เปิดหัวใจ "ดิว อริสรา" รักครั้งใหม่ และความสุขของชีวิตที่เคยตามหา

เปิดหัวใจ "ดิว อริสรา" รักครั้งใหม่ และความสุขของชีวิตที่เคยตามหา

เป็นสาวสวยขวัญใจหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ถูกอกถูกใจแฟนๆ ไปหมด สำหรับสาวแซ่บ ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์ สาวครบเครื่องที่เพิ่งย่างเข้าสู่วัย 30 ยังแจ๋วไปหมาดๆ และตอนนี้เจ้าตัวก็กำลังมีผลงาน โชว์ฝีมือในบท "แสงเงิน" ในละครฮอต "ปอบผีเจ้า" ภาคสอง ทางช่อง 8 ที่เรื่องนี้ท่าทายฝีมือสาวดิวสุดๆ

งานนี้พลาดไม่ได้เราขอบุกไปถึงร้าน Ari Sushi เอกมัย ร้านซูชิของสาวดิวเอง เพื่อคว้าตัวมาพูดคุยถึงผลงานชิ้นล่าสุด รวมถึงเรื่องความรักครั้งใหม่กับหนุ่มโปรไฟล์ดีที่ทำให้สาวดิวกลับมามีโลกสีชมพูหวานแหววอีกครั้งว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

การทำงานเรื่อง "ปอบผีเจ้า" เป็นยังไงบ้าง?

"ในเรื่องดิวรับบทเป็น "แสงเงิน" ก็ไม่ได้เล่นเป็นตัวดีหรอก (หัวเราะ) เป็นตัวร้ายค่ะ ระหว่างถ่ายทำ อุปสรรคเยอะอยู่เหมือนกันนะคะ เพราะว่ามีเรื่องของโควิด-19 เข้ามาด้วย ทำให้การถ่ายทำสะดุดไปบ้าง อย่างดิวเองในเรื่องต้องพูดภาษาอีสานตลอด พอเราต้องเบรกการถ่ายทำ ภาษาที่เราพูดกำลังจะเข้าที่ก็ต้องสะดุดไปด้วย"

ถ่ายทำกันหนักไหม?

"หนักค่ะ ก่อนเราเข้าฉากก็จะมีแอคติ้งโค้ชเรื่องภาษามาคุยกับเราด้วยว่าแต่ละซีนภาษาอีสานต้องเป็นยังไง เพราะฉะนั้นเวลานั่งพักเราก็จะไม่ได้พักเพราะเราต้องเตรียมตัวสำหรับซีนหน้า สำหรับดิวเรื่องภาษานี่แหละยากมากๆ ต้องเตรียมซีนต่อซีนเลย"

ดิว อริสรา ในปอบผีเจ้า ภาคสอง

ภาคนี้จะมีอะไรพิเศษเพิ่มเติมมาจากภาคแรกที่พอจะบอกเราได้บ้าง?

"อย่างภาคแรกดิวว่ามันจบแบบค้างๆ คาๆ หลายคนก็คิดว่ามันต้องมีอีกสิ ซึ่งภาคนี้พอมาแล้วทุกอย่างสมบูรณ์ ให้คนดูได้คำตอบแล้วว่าอะไรเป็นอะไร และจะได้เห็นว่า อะไรที่เรามองว่าร้ายบางทีอาจจะไม่ได้ร้ายขนาดนั้น แม้กระทั่งว่าผีปอบที่ทุกคนกลัว จริงๆ แล้วคนอาจจะน่ากลัวกว่าผีปอบก็ได้นะ ต้องติดตามค่ะว่าสุดท้ายเรื่องราวจะเป็นยังไง"

ไม่ค่อยได้เห็นดิวในคาแร็กเตอร์แบบนี้สักเท่าไหร่?

