"ซานิ" ควง "ตุ้ย เกียรติกมล" ประกาศชัด! ไม่เคยคิดขยับสถานะจากพี่น้องมาเป็นแฟน

"ซานิ" ควง "ตุ้ย เกียรติกมล" ประกาศชัด! ไม่เคยคิดขยับสถานะจากพี่น้องมาเป็นแฟน
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เป็นคู่ซี้ต่างวัยที่สนิทกันมากตั้งแต่เข้ามาอยู่บ้านเอเอฟด้วยกัน ความผูกพันที่มีให้กันนับสิบๆ ปีเลยทำให้ ซานิ-นิภาภรณ์ ฐิติธนการ และ ตุ้ย-เกียรติกมล ล่าทา รู้กันทุกเรื่องคุยกันทุกอย่าง

ล่าสุด ทั้งคู่ได้ควงกันมาเยือน รายการต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 นั่งเล่าอดีตให้ฟังกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกันประกาศเคลียร์ให้ฟังชัดๆ กลางรายการให้หายข้องใจใครหลายคนที่เห็นความสนิทของทั้งคู่ที่ดูเหมือนคู่รักว่า ชีวิตนี้คงเป็นแฟนกันไม่ได้แน่นอนคอนเฟิร์ม 

ซานิ : "ต้องบอกว่าถูกชะตาตั้งแต่ที่เราเข้าบ้าน AF เลยค่ะ จริงๆ สนิทกันเพราะว่ามีคอนเสิร์ตเดอะวินเนอร์ ทั้งหมดคนชนะมี 6 รุ่นมี พี่วิทย์ พี่อ๊อฟ นัททิว แล้วก็มีหนู คือคนประเภทเดียวกันเคมีเราก็จะเข้ากัน" 

สนิทกันจน ตุ้ย จะแย่งแม่ของ ซานิ เป็นของตัวเองเลย?

ซานิ : "ใช่ค่ะ คือ พี่ตุ้ย เป็นคนสนิทกับแม่ พี่ตุ้ย เขาเป็นเด็กเป็นคนกตัญญูมาก"

ตุ้ย : "คือตอนไปถ่ายละคร นิ เขาก็จะเอาคุณแม่ไปด้วย ผมก็จะรู้สึกว่าอยู่ในกองมันก็ไม่ได้สบาย ผมก็จะมีเก้าอี้สนามที่เราติดไป เราก็จะเอามาให้คุณแม่นั่ง แม่ทานอะไรหรือยัง เราก็จะแบบเทคแคร์แม่" 

ถามเลยดีกว่าอย่าง ซานิ ใช่สเปก ตุ้ย ไหม?

ตุ้ย : "จะเพลินๆ ก็ได้ (หัวเราะ) ไม่ครับ รู้สึกเหมือนน้อง"

ซานิ : "สเปกพี่ตุ้ย คือ สาวไทยบ้านๆ เลย ไม่ชอบผู้หญิงปรุงแต่งเยอะ เขาชอบคนง่ายๆ เรียบร้อย" 

ตุ้ย : "ผมเป็นคนขี้ห่วง คือ ผมชอบมองคนอื่นนะ แต่ไม่ชอบให้ใครมามองคนรักเรา" 

ตุ้ย เป็นคนเจ้าชู้ไหม?

ซานิ : "พี่ตุ้ย ถ้าโสดเจ้าชู้ แต่ถ้าไม่โสดเขาจะเป็นคนนิ่งมาก เฉยๆ เลย"

แล้วตอนนี้มีแฟนหรือยัง

ตุ้ย : "ก็จะเป็นคนนอกวงการส่วนมากเลยสำหรับคนที่เราคบเพราะเราเป็นคนขี้ห่วง ถ้าเป็นคนในวงการด้วยกันจะไม่ได้ เพราะถ้าใส่แบบเปิดนิดหน่อยก็ไม่ได้ละ เพราะเราห่วงเขา อย่างเช่นเวลาเข้าฉากละครจับไม้จับมือนิดหน่อยก็ไม่ได้ละขี้ห่วง ที่เราเล่นมาหมดทุกแบบทำให้เราเห็น แต่จะให้แฟนเรามาเล่นคือไม่ได้ เอารวมๆ เลยถ้าผู้หญิงในวงการบันเทิง เราจะเป็นเพื่อนเป็นพี่น้องกันมากกว่า 14 ปีในวงการบันเทิงผมไม่เคยมีแฟนในวงการเลย ไม่ชอบไม่มีชอบเลย เพราะความขี้ห่วงของเราเดี๋ยวทำให้คนอื่นเขาทำงานลำบากไปหมด" 

ตุ้ย : "อีกอย่างคือที่ไม่คบกับผู้หญิงในวงการ เพราะว่าถ้าเราเลิกมันก็มีโอกาสวนกลับมาเจอกันอีก แต่ถ้านอกวงการเราเลิกกับเขา เราก็ไม่ได้เจอกันอีก" 

มีครั้งหนึ่งเห็นว่าไปเที่ยวด้วยกันแล้ว ซานิ ตามจีบผู้หญิงให้ ตุ้ย แต่กลับเจอเหตุการณ์ชวนขนลุก เกิดอะไรขึ้น?

ตุ้ย : "คือ มีอยู่ครั้งหนึ่งเราไปทำงานด้วยกันที่เชียงใหม่ แล้วไปร้านๆ หนึ่ง"

ซานิ : "เราไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งสวยออร่ามาก คือ ต้องบอกว่าผู้หญิงเชียงใหม่เวลาเราเจอยิ่งตอนกลางคืนนะจะขาวพุ่งมากๆ เราก็คิดละว่าคนนี้ พี่เราต้องได้ต้องตามจีบเอาเบอร์มาให้ได้ เพราะหุ่นดีโคตรดี แล้วผมดำยาวถึงกลางหลัง เราก็แบบต้องเคลมให้พี่ให้ได้คนนี้ เราก็เดินเข้าไปหาเขา เราเห็นพร้อมกันทั้งคู่ พี่ตุ้ยกับนิ เราบอกว่าพี่ตุ้ย คนนี้หุ่นโคตรดี แล้วเขาเดินหายเข้าไป ค่อยๆ หายไปในซอย แล้วก็เดินหายเข้าไปในศาลพระภูมิ"

ตุ้ย : "เราก็หันมาถาม นิ เห็นไหม" 

ซานิ : "เห็น เราก็โบกรถกลับเลยทันที ทั้งคู่ แบบตอนนั้นสร่างเลยค่ะ คือตอนนั้นเราอาจจะแซวเพลินปากไปนิดนึง ก็ได้ขอขมาไปเรียบร้อย"

เราทั้งคู่ก็ผ่านกันมาถึงขนาดนี้เคยมีสักแวบ! ไหมที่เราปิ๊งกัน 

ซานิ : "ไม่มีเลยค่ะ"

ตุ้ย : "ไม่มีเลย"

ซานิ : "จะบอกว่าที่ไม่มีความรู้สึกนั้นเพราะอะไรรู้ไหม เพราะพี่ตุ้ยเขาเห็นการพัฒนาของหนูตั้งแต่ที่เราเป็นลิงจนมาถึงทุกวันนี้ เขาเห็นเราหมดคือ ตอนแรกคือเราเหมือนเด็กผู้ชายจริงๆ จบจากเอเอฟคือ ทอมบอยเลย  ถ้าคนไม่ถามว่าเพศไหนเราแทบไม่ต้องตอบเลยเพราะคำตอบอยู่บนใบหน้าของเรา อยู่ที่ทรงผมของเราเลย มันเลยทำให้พี่ๆ หรือคนที่มาเจอเราแรกๆ คือ เห็นเราเป็นน้องชายเลย" 

ภาพที่เราเห็นและที่ออกมาคือ ภาพที่เขาวางไว้ให้เราหรือเปล่า

ตุ้ย : "จริงๆ เป็นเหมือนคาแรคเตอร์ของแต่ละคนที่มีอยู่ในตัวเองมากกว่าครับ ออกมามันเลยไม่มีการเซ็ตว่าใครจะต้องเป็นแบบไหน ซานิเขาก็จะเป็นแบบของเขา ผมก็จะเป็นตัวของผมเอง ก็จะมีการแนะนำปรึกษากันเรื่องแฟนคลับมากกว่าครับ"

ซานิ : "เพราะตอนแรกคือ หนูให้แฟนคลับขึ้นมาถึงห้องนอนได้เลย คือ แบบคุณพ่อคุณแม่เราเวลาเขาเชียร์เราตอนอยู่ในบ้าน เขาก็จะมาเชียร์เราที่บ้านของเราเพราะบ้านเราก็ไม่ได้รวยมากคือพอมีคนมาช่วย มาเชียร์เรา แม่เราก็รู้สึกซาบซึ้งใจ พอเราออกจากบ้านมาเขาก็อยากมาเจอเรา บางทีเรานอนอยู่ที่คอนโดตอนนั้นที่เราอยู่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก คือ เปิดประตูมาเจอเราเลย หนูก็แบบมันใช่เหรอ แต่ด้วยความที่พ่อแม่เราเขาก็เกรงใจ เขารักลูกเรานะ เขาก็อยากเจอแต่เขาก็ลืมไปว่าบางทีเราก็ต้องมีกรอบเอาไว้ เราก็มาเจอพี่ๆ เราก็ได้ปรึกษาพี่ตุ้ย เราเจอแบบนี้ๆ นะ พี่เขาก็แนะนำว่าเรื่องนี้เราต้องวางไว้นะ เราไม่ใช่ไม่รักเขานะ แต่เราได้เท่านี้ เขาได้เท่านี้ ต้องมีพื้นที่ต่อกันเราถึงอยู่ด้วยกันได้นาน" 

แต่มีอยู่เรื่องที่ว่า ตุ้ย กลัว ซานิ ในเรื่องการแต่งตัวมาก เพราะ ซานิ แต่งตัวล้ำมาก

ตุ้ย : "ใช่ครับ แต่เพราะเขาเป็นคนที่ชอบการแต่งตัว ล่าสุดเขาเลยเปิดร้านขายเสื้อผ้า เราเคยไปออกงานด้วยกัน นางจะเยอะมาก คือ ผมเคยเห็นตู้เสื้อผ้าเขา คือ เสื้อผ้าเยอะอลังการมาก คือ ตู้เสื้อผ้าบ้านซานิ ใหญ่กว่าห้องครัวอีกครับ เลยทำให้เรากลัว คนอะไรจะใส่เสื้อผ้าเยอะได้ขนาดนี้" 

ทำไมถึงเปลี่ยนการแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผม แบบชนิดที่เปลี่ยนแรงมากหนักมาก?

ซานิ : "คือมันเริ่มจากความขี้เกียจของเราก่อน แล้วคือ ช่วงที่เราผมสั้น แล้วแบบเครื่องประดับเราเยอะมาก เหมือนโซ่แซ่กุญแจมือเยอะมาก กว่าเราจะใส่กว่าจะออกจากบ้านได้เป็นครึ่งชั่วโมง หรือเป็นชั่วโมงเลยค่ะ วันหนึ่งคือ มันเหนื่อย ถามว่ามันหยุดได้ไหม มันหยุดไม่ได้ แต่เมื่อเราผมยาวขึ้น ประกอบกับจะให้เราไปใส่อะไรแบบนั้นมันก็ไม่เข้า เราเลยเปลี่ยนจากการใส่โซ่แซ่กุญแจมือ เป็นหมวก เป็นใส่เสื้อผ้าสวยๆ ที่มีดีเทลแทน เพราะเราเป็นผู้หญิง ที่ชมแต่งตัวสวยๆ แบบนี้พี่ตุ้ยเขาถึงไม่ชอบ"