"โอบ นิธิ" เปิดหมดใจ ความรัก "มะปราง" ครบรอบ 4 ปี เริ่มมองอนาคตร่วมกันหรือยัง?

"โอบ นิธิ" เปิดหมดใจ ความรัก "มะปราง" ครบรอบ 4 ปี เริ่มมองอนาคตร่วมกันหรือยัง?

เพราะเพิ่งจะผ่านวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 26 ปี ได้ไม่นาน สำหรับพระเอกหนุ่ม โอบ-นิธิ วิวรรธนวรางค์ เลยทำให้บรรดาขาเม้าท์อดสงสัยไม่ได้ว่า หวานใจคนสวยดีกรีนางเอก มะปราง-อลิสา ขุนแขวง ได้มอบของขวัญชิ้นพิเศษ ให้กับเจ้าตัวบ้างหรือเปล่า

ซึ่งล่าสุดทางด้านของ โอบ นิธิ ก็ได้ออกมา ให้สัมภาษณ์ถึงโมเมนต์พิเศษในวันดังกล่าว กับกองทัพสื่อกลางงานเปิดกล้องซีรีส์ Blackout บาร์ลับไม่มีในโลก พร้อมทั้งเผยถึงแพลนในอนาคต หลังจากที่เจ้าตัวและ มะปราง อลิสา เปลี่ยนสถานะจาก "เพื่อนร่วมงาน" มาเป็นคำว่า "แฟน" ครบรอบ 4 ปีเต็ม ให้เราได้ฟังกันอีกด้วย

"วันเกิดปีนี้ก็ถือว่าเป็นปีที่ค่อนข้างแปลกครับ คือมันมีทั้งเรื่องที่ดีและก็เรื่องที่ไม่ดีเกิดขึ้นพร้อมกัน ถามว่าผมได้ซื้ออะไรให้ตัวเองบ้างไหมในวันเกิดปีนี้ เอาจริงๆ นะครับไม่มีเลย ไม่มีเงินด้วยแหละ (หัวเราะ) มันเหมือนผมเน้นไปที่การเก็บเงินมากกว่าครับ เพราะเดี๋ยวนี้อะไรๆ มันก็ไม่แน่นอน มันเลยทำให้ผมตระหนักมากขึ้น และมองเรื่องของการเก็บเงินมากขึ้นครับ"

เรารู้สึกว่าการทำงานอาชีพเดียวมันไม่มั่นคงแล้วใช่ไหม ?
"เอ่อ...ช่วงที่เกิด โควิด-19 พอผมได้มีโอกาสอยู่กับตัวเอง ได้คิดอะไรหลายๆ อย่าง ผมก็รู้สึกเหมือนกันนะว่าเราคงหยุดอยู่กับที่ไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นผมก็เลยอยากที่จะหาอะไรทำให้มากขึ้น และก็เซฟทุกอย่างให้มากขึ้นเช่นกัน"

ถามถึงหวานใจของเราบ้างเขาได้ให้ของขวัญอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ?
"ก็มีของขวัญธรรมดานี่แหละครับ นอกนั้นก็ไปรับประทานอาหารกับที่บ้าน คือมันเป็นวันพิเศษวันหนึ่งครับผม ส่วนเรื่องของขวัญที่ได้จากเขาถามว่าเป็นอะไร เอ่อ...มันก็เป็นสิ่งที่เขาตั้งใจให้นั่นแหละครับ แต่เขากำชับไว้ว่าอย่าบอกใครครับผม ถ้าอยากรู้ต้องไปหาดูเอาเองครับ (ยิ้ม)"

IG oabnithiโอบ มะปราง รักหวานเสมอต้นเสมอปลาย

ตลอด 4 ปีที่คบกัน ความสัมพันธ์เป็นอย่างไรบ้าง ?
"ผมรู้สึกว่าเราก็ได้เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ นะครับ และการเรียนรู้มันเป็นเรื่องที่ไม่มีคำว่าสิ้นสุดอยู่แล้ว ขนาดคุณพ่อคุณแม่ผมท่านก็ยังมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันอยู่เลย ยังต้องมีการปรับตัวและคุยกันให้รู้เรื่องอยู่เลยครับ"

ได้มีโอกาสพูดคุยถึงความเป็นไปได้ในอนาคตบ้างหรือยัง ?
"เอ่อ...มันก็ไม่ได้เป็นการคุยจริงจังถึงขนาดว่าอนาคตจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะเอาจริงๆ นะครับ ตัวผมเองยังรู้สึกอยู่เลยว่าผมยังจัดการอะไรไม่ค่อยได้ บางสิ่งบางอย่างผมยังต้องขอให้แม่ช่วยทำให้อยู่เลย (หัวเราะ) และอีกเรื่องคือ ผมมีแพลนว่าผมจะสร้างบ้านให้คุณแม่ ซึ่งนิสัยส่วนตัวของผม ผมเป็นคนที่โฟกัสอะไร 2 อย่างพร้อมไม่ได้ แต่ถ้าถามผมว่าจริงจังไหม ผมมองว่ามันเป็นเรื่องที่จริงจังทั้ง 2 เรื่องเลยนะครับ ผมไม่อยากให้มองว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ"

เหมือนเราคิดว่าตัวเราเองยังไม่โตพอหรือเปล่า ?
"ผมรู้สึกว่าบางอย่างผมยังจัดการด้วยตัวเองไม่ได้มากกว่าครับ แต่วันหนึ่งผมจะต้องโตกว่านี้ และก็จะต้องเริ่มจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองให้ได้มากขึ้นกว่านี้ครับ"

เป็นไปได้ไหมว่าถ้าสร้างบ้านให้คุณแม่เสร็จ เราก็ค่อยมาคุยกันถึงเรื่องแต่งงานอีกครั้งหนึ่ง ?
"ใช่ครับ ก็ต้องมานั่งคุยกันอีกทีหนึ่ง"