"ใช่ค่ะ แต่ว่าตอนนี้ดิวค่อนข้างจะรับงานที่เราคิดว่าชีวิตนี้เราคงไม่ได้เล่นบทอะไรแบบนี้ง่ายๆ อย่างเรื่องก่อนหน้านี้ก็ "มณีนาคา" ที่เรามองแล้วว่าชีวิตเราคงไม่ได้แต่งตัวหรือรับบทอะไรแบบนั้นบ่อยๆ ก็เลยรับเล่นค่ะ อย่างปอบผีเจ้า ดิวก็มองว่าชีวิตนี้เราก็ไม่ได้ใช้ภาษาแบบนี้ แต่งตัวในยุคสมัยนั้น ก็เป็นอะไรที่ท้าท้ายเราด้วย เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับเรา"

"เหมือนว่าสำหรับดิวตอนนี้การทำงานเราทำตามที่ใจเราอยากทำแล้วค่ะ ต่อให้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่เราสนุก บางทีเราเล่นแต่อะไรเดิมๆ ก็รู้สึกว่ามันก็ไม่มีแรงขับเคลื่อนไม่มีแพสชั่นในการทำงานสักเท่าไหร่ ยังไงดิวฝากติดตามละครปอบผีเจ้าด้วยนะคะ ไม่ผิดหวังแน่นอน"

เหมือนว่าเราแบ่งเวลาการรับงานให้น้อยลงเพื่อใช้ชีวิตมากขึ้น?

"ค่ะ ก็เรารู้สึกว่าอายุเรามากขึ้นเราก็อยากมีเวลาไปทำอย่างอื่นบ้างนอกจากทำงานเพราะก่อนหน้านี้ดิวอัดทำงานมาตลอด เคยผ่านแบบถ่ายละคร 5 เรื่องพร้อมกัน 7 วัน กลับบ้านก็หมดพลัง คุณภาพชีวิตของเราบางอย่างก็หายไป ก็เลยต้องมาวางแผน จัดสรรเวลากันใหม่ ก็อยากใช้ชีวิต อยากแฮปปี้กับผู้ชาย สวีทหวานบ้าง จะได้ไม่เหงาหงอย (หัวเราะ)"

เรียกว่าตอนนี้สมดุลชีวิตดี?

"ดิวว่าบาลานซ์ดีกว่าที่เคยเป็นมาทุกอย่างเพราะดิวรู้สึกว่าดิวมีความสุขขึ้น ที่ผ่านมาดิวไม่เคยหาคำตอบได้ว่าความสุขในชีวิตของดิวคืออะไร และเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเป้าหมายอะไรในชีวิต อย่างการเป็นนักแสดง ดิวก็ไม่เคยมีเป้าหมายว่าต้องไปถึงจุดไหน และไม่เคยมีคำตอบให้กับตัวเองเลยว่า "ความสุขของคนเราคืออะไร?" 

"จนอยู่มาถึงตอนนี้ดิวรู้แล้วว่าอะไรคือความสุข พอดิวรู้ดิวก็เลยรู้สึกว่าช่วงชีวิตตอนนี้ของดิวน่าจะเป็นช่วงชีวิตที่ดี อยู่ในคำว่าบาลานซ์ที่พอดี ก่อนหน้านี้เหมือนอยู่ไปวันๆ แต่พอเรารู้ว่าความสุขของเราคืออะไรเราก็จะมีเป้าหมายมากขึ้น"

ดิว อริสราแล้วความสุขของดิวที่ว่าคืออะไรบ้าง ความรักมีส่วนทำให้มีความสุขไหม?

"ความรักก็เป็นส่วนหนึ่ง (ยิ้ม) และยังมีความสมบูรณ์แบบในหลายๆ เรื่อง พร้อมๆ กัน เพราะในชีวิตเราเป้าหมายในชีวิตมันไม่ใช่แค่เรื่องความรักที่ดีอย่างเดียว หรือว่างานดีอย่างเดียว บางคนอาจจะมีคำพูดว่าบางทีคนเราลัคกี้ อิน เกม แต่ไม่ ลัคกี้ อิน เลิฟ หรือ บางคน ลัคกี้ อิน เลิฟ แต่ ไม่ ลัคกี้ อิน เกม แต่สำหรับดิวตอนนี้ชีวิตดิวไม่มีอะไรที่แย่เลย"

"เรื่องของงานดิวก็ได้ทำงานในแบบที่ดิวแฮปปี้ ความรักดิวก็มีควาสุขดี ครอบครัวดิวก็มีความสุขดี ธุรกิจก็ดี มีเพื่อนดี และอีกหลายๆ อย่างก็เลยรู้สึกว่าความสุขของดิวก็เป็นช่วงเวลาแบบนี้แหละค่ะ"

รักครั้งใหม่ ตอนนี้พร้อมเปิดตัวหรือยัง?

