บอร์ดธ.ก.ส.ตัดใจเลิกสัญญาระบบคอร์แบงกิ้ง ฟ้องเรียกค่าเสียหายบ.ไทยอีควิพเมนท์600ล.

บอร์ดธ.ก.ส.ตัดใจเลิกสัญญาระบบคอร์แบงกิ้ง ฟ้องเรียกค่าเสียหายบ.ไทยอีควิพเมนท์600ล.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ธ.ก.ส.บอกเลิกสัญญาการวางระบบ Core Banking เรียกค่าเสียหายจากบริษัทคู่สัญญา บ.ไทยอีควิพเมนท์ รีเสิร์ช และ เทมินอส วงเงิน 600 ล้านบาท จากการลงทุนวางระบบซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์เมนเฟรม หลังแบงก์ควักจ่ายไปแล้ว 900 ล้านบาท บอร์ดเผยได้ให้โอกาสนานแล้ว พร้อมเล็งใช้เอาต์ซอร์ซ โดยว่าจ้าง บริษัทกรุงไทย คอมพิวเตอร์ เซอร์วิสเซสฯ ทำแทน

จากมติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด)ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เมื่อปลายเดือนสิงหาคม ซึ่งมีนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้สั่งยกเลิกสัญญาในโครงการงานธุรกิจหลักหรือCore Banking ที่ธ.ก.ส. ได้ว่าจ้างบริษัทไทยอีควิพเมนท์ รีเสิร์ช จำกัด (บจก.) และพันธมิตร คือบริษัท เทมินอส (ประเทศไทย)ฯ โดยทำสัญญามาตั้งแต่ปลายปี 2547 มูลค่าการลงทุน 1,200 ล้านบาท มาถึงปัจจุบันบริษัทดังกล่าวยังไม่สามารถดำเนินโครงการได้ตามสัญญาที่ตกลงกันได้

ต่อเรื่องนี้ ฐานเศรษฐกิจ ได้รับการเปิดเผยจากนายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการและรักษาการผู้จัดการใหญ่ ธ.ก.ส. ว่า ขณะนี้ทางธนาคารอยู่ระหว่างรอหนังสือตอบกลับจากทางบริษัทว่าจะมีความเห็นอย่างไร หลังจากธนาคารได้บอกเลิกสัญญา

การบอกเลิกสัญญา ธนาคารยังได้เรียกร้องค่าเสียหายเป็นวงเงิน 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนของการลงทุนวางระบบด้านซอฟต์แวร์และคอมพิวเตอร์เมนเฟรม จากวงเงินที่ทางธนาคารได้ชำระไปแล้ว 900 ล้านบาท มูลค่าทั้งโครงการ 1,200 ล้านบาท

แบงก์ได้ฟ้องเรียกร้องความเสียหาย 600 ล้านบาท ส่วนวงเงินอีก 300 ล้านบาท เป็นสัญญาลงทุนด้านฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งตามสาขา เนื่องจากสาขาได้ใช้งานไปแล้ว

จึงไม่ได้เรียกค่าเสียหายในส่วนนี้

มติบอร์ดธ.ก.ส.ยังได้วางไว้ 2 แนวทาง เพื่อแก้ปัญหาระบบงาน Core Banking หลังสัญญาบอกเลิก นั่นคือ 1. ใช้เอาต์ซอร์ซ ซึ่งเล็งว่าจะว่าจ้าง 2 แห่งธนาคารรัฐคือ บจก.กรุงไทยคอมพิวเตอร์ เซอร์วิสเซส หรือเคซีเอส บริษัทลูกของธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารออมสิน รวมไปถึงบริษัทเอกชน โดยอยู่ระหว่างการพิจารณา และ 2. เปิดประมูลหาผู้ลงทุนวางระบบ Core Banking รายใหม่ แต่มีความเป็นไปได้สูงที่จะว่าจ้างบริษัทเคซีเอสฯ โดยธนาคารได้หารือกับผู้บริหารของเคซีเอสแล้วในเบื้องต้นแล้ว

แบงก์ไม่อยากบอกเลิก ถ้าไม่จำเป็น เพราะเป็นการเสียโอกาสของทุกฝ่าย แต่เนื่องจากเราได้ให้โอกาสมาหลายปี แต่บริษัททำไม่สำเร็จ

แหล่งข่าวจากบอร์ดธนาคารยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้บริษัทไทยอิควิพเมนท์ รีเสิร์ชฯ ได้ร่วมทุนบริษัทเทมินอสฯ ซึ่งรายหลังเป็นผู้ให้บริการซอฟต์แวร์รายใหญ่ระดับโลก สัญชาติสเปน แต่ไม่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาประยุกต์ใช้กับระบบ Core Bankingของไทย จนต้องเป็นฝ่ายถอนตัว ไปเมื่อประมาณปี 2550 ทางบริษัทไทยอีควิพเมนท์ รีเสิร์ชฯ จึงได้พยายามโดยดึง บริษัท OSI (Oversea Solution Ink) ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ สัญชาติอเมริกันเข้ามาแก้ปัญหาแทน แต่ทำได้เพียงปีเดียว ธนาคารเห็นว่ายังไม่มีความคืบหน้าประกอบกับได้ให้โอกาสมานานพอ จากสัญญาที่ตกลงกันว่าจะต้องวางระบบแล้วเสร็จ นับจากเริ่มโครงการปี 2547 ภายในระยะเวลา 2 ปีแต่บริษัทไม่สามารถดำเนินการตามตกลง จึงได้บอกเลิกสัญญา

โครงการดังกล่าวได้มีการแถลงข่าวเปิดตัวครั้งใหญ่เมื่อต้นปี 2548 โดยนอกจากบริษัทไทยอีควิพเมนท์ รีเสิร์ชฯ ซึ่งมีประสบการณ์เป็นผู้วางระบบคอมพิวเตอร์ร่วม 40 ปี บริษัทเทมินอสฯ ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ระดับโลก ยังมีบริษัทไอบีเอ็มฯ ในฐานะบริษัทผู้ให้การสนับสนุนโครงสร้างการดำเนินธุรกิจแบบอิเล็กทรอนิกส์และให้คำปรึกษาทางธุรกิจกับธ.ก.ส. และ ธ.ก.ส.ถือเป็นธนาคารรัฐแห่งแรกในครั้งนั้นที่ใช้เม็ดเงินลงทุนวางระบบ Core Banking ในมูลค่ามากสุดถึง 1,200 ล้านบาท โดยทางธนาคารหวังว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะมาสนับสนุนการดำเนินงานของธ.ก.ส.ทั้งด้านระบบข้อมูลลูกค้า ระบบกู้เงิน ระบบเงินฝาก ระบบบริหารข้อมูลและการบริการบริหารการเงิน การบริหารสาขาที่มี ณ ขณะนั้นกว่า 600 แห่ง

แต่ท้ายสุดก็ไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ต่างกับธนาคารรัฐ อย่างธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่เผชิญปัญหาเดียวกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล