"แอน สิเรียม" ผันตัวเป็นชาวสวน ควงลูกสาว "นนนี่" เคลียร์ใจความต่างขั้วอยู่ด้วยกันต้องทะเลาะ

"แอน สิเรียม" ผันตัวเป็นชาวสวน ควงลูกสาว "นนนี่" เคลียร์ใจความต่างขั้วอยู่ด้วยกันต้องทะเลาะ

เรียกว่าสวยและเก่งเหมือนแม่ไม่มีผิด สำหรับ นนนี่ นนลนีย์ ลูกสาวของ คุณแม่แอน-สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์ ที่ล่าสุดได้มาเป็นแขกรับเชิญใน รายการต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ทำเอาสตูดิโอดูคึกคักสดชื่นด้วยความสวยออร่าจากคู่แม่ลูกคู่นี้เป็นที่สุด ซึ่งงานนี้ คุณแม่แอน ได้ควงลูกสาว น้องนนนี่ เคลียร์ใจในความต่างขั้ว ที่ว่าอยู่ด้วยกันต้องทะเลาะกันทุกครั้ง พร้อมกับอัปเดตชีวิตที่พลิกผันจากนักแสดงมาเป็นชาวสวนจับจอบ พรวนดินปลูกผักทานเอง

ช่วงนี้กลับมาอยู่เมืองไทยแล้วหรอ

นนนี่ : "ใช่ค่ะ กลับมาได้ประมาณ 4 เดือนแล้วค่ะ"

เป็นความตั้งใจที่จะกลับมาเพราะโควิดหรือว่ามันบังเอิญ?

นนนี่ :  "เป็นคนที่กลับเมืองไทยอยู่แล้วทุกปีค่ะ ก็ช่วงประมาณเดือนเมษายน"

แอน :  "ปีละครั้งค่ะ ไม่งั้นเกินงบค่าเครื่องบินไม่ไหว"

นนนี่ :  "พอมันมีข่าวเรื่องโควิด แม่ก็เลยบอกว่ากลับมาเร็วนิดนึงไหม ก็เลยเลื่อนตั๋วขึ้นมาเป็นมีนาคม"

แอน :  "คือบอกให้เขากลับมาเอง ตอนแรกเขาจะไม่กลับ เขาบอกว่าไม่มีอะไรหรอก คือตามประสาวัยรุ่น เขาจะไม่ค่อยขี้กังวล แต่แบบเราเป็นคนแก่ไง เราก็จะรู้สึกว่า  ไม่ได้ แล้วไหนจะยายบอกว่าทำไมไม่ให้หลานกลับมาสักทีอะไรอย่างนี้ เราก็เลยบังคับให้ลูกกลับมา"

ลูกไปอยู่ห่างๆ นานๆ คิดถึงไหม?

แอน : "ก็คิดถึงนะคะ แต่หลังๆก็ชิน พอส่งเขาไปเรียนสักพักนึง เราก็รู้สึกว่าเราอยากให้เขาไปเรียนเพื่อที่จะได้เห็นโลก ช่วงเราเด็กๆเราไม่มีเวลาไง เราทำแต่งาน เราก็ไม่ได้เห็นโลกกว้างเท่าไหร่" 

ครั้งนี้หน้าจะเป็นครั้งที่กลับมาเมืองไทยนานนี่สุดไหม?

นนนี่ : ใช่ค่ะ ยังไม่เคยกลับมานานขนาดนี้

แต่ที่กลับมาเห็นว่า คุณแม่มีจุดประสงค์ให้ลูกอยู่ในครั้งนี้ใช่ไหม?

แอน : "พอกลับมาแล้วกลับไปไม่ได้แล้วไงค่ะ ก็เลยแบบว่างั้นหาอะไรทำกันไหม? คนนี้เขาก็นำเสนอว่าถ้างั้นเราลองอะไรกันดีไหม คือแม่เป็นสายสุขภาพอยู่แล้วใช่ไหม? แต่ก็ชอบกินด้วยอะไรอย่างนี้ค่ะ ก็เลยกลายเป็นที่มาของคำว่า "กิน By สิเรียม"

นนนี่ : "คือโปรดักส์หลักของเราจะเป็นรวงผึ้งสด คือจะมาทั้งรวงเลย บางทีแต่ละเดือนหรือแต่ละช่วงก็จะมีโปรดักส์พิเศษๆ ออกมา"

ที่ผุดธุรกิจขึ้นมาเนี่ยเพื่อมัดใจให้ลูกอยู่ไทย อยู่กับแม่นะรึเปล่า?

