ชาวนิวยอร์กเขียน “Black Lives Matter” เย้ย “ทรัมป์” บนถนนหน้า Trump Tower

ชาวนิวยอร์กเขียน “Black Lives Matter” เย้ย “ทรัมป์” บนถนนหน้า  Trump Tower

เช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เหล่าคนงานและประชาชนในนิวยอร์กซิตี้ สหรัฐอเมริกา รวมตัวกันปิดถนนฟิฟธ์อะเวนิว ด้านหน้าอาคาร Trump Tower ในแมนฮัตตัน พร้อมเขียนพื้นถนนด้วยประโยค Black Lives Matter หรือ “ชีวิตคนดำก็สำคัญ” เพื่อประท้วงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

การประท้วงดังกล่าวเรียกความสนใจจากผู้คน หลายคนพากันถ่ายคลิปวีดิโอการเขียนข้อความลงบนถนน และคาดหวังที่จะเห็นปฏิกิริยาของทรัมป์เมื่อเห็นข้อความนี้

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อได้ทราบข่าวเกี่ยวกับแผนการประท้วงครั้งนี้ ก็ได้แสดงความเห็นว่า การเขียนประโยค Black Lives Matter ถือเป็น “สัญลักษณ์ของความเกลียดชัง” และเป็นการใส่ร้ายป้ายสีถนนฟิฟธ์อะเวนิว ซึ่งเป็นที่ตั้งของอพาร์ตเมนต์ราคาแพงและย่านช้อปปิ้งหรูหรา รวมทั้งกล่าวเป็นเชิงแนะนำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยับยั้งการประท้วงครั้งนี้

นายบิล เดอ บลาซิโอ นายกเทศมนตรีนิวยอร์กซิตี้ ผู้เข้าร่วมทาสีพื้นถนน ได้ตอบโต้แถลงการณ์ของทรัมป์ผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า สิ่งที่ทรัมป์ไม่เข้าใจก็คือ คนผิวดำเป็นผู้สร้างถนนฟิฟธ์อะเวนิวและสร้างชาติ ชีวิตอันหรูหราฟู่ฟ่าของทรัมป์ก็มาจากแรงงานของคนเหล่านี้ ซึ่งไม่เคยได้รับค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม

“เราไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสีอะไรเลย เราแค่ปลดปล่อยและยกระดับฟิฟธ์อะเวนิวเท่านั้น” เดอ บลาซิโอกล่าว “คนที่สร้างเมืองนี้ สร้างประเทศนี้ ไม่เคยได้รับการยกย่อง...” นายเดอ บลาซิโอ กล่าว

นอกจากนี้ นายเดอ บลาซิโอ ยังกล่าวว่า Black Lives Matter ไม่ใช่คำพูดของชาวอเมริกันหรือคนรักชาติอีกต่อไปแล้ว เพราะไม่มีอเมริกาที่ไม่มีคนอเมริกันผิวดำ พร้อมระบุว่า การพูดว่า “ชีวิตคนดำก็สำคัญ” เป็นการแก้ผิดให้เป็นถูก

“ข้อเท็จจริงที่คุณเห็นว่าเป็นการป้ายสีถนนของคุณก็คือคำจำกัดความของคำว่า การเหยียดเชื้อชาติ”

ก่อนหน้านี้ มีการทาสีถนนในรูปแบบเดียวกันในหลายๆ เมือง ทั่วสหรัฐฯ เช่นในวอชิงตัน ดีซี นายกเทศมนตรีมิวเรียล บาวเซอร์ สั่งให้มีการเขียนประโยค Black Lives Matter บนถนนที่มุ่งสู่ทำเนียบขาว อย่างไรก็ตาม การเขียนพื้นถนนก็ไม่ได้สร้างความพอใจให้กับผู้ที่สนับสนุนการเคลื่อนไหว Black Lives Matters ทุกคน เช่นเครือข่าย Black Lives Matter Global Network เรียกการเขียนพื้นถนนว่า “การแสดงออกที่เบี่ยงเบนไปจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่แท้จริง” อย่างการเรียกร้องให้ตัดงบประมาณตำรวจ