แม่กลับไทยมาต่อวีซ่าหลังคลอด ลูกติดอยู่ที่ รพ.มาเลเซีย จะถูกส่งสถานสงเคราะห์

แม่กลับไทยมาต่อวีซ่าหลังคลอด ลูกติดอยู่ที่ รพ.มาเลเซีย จะถูกส่งสถานสงเคราะห์

แม่กลับไทยมาต่อวีซ่าหลังคลอด ลูกติดอยู่ที่ รพ.มาเลเซีย จะถูกส่งสถานสงเคราะห์
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สาวไทยกลับมาต่อวีซ่าหลังคลอด ยังไม่ทันได้เห็นหน้าลูก แต่กลับไปรับไม่ได้เพราะโควิด-19 ระบาด รพ.จะส่งลูกไปสถานสงเคราะห์

(17 ก.ค.63) ทีมข่าวในจังหวัดปัตตานี ได้แจ้งว่าขณะนี้ มีหนังสือจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัลลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลkajang รัฐ selagor ว่า มีหญิงไทยคลอดบุตร และทิ้งบุตรไว้ที่โรงพยาบาล มาเป็นเวลา 3 เดือนแล้ว โดยระบุชื่อแม่ ไว้ว่า นางสาวนูรฮาลีซา อายุ 18 ปี ชาวปัตตานี

โดยหลังคลอดลูกมีอาการป่วย จึงถูกส่งตัวเข้ารักษา ที่แผนกผู้ป่วยเด็กของโรงพยาบาลดังกล่าว แต่แม่ ได้แจ้งทางโรงพยาบาลไว้ว่า จำเป็นต้องเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2563 เพื่อจัดการเรื่องเอกสาร ต่อวีซ่าที่ด่านไทยและจะรีบกลับประเทศมาเลเซียทันที แต่จนถึงปัจจุบันทางโรงพยาบาล ไม่สามารถติดต่อแม่ได้เป็นระยะเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ทั้งนี้ หากยังไม่สามารถติดต่อกับแม่ได้ ทางโรงพยาบาล จำเป็นต้องส่งเด็กให้สถานสงเคราะห์เด็กในมาเลเซียต่อไป

หลังจากทีมข่าวอีจันได้ทราบเรื่อง จึงเดินทางไปตามหา นางสาวนูรฮาลีซา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดยพบว่าเธอ อาศัยอยู่กับสามี พ่อ และพี่สาว จึงได้เข้าไปสอบถาม จึงทราบเรื่องสุดสลด ว่า นูรฮาลีซา ได้คลอดลูกที่ประเทศมาเลเซียจริง เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 หลังจากเธอไปทำงานที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในประเทศมาเลเซีย เธอคลอดก่อนกำหนด ทำให้ลูกสุขภาพไม่แข็งแรง ต้องรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาล ขณะที่ลูกรักษาตัวอยู่
เธอก็เช็กวีซ่า พบว่ามันกำลังหมดอายุ จึงแจ้งทางโรงพยาบาลขอฝากลูกไว้ก่อน และวันที่ 18 มี.ค.63 จึง กลับไทยมาต่อวีซ่า ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา แต่หลังจากต่อวีซาเสร็จ จะกลับเข้ามาเลเซียเพื่อไปหาลูก กลับเข้าไม่ได้ เพราะมาเลเซียปิดประเทศ จากเหตุโควิด-19 ระบาด

ตอนนั้นเธอทำได้เพียง กลับบ้านใน จ.ปัตตานี เพื่อตั้งหลัก และหาทางเข้ามาเลเซีย แต่ก็หาทางเข้าไม่ได้ ตอนนี้ผ่านไป 3 เดือนแล้ว ประเทศมาเลเซียก็ยังไม่เปิดประเทศ มาอยู่ไทยพยายามหางานทำเพื่อหาเงินไปจ่ายค่ารักษาลูก ค่าเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย แต่เป็นเพราะโควิด-19 ระบาด จึงไม่สามารถหางานทำได้เลย ถึงตอนนี้ นูรฮาลีซา ร้องไห้ออกมาด้วยความกังวล พร้อมร้องวอน ขอให้ผู้ใหญ่ใจช่วยไปรับลูกทีหน้าลูกตนยังไม่ได้เห็นเลย รู้เพียงว่าลูกเป็นผู้ชาย ตอนนี้กลัวว่าทางโรงพยาบาลจะส่งลูกไปที่สถานสงเคราะห์เด็ก


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook