ปูดรอบใหม่คดีเรือขุดฉาว คณะอนุญาฯชี้ขาด บ.เอลลิคอตต์ ต้องใช้ค่าเสียหายอ่วมกว่า 3 พันล้านบ.-ค่าปรับอี

ปูดรอบใหม่คดีเรือขุดฉาว คณะอนุญาฯชี้ขาด บ.เอลลิคอตต์ ต้องใช้ค่าเสียหายอ่วมกว่า 3 พันล้านบ.-ค่าปรับอี

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
เผยคดีเรือขุดฉาวรอบใหม่ ผลถกคณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดให้ บ.เอลลิคอตต์ ให้ค่าเสียหายอ่วมกว่า 3 พันล้านบ-รวมค่าปรับอีก 41 ล.ให้กรมขนส่งทางน้ำ-พาณิชย์นาวี ฐานเบี้ยวสัญญาไม่ส่งมอบเรือตามกำหนด แม้ว่ารัฐบาลไทยจ่ายเงินแล้ว 85 % ของมูลค่าโครงการ คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทระหว่างกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี (กรมเจ้าท่า) กับบริษัท ซี.เอลลิส อิงค์ (ชื่อเดิม บริษัท เอลลิคอตต์ แมชีน คอร์ปอเรชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด) กรณีบริษัท ซี.เอลลิส อิงค์ ผิดสัญญาการส่งมอบเรือขุดหัวสว่าน จำนวน 3 ลำ โดยให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 88,864,805.81 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ3,100ล้านบาท) และค่าปรับอีก 41,536,857.92 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5 ต่อปี โดยเมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุญาโตตุลาการ ซึ่งมีนายจรัส อุดมวรชาติ เป็นประธาน นายพันธ์ สุริยพร อนุญาโตตุลาการฝ่ายกรมขนส่งทางน้ำฯ นายพัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ เป็นอนุญาโตตุลาการฝ่ายบริษัทซี เอลลิส อิงค์ ชี้ขาดในข้อพิพาทดังกล่าว เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระบุให้บริษัทซีเอลลิส อิงค์ ชำระค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายและค่าป่วยการคณะอนุญาโตตุลาการแทนกรมขนส่งทางน้ำฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการพิเคราะห์ข้อพิพาทระบุ กรมขนส่งทางน้ำฯให้โอกาสขยายระยะเวลาส่งมอบเรือหลายครั้ง แต่บริษัทยังไม่สามารถส่งมอบเรือได้ ขณะที่กรมขนส่งทางน้ำฯยังจ่ายเงินให้แก่บริษัทแล้วบางส่วน ตลอดจนค่าภาษีที่จ่ายคืนแก่บริษัท ซีเอลลิส อิงค์ตามเงื่อนไขสัญญาทำให้กรมขนส่งทางน้ำฯได้รับความเสียหายมากและมีสิทธิบอกกล่าวเลิกสัญญา ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 บริษัทต้องคืนเงิน และชดใช้เสียหายให้กรมขนส่งทางน้ำฯตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการระบุให้บริษัท ซีเอลลิส อิงค์ จ่ายค่าควบคุมงานให้ นาวาตรีเนตร สัจจวาณิชย์ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า เป็นจำนวน 183,752.20เหรียญสหรัฐ บริษัท ซี.เอลลิส อิงค์ หรือบริษัท เอลลิคอตต์ฯ เปริษัทต่อเรือขุดชื่อดังของสหรัฐ ตั้งอยู่ที่เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ มีนายปีเตอร์ โบวี่ เป็นประธาน เซ็นสัญญาต่อเรือขุดหัวสว่านที่มีท่อส่งดิน เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 28 นิ้ว จำนวน 3 ลำ พร้อมเรือพี่เลี้ยง (Tender boat) มูลค่า 42.40 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับกรมขนส่งทางน้ำฯ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2540 โดยกำหนดส่งมอบเรือในวันที่ 24 มีนาคม 2542 หลังเซ็นสัญญาแล้ว กรมขนส่งทางน้ำฯจ่ายเงินให้กับบริษัท เอลลิคอตต์ฯเป็นงวดๆ ตามข้อสัญญา รวม 5งวด คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 38.60 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วน 85 