หนุ่มชูป้ายจี้นายกฯ ลาออก เตรียมแจ้งความถูกตำรวจอุ้ม ด้าน "บิ๊กตู่" ชี้อย่าโทษกันไปมา

หนุ่มชูป้ายจี้นายกฯ ลาออก เตรียมแจ้งความถูกตำรวจอุ้ม ด้าน "บิ๊กตู่" ชี้อย่าโทษกันไปมา
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ (15 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางมายังตลาดสตาร์ จ.ระยอง โดยมีกลุ่มประชาชน แม่ค้า ให้การต้อนรับตะโกนเชียร์ “นายกรัฐมนตรีสู้ๆ” ขณะที่แม่ค้าบางคนแซวนายกรัฐมนตรีว่าขอ 5,000 ได้หรือไม่ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังพูดคุยทักทาย โดยได้บอกกับแม่ค้าว่า "ระยองฮิสู้ๆ" และได้อุดหนุนซื้อผักกับแม่ค้าเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในตลาด

ทั้งนี้ มีรายงานว่าบริเวณหน้าตลาดสตาร์ มีตัวแทนเครือข่ายเยาวชนภาคตะวันออก มารอพบนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อทราบว่า นายกรัฐมนตรีได้เดินทางกลับไปแล้ว กลุ่มเครือข่ายเยาวชนภาคตะวันออกมีการชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว และโห่ร้อง ก่อนที่จะเดินทางกลับโดยไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้น

ตัวแทนเครือข่ายเยาวชนฯ ชูป้ายเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก

โดยก่อนนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง มีตัวแทนเครือข่ายเยาวชนภาคตะวันออก ชูป้ายข้อความเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และให้ยุบสภาฯ ทันที รวมถึงให้เยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปล่อยให้ทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อโควิด-19 เดินทางมาพื้นที่ จ.ระยอง จนทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการต่างๆ ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งบอกว่า รัฐบาลไม่ให้ประชาชนการ์ดตก แต่รัฐบาลการ์ดตกเสียเอง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปเจรจาและนำตัวขึ้นรถออกไปจากพื้นที่ เนื่องจากใกล้เวลาที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาแล้ว ขณะที่หนุ่มชูป้ายไล่นายกรัฐมนตรี ถูกตำรวจล็อกตัวแล้วไปปล่อยตัวที่สนามยิงปืน โพสต์เฟซบุ๊ก เตรียมแจ้งความที่ สภ.เมืองระยอง เอาผิดตำรวจที่อุ้ม

ขณะที่จะเดินทางกลับจาก จ.ระยอง นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ควรโทษกันไปมา ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะเกี่ยวกับสุขภาพ แต่ต้องมองเรื่องข้อเท็จจริงว่า สามารถแก้ไขปัญหาได้แค่ไหนอย่างไรเพราะที่ผ่านมามีการควบคุมได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อมีการหลุดรอดออกมาก็ต้องตรวจหาเชื้อเพิ่มเติม ซึ่งวันนี้ได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อไปแล้วกว่า 1,000 คน จึงขอโทษประชาชน และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก เพราะฉะนั้น ต้องเชื่อมั่นกันเอง เชื่อมั่นในระบบสาธารณสุข หากใครรู้สึกป่วยไม่สบายให้ไปหาหมอทันที อาจจะเสียเวลาบ้างแต่เพื่อความสบายใจ

อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน บอกว่าสถานการณ์กำลังจะดีขึ้น แต่กลับมีเรื่องทหารอียิปต์ขึ้นมา โดยขอย้ำว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ตนก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นเช่นกัน แต่เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วต้องหาวิธีการแก้ไข และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างขวัญกำลังใจ สร้างความเชื่อมั่น อย่ามองว่าสถานการณ์ดีขึ้นแล้วจะไม่เกิดขึ้นอีก เพราะไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้ทั้งหมด วันหน้าจะเกิดอะไรขึ้นยังไม่รู้ เพราะในหลายประเทศก็กลับมาแพร่ระบาดซ้ำ

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ไม่มีการแบ่งวีไอพี ทุกคนที่เข้ามาต้องตรวจหาเชื้อทั้งหมด ก่อนจะขอความร่วมมือกับทุกคนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจจังหวัดระยอง