หนาวแน่! ตำรวจยอมรับทำคดี บอส อยู่วิทยา พลาด จ่อลงโทษวินัย 14 นาย-ชงสอบคดีใหม่

หนาวแน่! ตำรวจยอมรับทำคดี บอส อยู่วิทยา พลาด จ่อลงโทษวินัย 14 นาย-ชงสอบคดีใหม่
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจ แถลงชง "ผบ.ตร." พิจารณาโทษ 14 ตำรวจทำคดี "บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา" ทั้งชุดเก่า-ใหม่ บกพร่อง จ่อสอบคดีใหม่อีกครั้ง

วันนี้ (13 ส.ค.) พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสั่งไม่ฟ้องและตำรวจไม่แย้งคดี นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2555 นำแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำสั่งของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หลังดำเนินการการตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นตามกำหนดกรอบเวลา 15 วัน และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ได้สั่งการให้สอบเพิ่มเติม 3 ประเด็น คือ พล.ต.ท.เพิ่มพูน​ ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ไม่แย้งความเห็นของอัยการ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีนี้ใหม่ และกรณีตำรวจ 11 นายที่สอบสวน และทำคดีนี้มีกี่คน ทั้งที่โดนทำโทษและบางคนที่ยังเลื่อนตำแหน่งอยู่
 
โดย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) กล่าวถึงกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่วันเกิดเหตุ คือ วันที่ 3 กันยายน 2555 โดยมีการทำแผ่นชาร์ตรายงานแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงในทางคดีต่างๆ ตั้งแต่วันเกิดเหตุปี 55 กระทั่งอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี

ทั้งนี้ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ระบุว่า ประเด็นการตรวจสอบความเห็นไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องคดีของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) นั้น ไม่พบความบกพร่อง เนื่องจาก พล.ต.ท.เพิ่มพูน พิจารณาได้เฉพาะสำนวนของอัยการที่ส่งมาเท่านั้น ไม่มีอำนาจสอบสวนใหม่ หรือหยิบยกพยานหลักฐานใหม่มาพิจารณาได้ อีกทั้งผู้ตรวจสำนวนพิจารณาทั้ง 4 ระดับ ก็ไม่มีความเห็นแย้งอัยการ ทาง พล.ต.ท.เพิ่มพูน จึงพิจารณาไปตามระเบียบ แต่ยังคงต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พล.ต.ท.เพิ่มพูน อย่างละเอียดอีกครั้งตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี
 
พล.ต.ท.จารุวัฒน์ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการฯ เตรียมเสนอ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้พิจารณาโทษทางวินัยและอาญากับ 14 นายตำรวจที่ทำคดีทั้งชุดเก่าและชุดใหม่ โดยในจำนวนนี้มีข้าราชการตำรวจ 11 นาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลความผิดและลงโทษแล้ว ส่วนอีก 3 นาย มีตำแหน่งระดับ รองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) และผู้กำกับการ (ผกก.) รวมทั้ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ที่กลับคำให้การเรื่องความเร็วรถของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ด้วย
 
สำหรับความบกพร่องที่พบมี 10 ข้อ อาทิ ไม่ได้ทำการสอบสวน ไม่ได้ทำการตรวจค้นรถผู้ต้องหาในวันเกิดเหตุประกอบสำนวนการสอบสวน ไม่ได้ทำการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ และไม่ได้รวบรวมพยานหลักฐานในทันทีเป็นเหตุให้ขาดพยานหลักฐานในการฟ้อง ไม่ได้สอบสวนปากคำผู้นำตัวผู้ต้องหามามอบตัวประกอบสำนวนเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่าผู้ต้องหาไปที่ไหนอย่างไร เพื่อสอบสวนขยายผลและอาจจะใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันในเรื่องความเมา และข้อเท็จจริงแห่งคดี
 
นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ เตรียมเสนอให้ดำเนินคดีข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ที่อายุความยังเหลืออีก 7 ปี โดยอาศัยอำนาจตาม ป.วิอาญา มาตรา 147 เพราะจากการสอบสวนผู้เชี่ยวชาญประกอบความเห็นเดิมของกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เชื่อได้ว่าความเร็วรถน่าจะอยู่ที่ 177 กิโลเมตร/ชั่วโมง และแจ้งข้อหาเสพสารเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ​ที่มีอายุความเหลือ 2 ปี หลังแพทย์ยืนยันว่า ยาแอมม็อกซิลีน ที่นายวรยุทธ หรือบอส ไปรักษาฟัน ไม่สามารถทำปฏิกิริยาจนเกิดสารที่มีส่วนผสมของโคเคนได้
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการแจ้งข้อหาและทำคดีใหม่ ทางพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับได้ตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงการทำเรื่องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อนำคนผิดมาลงโทษ
 
“ขอย้ำว่า ตำรวจจะไม่ปกป้องผู้กระทำความผิดอย่างแน่นอน จากกรณีที่เกิดขึ้นต่อไปนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จะเข้ามาดูแลเรื่องการเห็นแย้งหรือไม่แย้งของอัยการด้วยตนเอง และจะวางกฎระเบียบให้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ดำเนินการต่อไป” พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ระบุ