ลุงวัย 67 ปี สุดช้ำ ครูสาวแดนใต้หลอกให้รัก-สูญนับแสนบาท รู้อีกทีมีสามีแล้ว

ลุงวัย 67 ปี สุดช้ำ ครูสาวแดนใต้หลอกให้รัก-สูญนับแสนบาท รู้อีกทีมีสามีแล้ว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ลุงวัย 67 ปี รู้จักครูสาวแดนใต้วัย 38 ปี ในเฟซบุ๊ก โดนหลอกให้ช่วยผ่อนค่างวดรถ และปลูกบ้านใหม่ สูญนับแสนบาท มารู้อีกทีมีสามีแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพ อายุ 67 ปี ชาวอำเภอเมืองราชบุรี เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน และนำเอกสารหลักฐานข้อความการสนทนายื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดราชบุรี และร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้ช่วยเหลือติดตามเงินและทรัพย์สิน รวมทั้งสิ้นประมาณ 1 แสนบาท จาก ครูติ๊ก อายุ 38 ปี มีอาชีพเป็นครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา หลังถูกฝ่ายหญิงหลอกให้คบหาดูใจ แต่มาทราบภายหลังว่ามีสามีและลูกแล้ว

นายนพ เล่าว่าตนเองรู้จักกับ ครูติ๊ก อายุ 38 ปี เมื่อปลายปี 2562 ผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยฝ่ายหญิงขึ้นสถานะว่าโสด ตนจึงได้ทักแชทไปหาทำนองว่าจีบ ก็มีการพูดคุยกันตลอด และตนเองก็โสด มีทะเบียนหย่าแสดงชัด หลังจากที่ได้พูดคุยกันตลอดเวลา ฝ่ายหญิงก็จะวิดีโอคอลมาตลอดว่าตนอยู่ที่ไหนอย่างไร อยู่กับหญิงอื่นหรือไม่ จนขอคบหากันเป็นแฟน

จนกระทั่งได้คุยกับแม่ของน้องติ๊ก มีการเจรจาพูดตกลงกันเรื่องค่าสินสอดทองหมั้น โดยที่ฝ่ายหญิงจะซื้อรถปิกอัพ 4 ประตูราคา 550,000 บาท และปลูกเรือนหอในที่ดินของฝ่ายหญิง ในจังหวัดพังงา ในราคา 3–5 แสนบาท

จากนั้นฝ่ายหญิงจึงได้ขอดูทรัพย์สินของตนเองว่ามีเงินเก็บไว้ในบัญชีหรือเป็นเงินสด ตนจึงบอกกลับไปว่าเก็บเป็นเงินสด และได้วิดีโอคอลเปิดตู้เซฟให้ดูซึ่งมีเงินสดจำนวน 5 แสนบาทเศษ รวมไปถึงทรัพย์สินอื่นๆ อีก

หลังจากนั้นก็ได้ตกลงกันและเป็นการผ่อนจ่าย โดยฝ่ายหญิงให้ตนเองจ่ายเป็นค่าผ่อนงวดรถจำนวน 5,000 บาท โดยเริ่มจ่ายงวดแรกสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และจ่ายงวดถัดไปทุกๆ สิ้นเดือนจนกว่าจะสร้างเรือนหอเสร็จ และให้ตนเองผ่อนชำระงวดรถยนต์จนครบ

นายนพ กล่าวต่อว่า หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยฝ่ายน้องติ๊กได้ไปออกรถกระบะ 4 ประตูมา และเดินทางมาหาตนที่ราชบุรี โดยตนได้โทรศัพท์พูดคุยยืนยันกับทางฝ่ายแม่ น้องสาว และป้า แสดงความบริสุทธิ์ใจ ระหว่างนั้นฝ่ายหญิงก็จะเดินทางไปกลับ ราชบุรี–พังงา เนื่องจากต้องทำงาน และจะเดินทางมาช่วงวันหยุด

จนโรงเรียนถูกสั่งหยุดเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้น้องติ๊กมาอยู่ที่บ้านกับตนเอง และได้มีการพูดคุยซื้อเครื่องปรับอากาศเคลื่อนที่และพัดลม ราคา 13,000 บาท ส่งไปยังบ้านที่พังงา และให้ตนเองโอนเงินเพื่อไปเป็นค่าถมที่ดินที่จะสร้างเรือนหออีก 10,000 บาท ซึ่งตนก็ได้จัดการทั้งหมด

นายนพ ขณะเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรีนายนพ ขณะเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี

นายนพ บอกอีกว่า เวลาผ่านไปเกือบ 4 เดือน ตนจึงขอฝ่ายหญิงไปบ้านเพื่อกราบแม่ยาย และไปดูที่สร้างเรือนหอ รวมไปถึงขอฝ่ายหญิงจดทะเบียนสมรส แต่ก็กลับถูกปฏิเสธมาโดยตลอด จนตนเองเริ่มผิดสังเกต จากนั้นฝ่ายหญิงก็กลับบ้านที่จังหวัดพังงา และช่วงเดือนมิถุนายน ฝ่ายหญิงเริ่มขาดการติดต่อ และไม่เดินทางมาหาตนเหมือนแรกๆ จึงได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง

ฝ่ายหญิงมีการถ่ายภาพเอาอาวุธปืนจี้ที่หัวส่งมาให้ตน ตนก็เป็นห่วงคิดว่าตายจริง จึงได้นำรูปดังกล่าวไปโพสต์ผ่านโซเชียลที่จังหวัดพังงา จนกระทั่งฝ่ายหญิงติดต่อเข้ามาขอให้ลบรูปภาพออก เพราะเป็นการสร้างความเสียหาย เสียชื่อเสียง ตนก็พยายามสอบถามความจริง ฝ่ายหญิงก็ยังคงบ่ายเบี่ยง

และมีผู้หวังดีที่รู้จักกับทางฝ่ายหญิงติดต่อเข้ามาและเตือนตนเองว่า ฝ่ายหญิงมีสามีมีครอบครัวแล้ว ทำให้ตนเองรู้ว่ากำลังถูกฝ่ายหญิงหลอกและกลุ่มของครอบครัวฝ่ายหญิงหลอกลวง ทั้งให้ช่วยผ่อนรถยนต์ให้และช่วยปลูกบ้าน ซึ่งยังโชคดีที่ตนยังไหวทันไม่เช่นนั้นต้องเสียเงินสดกว่า 5 แสนบาทไปอย่างแน่นอน

จนกระทั่งมีชายรายหนึ่งประกาศสามีของฝ่ายหญิง อยู่กินกันมา 5 ปี มีบุตรด้วยกัน 1 คน พร้อมทั้งส่งใบทะเบียนสมรสมาให้ตนเองดู แถมยังส่งข้อความมาเย้ยตนเองว่า "ให้ไปอยู่สุขสบายแล้ว 6 เดือนแล้ว กูจะทวงคืนแล้ว จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด กูจะขึ้นไปหา"

นายนพ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้ตนเกิดภาวะเครียดประกอบกับเป็นโรคซึมเศร้า และพยายามที่จะเรียกร้องเงินที่สูญเสียไปคืน ที่เจ็บช้ำใจคือพอตนเองติดต่อทวงเงินเขา กลับถูกต่อว่า "โง่แล้วโง่อีก" และที่ช้ำใจมารู้ข่าวว่าทางฝ่ายหญิงได้เข้าพิธีหมั้นกับทางฝ่ายชายเมื่อวันที่ 29 ก.ค.63 ที่ผ่านมา เมื่อเห็นภาพแล้วยิ่งช้ำใจเป็นอย่างมาก ที่มาหลอกให้ตนเองหลงรักและให้ความหวังเพื่อที่จะเข้าพิธีแต่งงานอยู่ร่วมหอ แถมยังมาเสียทรัพย์อีก

วันนี้ตนจึงได้หอบหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี เพื่อเป็นหลักฐาน และนำเอกสารยื่นฟ้อง ครูติ๊ก อายุ 38 ปี พร้อม พวกอีก 5 คน ต่อศาลจังหวัดราชบุรี ความคดีอาญา ฐานร่วมกันฉ้อโกง เป็นแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวงชาวบ้านเพื่อหากิน