"เอาจริงๆ ก็ยังไม่ได้พร้อมเปิดตัวขนาดนั้นหรอกค่ะ เพราะเขาเป็นคนขี้อายแต่เราก็ไม่ได้ปิดบัง ไม่ได้ต้องถึงขนาดหลบซ่อน แต่เราไม่ได้ป่าวประกาศ เราปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ดิวอยากให้คู่เราเป็นเหมือนคู่รักปกติทั่วไปที่ไม่ใช่คู่รักวงการบันเทิงนึกออกไหมคะ เพราะเราเคยผ่านอะไรแบบนั้นมาแล้วเรารู้สึกว่ามันไม่ดีเท่าไหร่ กับการทำตัวเป็นคู่รักวงการบันเทิงมากๆ เพราะสุดท้ายพวกเราทุกคนก็คือคน เราก็เลยทำทุกอย่างให้ปกติที่สุด"

เขารู้สึกยังไงบ้างที่โดนจับจ้องจากคนอื่นๆ?

"เขาก็มีอาการตื่นตระหนกนะ (ยิ้ม) ดิวว่าเขาเป็นคนค่อนข้างชิลล์ แต่เวลาเจอการจับตามอง ถูกพูดถึงบ้างเขาก็ตกใจนิดๆ แต่เขาป็นคนตลก เขาก็จะขำๆ ไป อย่างเขาบอกว่าเมื่อวานข่าวเขียนว่าพี่เป็นพระเอก แต่วันนี้พี่เป็นไฮโซแล้ว อะไรแบบนี้ เพราะข่าวบางที่เขียนวันแรกเป็นหนุ่มปริศนา วันที่สองบอกหล่อเยี่ยงพระเอก วันที่สามบอกเป็นไฮโซ (หัวเราะ) เขาก็ตลกๆ ไม่ได้รู้สึกโกรธ ไม่ชอบ หรือ ชอบ เขาก็แค่อยู่ในที่ของเขาไป"

ตัวดิวล่ะกดดันไหมถ้าคนจับตามองความรักครั้งใหม่?

"ไม่ค่ะ ดิวเป็นคนชิลล์ๆ สุดท้ายถ้ามันจะออกมาเป็นยังไงมันก็ต้องเป็นแบบนั้น แต่ดิวเชื่อว่าทั้งดิวและเขาเราก็โตผ่านอะไรกันมาเยอะ มันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเรารู้แล้วว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องทำ"

ดิว อริสราเปิดตัวมาด้วยแฮชแท็ก #kdkj คนก็เอาไปเดาว่าคืออะไร?

"เหมือนเราแค่คุยกันในวันแรกที่เราคุยกัน ยังไม่ได้คบกัน คุยกันเฉยๆ ว่าภาพที่เธอถ่ายเดี๋ยวฉันจะใส่แฮชแท็กนี้ให้แค่นั้นเอง แต่คนเขาก็จับตากัน ถามว่ามาจากอะไรก็มาจาก "คนดีของใจ" (ยิ้ม) คนก็เดากันเยอะ ขำๆ ดีค่ะ จริงๆ แฮชแท็กนี้เพื่อนๆ ดิวก็ใช้ ดิวไม่ได้เป็นคนคิดเอง เขาก็ไม่ได้คิด มาจากเพื่อนคิดให้ (หัวเราะ)"

ถึงขนาดมีการเปิดไอจี เฟซบุ๊ก เพื่อโพสต์ภาพดิวโดยเฉพาะ?

