม่ได้ เพราะตนมองว่าชุดนักเรียนช่วยฝึกวินัย

"ไม่ใส่ชุดนักเรียนได้มั้ย อันเนี้ยผมประกาศไม่ได้ เพราะในความรู้สึกผมคิดว่ามัน เอ่อ... ในการมีระเบียบวินัย ในการที่อยู่ในโรงเรียน ในการรักษาความปลอดภัยของผู้บริหารโรงเรียนว่า หนีเที่ยวก็รู้ เด็กอยู่ตรงไหนอะไรยังไง เราจะได้แยกแยะว่าอันนี้นักเรียนไม่นักเรียน" นายณัฏฐพล กล่าว

นักเรียนคนหนึ่งพูดสวนขึ้นมาว่า "ถ้าจะให้ใส่ชุดนักเรียน มันแพงมากเลยนะคะ"

"ผมก็เข้าใจครับ" นายณัฏฐพล ตอบ "จริงๆ แล้วในช่วงโควิดเนี่ย ส่วนตัวผมเองก็คิดว่าถ้าไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ยจะมีปัญหามั้ย แต่พอดีมัน...ช่วงนั้นผู้ปกครองหลายๆ คนก็ซื้อไปแล้ว เดี๋ยวเขาจะบอกว่า 'อ้าว ทำไมไม่มาบอก' มันมีปัญหา แต่ในอนาคตมันคิดได้ครับ มันพูดคุยกันได้"

ถ้าไม่มีวันนี้ จะขยับตัวแก้ปัญหาไหม

นักเรียนคนหนึ่งถามนายณัฏฐพลว่า ถ้าไม่มีการชุมนุมในวันนี้ รัฐมนตรีคิดจะแก้ไขปัญหาอะไรไหม นายณัฏฐพลตอบว่า ตนคิดจะทำตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรี

ขณะนั้นเอง นักเรียนก็ถามอีกว่า แต่ตั้งแต่ที่นายณัฏฐพลเริ่มเข้ามาในตำแหน่งจนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 1 ปีแล้ว รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ตอบว่า การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะถ้าเป็นเรื่องง่ายก็ทำได้ไปนานแล้ว

นักเรียนคนหนึ่งจึงถามว่า ถ้าอย่างนั้นควรให้คนที่เก่งกว่ามาทำหน้าที่แทนไหม นายณัฎฐพล ตอบว่า แล้วตนไม่พร้อมตรงไหน ทำให้นักเรียนตอบกลับไปอีกว่า แต่เวลา 1 ปีแล้ว ยังไม่เห็นมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย นายณัฏฐพลชี้แจงว่า แน่นอนอาจจะมีคนเก่งกว่าตน แต่ก็อยากให้เกียรติซึ่งกันและกัน อยากให้ตัดสินกันในตอนท้ายสุดว่าดีหรือไม่ดีมากกว่า