แอน : "ก็เป็นส่วนนึงเหมือนกันนะคะ ก็กำลังนำเสนอเขาอยู่ แต่จริงๆเขาก็ชอบ อยู่เมืองไทยก็ชอบใช่ไหมคะ?"

นนนี่ : ใช่ ก็สนุกดีค่ะ ทำนู่นทำนี่

เอาจริงๆ นะคิดถึงที่นู่นไหม

นนนี่  : "คือจริงๆ หนูเป็นคนอยู่ที่ไหนก็ได้ ก็หาความสุขแต่ละที่ที่เราอยู่ไปมากกว่า" 

ถ้าเลือกได้อยากใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษหรือไทย?

นนนี่ : ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ ยังไม่ได้แบบว่าต้องเลือกอะไรอย่างนี้ ก็ลองอยู่ไปก่อนว่าสุดท้ายชอบอันไหนก็เลือกอันนั้น

แอบถามแม่ ถ้าเลือกได้อยากให้เขาอยู่นี่หรือว่าอยู่ที่ต่างประเทศ ?

แอน : "แอนอยากจะบอกว่า อยู่ที่ไหนมันก็ไม่สุขใจเหมือนบ้านเรานะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกิน เพื่อนฝูง มันง่ายอะ อะไรเสียเราก็สามารถ (โทรตามได้ตลอด) แต่ที่นู้นก็มันก็จะมีความสุขอีกอย่างนึง แอนว่าชีวิตเลือกได้แบบจริงๆ โควิดสงบไปเรียบร้อยแล้ว การได้แบบอยู่แบบ 50 50 มันก็ดี" 

พอมาอยู่ด้วยกันแล้วเป็นยังไงคะ?

แอน :  ก็ตีกันสิคะ ไม่เห็นจะยากเลยค่ะ 

นนนี่ : นิดหน่อยค่ะ ก็ไม่นิดนะ

แอน :  คือเราก็บ่นไปเรื่อยอะไรงี้ค่ะ พูดไปบ่นไป บางทีเขาหาของไม่เจอ ก็หาไม่เจอก็บอกแล้วให้วางให้เป็นที่

นนนี่ : จะเป็นอารมณ์แบบเรียกทั้งวันมากกว่า ก็คือแบบ แม่ แม่ ไอ้นี่อยู่ไหน? ไอ้นั่นอยู่ไหน? แม่ก็จะตอบกลับ ทำไมไม่รู้จักเก็บให้เป็นที่ คือเป็นคนทุกอย่างจะวางแบบว่าอยู่ตรงนั้น

แสดงว่าพี่แอนเป็นคนมีระเบียบ ขนาดไหนคะนนนี่?

นนนี่ : "เต็มสิบให้สิบเลยนะคะ" 

พี่แอนเรียบร้อยมาตั้งแต่วัยรุ่นเลยไหม?

แอน : "ก็เรียบร้อยมาตั้งแต่วัยรุ่นนะคะ"

นนนี่ : "ก็บ่นมาตั้งแต่หนูเกิด"

แอน : "ใจเย็นนะลูก นี่แม่เองนะ"

แล้วเวลาบ่นเนี่ยถึงขั้นไหน? โกรธเลยไหม?

แอน : "คือถ้าโกรธก็จะหายใจลึกๆ ค่ะ โอเค ไม่เป็นไรเนอะ"

คุณแม่ดุไหม?

นนนี่ : "ก็ดุ แต่ก็ไม่ได้ดุขนาดแบบกลัวขนาดนั้น"

แอน : "คือว่าแม่ดุค่ะ แต่ลูกไม่กลัว"

 พี่แอนหวงไหม? ด้วยความที่เขาเป็นลูกคนเดียว

แอน : "ถามว่าหวงไหม? คือทั้งหวงทั้งห่วงแหละค่ะ เพราะว่าเราก็มีลูกอยู่คนเดียว แต่ว่าในจุดตรงนั้นเนี่ยเราก็ต้องยอมรับความจริงด้วย เพราะว่าหลักของชิวิตคือแบบว่า ต่างคนต่างเกิดเนอะ ดังนั้นเขาเกิดมาเป็นลูกเรา เราก็ดูแลเขาระดับนึง แต่ว่าเมื่อเขาโตแล้ว เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตของเขาแล้ว เราก็จะต้องให้เขาใช้ชีวิตของตัวเขาเอง ทุกคนต้องเดินทางไป มันต้องมีก้าวผิดก้าวถูกกันไปบ้างในระหว่างทางเนี่ย สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นมันก็จะเป็นประสบการณ์ชีวิตของเขาค่ะ มันไม่มีทางที่เราจะแบบว่าให้ทุกอย่างโรยกลีบกุหลาบดอกไม้ เป็นไปไม่ได้ แต่ว่าอย่างน้อยที่สุดคนเรามันต้องมีพื้นฐานชีวิตที่ดี มันถึงจะแบบว่า ก่อร่างสร้างอนาคตของตัวเองไปได้ เดี๋ยวนี้ยุคมันก็เปลี่ยนไป แต่ก่อนแอนเล่นไอจีไม่เป็นนะ ก็เรียนรู้จากลูกอย่างนี้ คือทุกอย่างมันต้องปรับเข้าหากัน มันไม่ใช่ปรับแค่ลูกอย่างเดียว เราก็ต้องปรับด้วย" 

นนนี่ : "แต่เดี๋ยวนี้ก็จะกลายเป็นลูกเรียนรู้จากแม่แล้วนะ"

แอน : "เก่งมาก ตัดคงตัดคลิป"

นนนี่ : "ให้ไปเลยในวันวันนึง แล้วนั่งอยู่ที่โต๊ะเดิม เจอตอนเที่ยง หกโมงก็ยังจะนั่งอยู่ แล้วเราจะได้เห็นคลิปสักสองสามทุ่ม"

แอน : "นี่ทำให้ลูกนะ เดี๋ยวนี่เก่งจากที่ไม่รู้เลยอะค่ะ แต่ว่าชอบตลอดเวลาไหม? มันเสียเวลา แต่ว่าถามว่าต้องรู้ไหม? ก็ต้องรู้ ก่อนที่เราจะทำอะไร เราก็ต้องเรียนรู้สิ่งนั้นก่อน แอนไม่เข้าใจเลยนะยูทูป สมัยก่อนก่อนแอนไม่รับเลยค่ะ เพราะแอนก็มองว่า เราอายุขนาดนี้แล้ว เราอยู่ในโลกใบนี้ คือเดี๋ยวนี้ทุกคนเรียนรู้ทุกอย่างจากยูทูปหมดเลย เราก็ต้องปรับตัวเราไม่งั้นเราก็อยู่ไม่ได้เนอะ มันก็ลำบาก มันก็เลยเป็นที่มาของการทำนู้นทำนี่ขึ้นมา"

แล้วก็มีคลิปออกมาเยอะแยะไปหมด รวมถึงคลิปที่หลายคนเห็นแล้วบอกว่าจะไปเป็นเกษตรกรแล้ว? ไปปลูกที่ไหนคะ?

แอน : "ไปปลูกที่บางเสร่ที่บ้านที่แทมมารีน รีสอร์ต ตอนนั้นเป็นช่วงโควิดกำลังระบาด นนนี่ก็เพิ่งกลับมาใหม่ๆ ก็เลยช่วงกันไปอยู่ต่างจังหวัด" 

เรียนรู้เองเลยเหรอคะ?

แอน : "เราก็มีผู้ช่วยด้วย เราก็เรียนรู้เหมือนกัน เพราะว่าเราไม่ค่อยได้ไปใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งสักเท่าไหร่"

นี่คือปลูกเพื่อมากินเองเหรอ?

แอน : "ปลูกเพื่อทานเองที่บ้านในครอบครัวค่ะ เป็นจริงเป็นจัง ซื้อถุงมือซื้ออุปกรณ์ใหม่หมดเลยค่ะ"

น้องนนนี่เคยไปลงสวนกับคุณแม่ไหม?

แอน : "เขาทำแต่ป้ายค่ะ แม่ขอให้เขาช่วยเขียนป้ายภาษาไทย ภาษาอังกฤษ"

นนนี่ : "แล้วป้ายนั้นก็ไม่ได้ใช้ เพราะว่าไม่ได้ปริ้นท์ออกมาให้" 

มีผักอะไรบ้างค่ะที่ปลูก?

แอน : มีผักบุ้ง ถั่วฝักยาว มะนาวเขาปลูกไว้อยู่แล้ว กะเพรา โหระพา อันนี้เบสิคต้องมีอยู่แล้ว 

คลิปทั้งหมดพวกนี้พี่แอนถ่ายเอง ตัดต่อเองเหรอ?

แอน : "ถ่ายเอง ตัดต่อเอง ก็มีคนช่วยด้วยค่ะ มีคนช่วยลงสงลงเสียง" 

หลายคนบอกว่าพี่แอน สิเรียมในยุคนี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น? อาจจะเป็นเพราะแต่ก่อนเราไม่มีสื่อที่จะได้เห็นไลฟ์สไตล์จริงๆ

แอน : "เดี๋ยวนี้โลกมันแคบแนอะ ใกล้ชิดกันมากขึ้น จริงๆ รั่วมากเลยนะคะ"  

อยู่กับโลกโซเชียลมากขึ้น จนมีแฟนคลับตามไปทุกที่ ซึ่งเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์มากเพราะว่าเหล่าเอฟซีของพี่แอน รุ่นที่เรียกน้องนนนี่ว่าพี่?