"ก็เขาเป็นคนทำเพราะเขาเป็นคนชอบถ่ายรูป เราก็เหมือนไปเป็นนางแบบให้เขา มีทั้งแบบถ่ายกล้องฟิล์มบ้าง ก็ธรรมดาบ้าง เขาก็สนุกของเขา ดิวก็ชอบเพราะดิวก็อยากได้รูป ก็เรียกว่าตรงรุ่นๆ (หัวเราะ) เราก็รู้สึกดีค่ะที่เขาทำให้ รู้สึกว่า เห้ย เขาก็ให้ความสำคัญกับเราเหมือนกัน (เขิน)"

ดิวแพ้ใจเขาตรงไหบ้าง?

"เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ทำให้เรารู้จักคำว่าความสุข เขาทำให้ดิวมีความสุขในชีวิต ดิวว่าการที่เราได้เจอคนที่เข้ากันได้ดีในทุกอย่างมันก็เป็นความโชคดีของเราค่ะ"

จบเรื่องฟินๆ มาถามเรื่องอายุบ้าง เพิ่งเข้า 30 ยังแจ๋ว ไปหมาดๆ เป็นยังไงบ้าง?

"เป็นตัวเลขที่ดิวรู้สึกว่ามันเปลี่ยนผ่านช่วงอายุที่เรารู้สึกว่าเราแก่แล้วนะ พอมาตอนนี้เป็นจังหวะชีวิตที่ดิวรู้สึกว่าค่อนข้างโอเค ดิวก็รู้สึกภูมิในในตัวเองประมาณนึงนะ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีแต่สิ่งดีๆ รอบตัว แล้วเราก็รู้สึกว่าเราอยากช่วยคนมากขึ้นอย่างก่อนหน้านี้ก็ไปแจกของช่วยคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ก็แจกไข่คนละแพคใหญ่ๆ ปลากระป๋องแพ็คใหญ่ เรารู้สึกว่าอยากแจกของให้คนที่รับเขานำไปใช้เพื่อดำรงชีวิตได้จริงๆ คือ ถ้าเราช่วยเราก็อยากช่วยจริงๆ แล้วก็จะคุยกับ พี่ท็อป ดารณีนุช ตลอดเรื่องบริจาคเครื่องช่วยหายใจ แต่เราก็ไม่ได้อยากทำให้เป็นข่าวอะไร อะไรช่วยได้เราก็ช่วยกันค่ะ"

30 ยังแจ๋ว"เราทำเพราะเราทำแล้วรู้สึกดี และเวลาเราทำอะไรแล้วเรามีความสุขเราจะอยากทำมันตลอด ตื่นมาก็คุยกันแล้วว่าเราจะทำอะไรกันดีวันนี้เพื่อจะช่วยคนที่เขาเดือดร้อนจากโควิดนี้ อินถึงขนาดคุยกันว่าจะเปิดมูลนิธิกันดีมั้ย ซึ่งระหว่างที่เราได้ให้ผู้อื่นสิ่งที่เราได้กลับมาก็คือความสุขจากคนเหล่านั้นที่เขาเองก็รับรู้ได้ถึงเจตนาของเราและก็ขอบคุณเรา อวยพรเรากลับมา แค่นี้เราก็มีความสุขแล้วค่ะ"

เป้าหมายของเราตอนนี้ก็คือ "ความสุข"?

"ใช่ค่ะ อยากทำอะไรที่เรามีความสุข ดิวมองว่าคนเรามีเงินมากเท่าไหร่สุดท้ายแล้วมันใช้ไม่ต่างกัน เราก็กินได้แค่อิ่ม เพราะฉะนั้นสำหรับดิวก็คือ ทำอะไรก็ได้ที่ทำแล้วแฮปปี้แค่นั้นคือจบค่ะ"

เรียกว่าสวย ครบ จบ สมบูรณ์แบบสุดๆ จริงๆ สำหรับช่วงชีวิตในวัย 30 ของสาวดิว ยังไงแฟนๆ ก็ช่วยกันติดตามผลงานของเธอต่อไป เชื่อว่าสาวคนนี้ยังมีอะไรดีๆ มาให้เราติดตามอีกมากมายแน่นอนรวมถึงธุรกิจอีกมากมายที่เจ้าตัวแอบกระซิบว่าแพลนไว้เยอะแยะมากมายต้องคอยติดตามกันต่อไป