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ แต่ปรากฏว่าบริษัท เอลลิคอตต์ฯไม่ยอมส่งมอบเรือให้ตามกำหนด แม้กรมขนส่งทางน้ำฯขยายระยะเวลาส่งมอบเรือขุดอีก 2 ปี ต่อมากรมขนส่งทางน้ำฯแต่งตั้งคณะกรรมการเร่งรัดการปฏิบัติตามสัญญาเดินทางไปตรวจสอบการต่อเรือขุดทั้ง 3 ลำ ที่สหรัฐอเมริกา พบว่าบริษัท เอลลิคอตต์ฯมีผลงานต่อสร้างเรือขุดไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ กระทรวงคมนาคมเสนอขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกสัญญาการซื้อขายเรือขุดซึ่ง ครม.เห็นชอบ จากนั้น กรมขนส่งทางน้ำฯแจ้งบอกเลิกสัญญาและเรียกร้องให้บริษัท เอลลิคอตต์ฯชดใช้ค่าเสียหาย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2546 แต่บริษัท เอลลิคอตต์ฯเพิกเฉย จึงใช้สิทธิเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรมให้เป็นผู้ชี้ขาดและมีคำสั่งให้บริษัท ซีเอลลิส อิงค์หรือบริษัท เอลลิคอตต์ฯชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ย สำหรับโครงการจัดซื้อจัดจ้างเรือขุด เอลลิคอตต์ กลายเป็นข่าวอื้อฉาว ตั้งแต่ปี 2543 เมื่อหนังสือพิมพ์มติชนตีแผ่ต่อสาธารณชนระบุ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าในขณะนั้นมีส่วนรู้เห็นการทุจริตการจัดซื้อเรือขุด โดยยินยอมแก้เงื่อนไขในสัญญาจนทำให้รัฐเกิดความเสียหายเนื่องจากรัฐจ่ายเงินไปแล้ว แต่บริษัท เอลลิคอตต์ฯไม่ยอมส่งเรือขุด มติชนเปิดโปงหลักฐานจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เมล) ของนายโทนี่ เมย์ ชาวแคนาดา อดีตวิศวกรของบริษัท เอลลิคอตต์ฯ โดยเป็นการโต้ตอบระหว่างนายปีเตอร์ โบวี่ ประธานบริษัท เลลิคอตต์ฯ และตัวแทนของบริษัท เอลลิคอตต์ฯประจำประเทศ ในการเจรจาต่อรองให้เงินสินบนแก่กลุ่มบุคคลที่เป็นอดีตคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการเรือขุด ช่วงระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม 2541-13 ตุลาคม 2541 คิดเป็นเงินราว 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อแลกกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในสัญญาและการเซ็นรับมอบอุปกรณ์เรือขุด ในหลักฐานดังกล่าวนายปีเตอร์ โบวี่ สั่งให้เจ้าหน้าที่บริษัท เอลลิคอต์ฯโอนเงินจากธนาคารเฟิร์สต์เนชั่นแนล สำนักงานใหญ่เมืองฮาร์ตฟอร์ด รัฐคอนเนกติกัต สหรัฐอเมริกา เป็นธนาคารที่บริษัทเอลลิคอตต์ฯใช้บริการอยู่ เข้าบัญชีตัวแทนบริษัทเอลลิคอตต์ฯ เลขที่ 087-4-0052-1 ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด ประเทศสิงคโปร์ หลักฐานทั้งหมด นายโทนี่ เมย์ ส่งให้กับกระทรวงยุติธรรม สหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐสอบสวนนายปีเตอร์ โบวี่ ในข้อหาฐานจ่ายเงินสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ของไทย ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประพฤติทุจริตต่างด้าว หรือเอฟซีพีเอ (The Foreign Corrupt Practice Act) ตั้งแต่ปี 2542 แต่คดีไม่มีความคืบหน้าใดๆ เดือนสิงหาคม 2545 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติว่านายจงอาชว์ โพธิสุนทร อดีตอธิบดีกรมเจ้า กับพวกรวม 7 คนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เมื่ออัยการสูงสุดนำคดีทุจริตเรือขุดเอลลิคอตต์ฟ้องร้องต่อศาลชั้นต้น ปรากฏว่า เดือนธันวาคม 2549 ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง นายจงอาชว์ กับพวก อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ 2550 อัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล