ระยองระส่ำ! ปิดโรงเรียนทั้งจังหวัด ห้าง-โรงแรมทหารอียิปต์ใช้บริการ ต้องฆ่าเชื้อครั้งใหญ่

ระยองระส่ำ! ปิดโรงเรียนทั้งจังหวัด ห้าง-โรงแรมทหารอียิปต์ใช้บริการ ต้องฆ่าเชื้อครั้งใหญ่

กรณีทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 แม้เพียงรายเดียว แต่ผลกระทบไม่น้อยเลยทีเดียว ตอนนี้โรงเรียนทุกแห่งต้องปิดชั่วคราว แล้วหันไปเรียนแบบออนไลน์แทน ขณะที่ห้างและโรงแรมที่กลุ่มทหารไปใช้บริการก็ต้องปิดในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อทำการฆ่าเชื้อขนานใหญ่

จากกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) เปิดเผยข้อมูลว่าพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1 นาย ซึ่งมีการเข้าพักที่โรงแรมและเดินทางออกไปยังห้างสรรพสินค้าในจังหวัดดังกล่าวนั้น

ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ค.) เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา แหล่งข่าวในกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยกับ Sanook News ว่า ณ ขณะนี้มีการสั่งปิดสถานศึกษาทุกแห่งที่อยู่ในทุกสังกัดเรียบร้อยแล้ว เพื่อความปลอดภัยและเฝ้าระวังการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19

ขณะที่ก่อนหน้านี้มีรายงานข่าวว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ระบุว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดระยอง (กศจ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่ามีโรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอนในพื้นที่ จ.ระยอง เกือบทั้งหมดแล้ว เนื่องจากพบบุคลากรครูเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการเตรียมความพร้อมการทดสอบระบบการเรียนผ่านระบบทีวีดิจิทัลและระบบออนไลน์ของกระทรวงศึกษาธิการที่ผ่านมาก็เพื่อนำมาใช้กับสถานการณ์ความเสี่ยงหากไวรัสโควิด-19 จะกลับมาระบาดในรอบสองอีกครั้ง

เช่นเดียวกับที่ นายประเสริฐ บุญเรือง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ศึกษาธิการจังหวัดระยองได้รายงานว่ามีสถานศึกษาในจังหวัดระยองปิดการเรียนการสอนแล้ว 274 แห่ง แบ่งเป็น สถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา 11 แห่ง โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 223 แห่ง โรงเรียนเอกชน 32 แห่ง และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)  8 แห่ง ซึ่งการปิดสถานศึกษาครั้งนี้โรงเรียนจะปรับการเรียนการสอนไปใช้ในรูปแบบออนไลน์แทน

ขณะที่เมื่อช่วงบ่าย นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวในเวลานั้นว่า โรงเรียน 127 แห่งในเขตอำเภอเมือง ทั้งเอกชนและรัฐบาลปิดการเรียนการสอนที่โรงเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความสบายใจไม่วิตกกังวลต่อการเดินทางมายังโรงเรียนในช่วงนี้

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เพียงสถานศึกษาหรือโรงเรียนเท่านั้นที่ต้องปิดแล้วไปใช้การเรียนการสอนในแบบออนไลน์แทน แต่สถานที่พักที่รองรับการเข้าพักของกลุ่มทหารจากอียิปต์นั้นก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน

โดยเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา โรงแรม ดีวารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง ออกแถลงการณ์ "มาตรการปิดโรงแรมเพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อ" โดยมีเนื้อหาว่า

จากเหตุการณ์พบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ตามแถลงการณ์ ศบค. วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ว่าพบผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เป็นทหารชาวอียิปต์ เข้ามาพักที่โรงแรม ดีวารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง ระหว่างวันที่ 8-11 กรกฎาคม 2563 นั้น

เพื่อความปลอดภัยของแขกผู้เข้าพักทุกท่าน และเป็นการรับผิดชอบต่อสังคม ทางโรงแรมจะดำเนินมาตรการดังนี้

  • ให้พนักงานโรงแรม ดีวารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง หยุดปฏิบัติงานโดยทันทีและเข้ารับการตรวจคัดกรอง รวมถึงแยกตนเองเพื่อเฝ้าดูอาการจนครบ 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 - 28 กรกฎาคม 2563
  • ปิดทำการโรงแรมโดยไม่มีกำหนด อย่างต่ำไม่น้อยกว่า 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เพื่อทำความสะอาดและอบโอโชนฆ่าเชื้อโรคในทุกพื้นที่ของโรงแรม
  • ในระหว่างนี้หากลูกค้าท่านใดที่ได้ทำการจองห้องพักตั้งแต่วันที่ 14 - 28 กรกฎาคม 2563 สามารถติดต่อขอเปลี่ยนแปลงวันเข้าพัก หรือขอคืนเงินสำหรับการจองห้องพักได้ทุกช่องทาง

โรงแรม ดีวารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง ขอยืนยันว่าทางโรงแรมมีมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 โดยเคร่งครัดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 โดยจัดให้มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคเป็นประจำทั่วทุกบริเวณพื้นที่ของโรงแรม โดยคำนึงถึงสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของผู้เข้าพักและพนักงานทุกท่านเป็นสำคัญ

โรงแรม ดีวารี ดีว่า เซ็นทรัล ระยอง ขอขอบพระคุณแขกผู้เข้าพักทุกท่านที่มอบความไว้วางใจในโรงแรมของเรา พร้อมให้เราได้ดูแลและบริการทุกๆ ท่านทุกช่วงเวลาสำคัญ

ขณะที่สถานที่อีกประเภทที่ได้รับผลกระทบไปด้วยก็คือ ห้างสรรพสินค้าที่กลุ่มทหารอียิปต์ดังกล่าวเดินทางเข้าไปใช้บริการ ซึ่งศูนย์การค้าแพชชั่น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น หรือห้างแหลมทอง ได้ประกาศ "ปิดให้บริการชั่วคราว" ตั้งแต่วันที่ 14 - 15 กรกฎาคม 2563 เพื่อทำความสะอาดและกำจัดเชื้อโรคแบบ Big Cleaning อีกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานและเป็นไปตามมาตรการป้องกันการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่าจะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติในวันที่ 16 กรกฎาคม 2563

พร้อมกับชี้แจงเพิ่มเติมในช่วงค่ำที่ผ่านมาว่า เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน ผู้ประกอบการร้านค้าทุกร้าน ภายในศูนย์การค้าฯ และประชาชนชาวจังหวัดระยอง ทางศูนย์การค้าฯ ร้านค้า และพนักงานทุกคน จะเข้ารับการตรวจโรค COVID-19 โดยในวันที่ 14 ก.ค. 63 ได้มีพนักงาน ผู้ประกอบการร้านค้าบางส่วน เข้ารับการตรวจโรค COVID-19 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะเข้ารับการตรวจเพิ่มจนครบทุกคน ในวันที่ 15 ก.ค. 63

ทั้งนี้ หากผลการตรวจเป็นอย่างไร ทางศูนย์การค้าฯ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

passione-shopping-post

นอกจากนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ระยอง ซึ่งเป็นสถานที่อีกแห่งที่จากการสอบสวนโรคพบว่ากลุ่มทหารอียิปต์ได้เดินทางเข้ามาใช้บริการเช่นกัน ก็มีการชี้แจงตั้งแต่เมื่อวานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทางศูนย์การค้าขอยืนยันว่า ไม่มีผู้ติดเชื้อมาใช้บริการที่ศูนย์การค้าแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้คุมเข้มมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ป้องกันเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมในเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยใน 5 แกนหลัก คือ (1) การคัดกรองอย่างเข้มงวด, (2) มาตรฐาน Social Distancing ทุกจุด, (3) การติดตามเพื่อความปลอดภัย, (4) การใส่ใจในความสะอาดทุกจุดสัมผัส และ (5) แนวทางลดการสัมผัส (Touchless) เพื่อความปลอดภัย และความมั่นใจของพนักงาน ผู้เช่าร้านค้า และลูกค้าทุกคนที่มาใช้บริการภายในศูนย์ฯ

central-rayong-post

ล่าสุดวันนี้ (14 ก.ค.) หลังจากได้ดำเนินการตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียดอีกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และประกาศของ ศบค. นั้น ทางศูนย์ฯ ขอยืนยันข้อเท็จจริงตามประกาศของศูนย์การค้าฉบับเมื่อวานนี้ (13 ก.ค.) ว่า ทหารอียิปต์ที่ติดเชื้อ ไม่ได้มาใช้บริการภายในศูนย์การค้า แต่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากมีทหารอีกกลุ่มที่ไม่ได้ติดเชื้อ (มีผลตรวจยืนยันเป็นลบ) มาใช้บริการ ทางศูนย์การค้าจึงได้เน้นย้ำทำความสะอาดฆ่าเชื้อเพื่อให้สะอาดมั่นใจของผู้มาใช้บริการ

ครับ ไล่เรียงมาทั้งหมด ก็จะเห็นได้ว่ากรณีของทหารอียิปต์ที่แม้จะมีผลตรวจยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 เพียงคนเดียวจากทั้งกลุ่มรวม 31 คน แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นเรียกได้ว่าเป็นวงกว้างไม่น้อยเลยทีเดียว แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นกรณีศึกษาได้อย่างดีให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ในการนำไปปรับปรุงให้กระบวนการทุกอย่างเป็นไปอย่างรัดกุมและมีประสิทธิภาพ

ไม่อย่างนั้น เสียงที่ดังเซ็งแซ่และอื้ออึงตลอดสองวันที่ผ่านมาว่า ที่ภาครัฐตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรีลงมายังผู้ปฏิบัติงานทุกคนเฝ้าเพียรขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในประเทศให้ "ยกการ์ดสูง-การ์ดอย่าตก" แล้วเหตุใดจึงดูเหมือนฝั่งเจ้าหน้าที่ทำการ์ดตกซะเอง

แต่เมื่อวันนี้ ทั้งคุณหมอทวีศิลป์ โฆษก ศบค. และนายกฯ ลุงตู่ ต่างออกมาขอโทษขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็หวังอย่างยิ่งว่าหลังจากนี้พวกเราคนไทยทุกคนทุกฝ่ายจะร่วมแรงแข็งขันเพื่อร่วมกันต่อสู้ในการเอาชนะวิกฤตโควิด-19 ให้สำเร็จกันนะครับ