บอร์ดธ.ก.ส.ตัดใจเลิกสัญญาระบบคอร์แบงกิ้ง ฟ้องเรียกค่าเสียหายบ.ไทยอีควิพเมนท์600ล.
จากมติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด)ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เมื่อปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งมีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้สั่งยกเลิกสัญญาในโครงการงานธุรกิจหลักหรือCore Banking ที่ธ.ก.ส. ได้ว่าจ้างบริษัทไทยอีควิพเมนท์ รีเสิร์ช จำกัด (บจก.) และพันธมิตร คือบริษัท เทมินอส (ประเทศไทย)ฯ โดยทำสัญญามาตั้งแต่ปลายปี 2547 มูลค่าการลงทุน 1,200 ล้านบาท มาถึงปัจจุบันบริษัทดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินโครงการได้ตามสัญญาที่ตกลงกันได้
ต่อเรื่องนี้ ฐานเศรษฐกิจ ได้รับการเปิดเผยจากนายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการและรักษาการผู้จัดการใหญ่ ธ.ก.ส. ว่า ขณะนี้ทางธนาคารอยู่ระหว่างรอหนังสือตอบกลับจากทางบริษัทว่าจะมีความเห็นอย่างไร หลังจากธนาคารได้บอกเลิกสัญญา
การบอกเลิกสัญญา ธนาคารยังได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นวงเงิน 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนของการลงทุนวางระบบด้านซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์เมนเฟรม จากวงเงินที่ทางธนาคารได้ชำระไปแล้ว 900 ล้านบาท มูลค่าทั้งโครงการ 1,200 ล้านบาท
แบงก์ได้ฟ้องเรียกร้องความเสียหาย 600 ล้านบาท ส่วนวงเงินอีก 300 ล้านบาท เป็นสัญญาลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งตามสาขา เนื่องจากสาขาได้ใช้งานไปแล้ว
จึงไม่ได้เรียกค่าเสียหายในส่วนนี้
มติบอร์ดธ.ก.ส.ยังได้วางไว้ 2 แนวทาง เพื่อแก้ปัญหาระบบงาน Core Banking หลังสัญญาบอกเลิก นั่นคือ 1. ใช้เอาต์ซอร์ซ ซึ่งเล็งว่าจะว่าจ้าง 2 แห่งธนาคารรัฐคือ บจก.กรุงไทยคอมพิวเตอร์ เซอร์วิสเซส หรือเคซีเอส บริษัทลูกของธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารออมสิน รวมไปถึงบริษัทเอกชน โดยอยู่ระหว่างการพิจารณา และ 2. เปิดประมูลหาผู้ลงทุนวางระบบ Core Banking รายใหม่ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะว่าจ้างบริษัทเคซีเอสฯ โดยธนาคารได้หารือกับผู้บริหารของเคซีเอสแล้วในเบื้องต้นแล้ว
แบงก์ไม่อยากบอกเลิก ถ้าไม่จำเป็น เพราะเป็นการเสียโอกาสของทุกฝ่าย แต่เนื่องจากเราได้ให้โอกาสมาหลายปี แต่บริษัททำไม่สำเร็จ
แหล่งข่าวจากบอร์ดธนาคารยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้บริษัทไทยอิควิพเมนท์ รีเสิร์ชฯ ได้ร่วมทุนบริษัทเทมินอสฯ ซึ่งรายหลังเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์รายใหญ่ระดับโลก สัญชาติสเปน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประยุกต์ใช้กับระบบ Core Bankingของไทย จนต้องเป็นฝ่ายถอนตัว ไปเมื่อประมาณปี 2550 ทางบริษัทไทยอีควิพเมนท์ รีเสิร์ชฯ จึงได้พยายามโดยดึง บริษัท OSI (Oversea Solution Ink) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ สัญชาติอเมริกันเข้ามาแก้ปัญหาแทน แต่ทำได้เพียงปีเดียว ธนาคารเห็นว่ายังไม่มีความคืบหน้าประกอบกับได้ให้โอกาสมานานพอ จากสัญญาที่ตกลงกันว่าจะต้องวางระบบแล้วเสร็จ นับจากเริ่มโครงการปี 2547 ภายในระยะเวลา 2 ปีแต่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามตกลง จึงได้บอกเลิกสัญญา
โครงการดังกล่าวได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวครั้งใหญ่เมื่อต้นปี 2548 โดยนอกจากบริษัทไทยอีควิพเมนท์ รีเสิร์ชฯ ซึ่งมีประสบการณ์เป็นผู้วางระบบคอมพิวเตอร์ร่วม 40 ปี บริษัทเทมินอสฯ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับโลก ยังมีบริษัทไอบีเอ็มฯ ในฐานะบริษัทผู้ให้การสนับสนุนโครงสร้างการดำเนินธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์และให้คำปรึกษาทางธุรกิจกับธ.ก.ส. และ ธ.ก.ส.ถือเป็นธนาคารรัฐแห่งแรกในครั้งนั้นที่ใช้เม็ดเงินลงทุนวางระบบ Core Banking ในมูลค่ามากสุดถึง 1,200 ล้านบาท โดยทางธนาคารหวังว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะมาสนับสนุนการดำเนินงานของธ.ก.ส.ทั้งด้านระบบข้อมูลลูกค้า ระบบกู้เงิน ระบบเงินฝาก ระบบบริหารข้อมูลและการบริการบริหารการเงิน การบริหารสาขาที่มี ณ ขณะนั้นกว่า 600 แห่ง
แต่ท้ายสุดก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ต่างกับธนาคารรัฐ อย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่เผชิญปัญหาเดียวกัน
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