แอน : "อาจจะมาจากจากคลับฟรายเดย์ แอนคิดว่าที่แอนไปเล่นคลับฟรายเดย์ (ตอน รักล้ำเส้น)"

ซึ่งมันก็ผ่านมาตั้งนานแล้วนะเรื่องนั้น แฟนคลับยังแน่นอยู่?

แอน : "ใช่ รู้งี้เล่นคลับฟรายเดย์มาตั้งนานแล้ว ติดต่อมาตั้งหลายครั้งก็ปฏิเสธเขา ถ้ารู้ว่าเล่นแล้วดังอย่างนี้นะเล่นไปแล้ว" 

นนนี่ได้ดูคุณแม่เล่นไหม? รู้สึกยังไง?

แอน : "ขนาดนั้นเลยหรอแม่ โทรมาตอนนั้น"

นนนี่ : "อารมณ์เหมือนแบบว่า จริงดิ ถามจริง อะไรอย่างเนี้ย ส่วนใหญ่จะแซวมากกว่า" 

แอน : "แต่แอนว่ามันนสนุกดีนะ มีความรู้สึกว่า จริงๆ ละครสมัยนี้มันทำให้มันเหมือนชีวิตจริงของมนุษย์ มันไม่ต้องมาเป็นแบบทุกคนมีในแง่บวก แง่ลบของชีวิตกันทั้งนั้น ตอนเห็นบทตอนแรกก็สองจิตสองใจ แต่ก็ลองเล่นดู เราก็ไม่เคยเล่นอะไรแบบนี้ แล้วมันรู้สึกได้พัฒนาทางด้านการแสดงค่ะ" 

เวลาแม่ถ่ายชุดว่ายน้ำ มีคอมเมนท์ไหมจากคุณลูก

นนนี่ : "ไม่มี บอกแม่สวย แม่ต้องโชว์เลย ไม่เคยขัดเลยค่ะ" 

หลังๆเห็นเล่นบทร้ายมาขึ้น จนเริ่มจะไม่เล่นบทร้ายแล้ว?

แอน : "มันเหนื่อยอะค่ะ"

นนนี่ : "กลับบ้านมาแบบ เฮ้อ...(ถอนหายใจยาว) ไม่พูดอะไรเลย กลับมาถอนหายใจ หนูก็แบบกลัวอ่ะ กลัวอารมณ์ยังค้างอยู่ ที่บ้านหันซ้ายหันขวาไม่มีใครนะคะ มีเรา"

แอน : "หนีกันไปหมดเลย ทิ้งฉันไว้คนเดียวหรือเนี่ย?"

มีไหมติดอารมณ์นั้นกลับมาบ้าน

แอน : "แน่นเลยค่ะ กลับมาเหมือนข้างในมันยังครุ่นอยู่ มันยังตึกๆ เพราะว่าแอนไปเล่น ด้วยความที่คนเขาจะคิดว่าหน้าแอนใจดี แต่จริงๆแอนเป็นคนตาดุนะ เอาจริงๆเวลาไม่ยิ้มอะไรอย่างนี้ แอนก็เลยแบบว่าไม่ต้องพูดมองอย่างเดียว"

น้องนนนี่อยากเข้าวงการไหม?

แอน : "อยากรู้เหมือนกันนะเนี่ย? ฝากฝังเลยลูกกับพี่ฉอด ช่วยนี้เป็นช่วงเปิดกว้างแล้ว เดี๋ยวแม่จับลดน้ำหนักมากเข้าไปอีก (หัวเราะ)"

นนนี่ : "อยากลองนะคะ คือแต่ก็แบบแอบกลัวนิดนึง"

แอน : "เล่นเป็นตัวร้ายไปเลยลูก เพราะเราเป็นนางเอกไม่ได้ แม่ดูล่ะ (แซวลูก) แม่เคยเป็นผู้จัดมาก่อน"

ถ้าอยากตามพี่แอนสิเรียม ตามได้ทางไหนบ้าง?

แอน : "ยูทูปแอนสิเรียมเลยค่ะ แอนสิเรียมชาแนลนะคะ" 

นนนี่ : (ถ้าเป็นของกิน) ไอจี @kinbysirium ไลน์ @ kinbysirium

ติดตามชม รายการต้มยำอมรินทร์ ย้อนหลังได้ ชมย้อนหลัง