ผู้ใหญ่บ้านเผยปม หนุ่มคลั่งดักรอปาดคอแฟนสาววัย 15 มีปัญหาครอบครัว

ผู้ใหญ่บ้านเผยปม หนุ่มคลั่งดักรอปาดคอแฟนสาววัย 15 มีปัญหาครอบครัว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

คืบหน้าหนุ่มวัย 30 ปีที่คลั่งรักเด็กนักเรียนสาววัยเพียง 15 ปี ถึงขั้นบุกไปใช้มีดคัทเตอร์พยายามปาดคอที่หน้าโรงเรียน ผู้ใหญ่บ้านของผู้ต้องหาเผย ผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียว รุนแรงก้าวร้าว จากปัญหาครอบครัวแตกแยกมาก่อนไม่สุงสิงคนในหมู่บ้าน แม้แต่กับน้องชายยังถึงขั้นลงไม้ลงมือกันหลายครั้ง

ความคืบหน้าคดีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมตัว นายปิติพงศ์ อายุ 30 ปี ได้ที่บ้านพักในอำเภอสันป่าตอง พร้อมนำตัวไปตรวจยึดของกลางมีดคัตเตอร์ด้ามสีชมพู ความยาวประมาณ 15 ซม. จำนวน 1 เล่ม ได้ในห้องพัก แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีความผิดฐาน "พยายามฆ่าผู้อื่น "

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา นายปิติพงศ์ก่อเหตุ ดักรออดีตแฟนสาวอายุ 15 ปี หน้าวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนบีบคอ ผลักติดกับกำแพง จากนั้นใช้มีดคัตเตอร์ที่เตรียมมา แทงเข้าที่บริเวณท้อง แต่เด็กสาวใช้มือปัดไว้ได้ทัน ทำให้มีดบาดที่บริเวณมือ จากนั้นนายปิติพงศ์พยายามใช้มีดคัตเตอร์จ่อที่บริเวณคอและพูดว่า "กูจะเอามึงให้ตาย" เคราะห์ดีที่เด็กสาวหนีออกมาได้ แล้ววิ่งหนีเข้าวิทยาลัย ก่อนที่ตำรวจจะตามจับกุมนายปิติพงศ์ได้ในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ นายสุพล ยานะ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ผู้ต้องหารายนี้ เป็นเด็กที่เกิดในหมู่บ้านจริง แต่ด้วยปัญหาครอบครัวของเด็กที่พ่อแม่แยกทางกัน พ่อติดสุราไปอยู่อีกที่หนึ่งตั้งแต่ลูกยังไม่โต ส่วนแม่ก็ต้องทำงานรับจ้างหาเงินไม่ค่อยได้อยู่บ้าน ปล่อยให้ลูกชายสองคนอยู่บ้าน ตั้งแต่เด็กจนโต นายปิติพงศ์ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นพี่มักจะมีปัญหาไม่ลงรอยกับน้องชายเสมอ จนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ชกต่อยกันเป็นประจำ

ผู้ต้องหาไม่ได้สุงสิงกับใครในหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านก็รู้พฤติกรรมดี แต่ด้วยที่ไม่มีปัญหากับใคร ก็ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งมาก่อเหตุ  ทั้งนี้ผู้ต้องหาเองหลังจากที่มีปัญหากับน้องชายก็ย้ายออกบ้านไปเช่าหอพักอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ใกล้กับที่ทำงาน จนกระทั่งเกิดเรื่องจึงหลบหนีกลับมาอยู่บ้านจนตำรวจตามมาจับกุมได้ในที่สุด พฤติกรรมต่างๆ เชื่อว่าจะมาจากปัญหาครอบครัวที่แตกแยกมาก่อน ส่วนมารดาของผู้ต้องหาก็ทราบมาว่าพร้อมที่จะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฏหมาย เนื่องจากรู้ถึงพฤติกรรมลูกชายดีแต่ด้วยความเป็นลูกก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี โดยในวันนี้ทางตำรวจจะ นำตัวนายปิติพงศ์ ไปฝากขังที่ศาลเพื่อดำเนินการส่งฟ้องตามข้อหาต่อไป