บิ๊กแดง แจงยิบประเด็น ผบ.ทบ.สหรัฐเยือนไทย ลั่นเกษียณแล้วจบ! ไม่ต่ออายุราชการ

บิ๊กแดง แจงยิบประเด็น ผบ.ทบ.สหรัฐเยือนไทย ลั่นเกษียณแล้วจบ! ไม่ต่ออายุราชการ

บิ๊กแดง แจงยิบประเด็น ผบ.ทบ.สหรัฐเยือนไทย ลั่นเกษียณแล้วจบ! ไม่ต่ออายุราชการ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"พล.อ.อภิรัชต์" ยืนยัน ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ปฏิบัติตามกฎด้านสาธารณสุข กาง 2 ข้อยกเว้นไม่กักตัวเพราะเป็นแขกรัฐบาล ลั่นไม่มีแนวคิดต่ออายุราชการหลังเกษียณ

วันนี้ (8 ก.ค.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ชี้แจงกรณีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการเดินทางมาเยือนไทยของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ โดยไม่มีการกักตัวตามมาตรฐานป้องกันการเเพร่ระบาดโควิด-19 ว่า ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ และคณะ เป็นคณะแรกที่มาเยือนไทยในวันที่ 9 กรกฎาคม เพียงวันเดียว และกลับวันที่ 10 กรกฎาคม หลังเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเป็นวาระผูกพันเพื่อลงนามในการแถลงวิสัยทัศน์ร่วมระหว่างกองทัพบก ไทย-สหรัฐฯ ซึ่งมีข้อตกลงเรื่องการฝึกและการศึกษาแลกเปลี่ยน

พล.อ.อภิรัชต์ ยืนยันว่า คณะผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ไม่เคยปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบใดๆ ของไทย หรือขอยกเว้น มีแต่ถามว่าจะให้ทำอะไรก็ขอให้บอกมา พร้อมยังนำเอกสารข้อกําหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 12) โดยคณะของผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ จัดอยู่ในกลุ่ม 2 (จากทั้งหมด 11 กลุ่ม) คือ ผู้มีเหตุยกเว้น หรือเป็นกรณีที่นายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน กำหนด อนุญาต หรือเชิญให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้ตามความจำเป็น โดยอาจกำหนดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาก็ได้

และคำสั่ง ศบค. ที่ 7/2563 สำหรับกลุ่ม 2 จะมีเพียงเรื่องของการคัดกรอง, ตรวจเอกสาร, ตรวจหาเชื้อโควิด, การมีผู้ติดตามด้านการแพทย์และสาธารณสุข ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในราชอาณาจักร (ครั้งนี้จัดทีมติดตามไว้ 5 คน) และเดินทางโดยยานพาหนะที่จัดเตรียมไว้ และตามแผนการเดินทางที่มีเท่านั้น

ยืนยัน ผบ.ทบ.สหรัฐฯ ปฏิบัติตามกฎด้านสาธารณสุข

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า คณะผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ มาถึงประเทศไทย ต้องมีการตรวจสว็อปเบื้องต้น 3-4 ครั้งตามมาตรฐาน มีแผนกำหนดการเดินทางที่ชัดเจน ไปไหน ทำอะไร โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ติดตามตลอด นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่จากการบินไทยด้วย เพื่อเรียนรู้ในการต้อนรับแขกรัฐบาล หรือนักธุรกิจ ในคณะต่อไป

ทั้งนี้ พล.อ.อภิรัชต์ ยังกล่าวตำหนิการนำเสนอข่าวของโซเชียลมีเดียที่ไม่สร้างสรรค์ ทำให้เกิดข้อขัดแย้ง โดยระบุว่าได้ยินเรื่องนี้มาเป็นสัปดาห์ก็ไม่สบายใจ พร้อมยืนยันนายกรัฐมนตรีไม่เคยบอกให้คณะผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ เลื่อนการเดินทาง แต่ถ้ามาก็ต้องปฏิบัติตามกฎของกระทรวงสาธารณสุข เพราะยังอยู่ในช่วงประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ไม่มีความคิดต่ออายุราชการหลังเกษียณ

บิ๊กแดง ยังระบุถึงกระแสข่าวที่ว่าจะมีการต่ออายุราชการหลังเกษียณ 30 กันยายน 2563 ว่า ขอย้ำจากใจในฐานะทหารอาชีพและตามแนวทางการรับราชการที่ถูกกำหนดไว้ชัดเจนว่า ทหารทุกคนต้องเกษียณอายุราชการ แต่ก็มีบางกรณีที่ไปคุ้ยถึงเรื่องทหารบางคนที่ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ ขออย่าสร้างกระแสเพราะโดยส่วนตัวยืนยันว่าปฏิบัติตามกฎระเบียบของกระทรวงกลาโหมในการเกษียณอายุราชการ

ผู้บัญชาการทหารบก ระบุด้วยว่า ในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพวันนี้ก็ได้มีการพูดคุยถึงกระแสการต่ออายุราชการ ซึ่งไม่ใช่ข่าวในเชิงที่สร้างสรรค์ และทำให้เกิดความขัดแย้ง รวมทั้งมองว่าไม่มีสาระและไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น โดยย้ำว่า 30 กันยายนนี้ จะส่งธงแล้ว และหมดภาระหน้าที่ ถือว่าจบภารกิจในการเป็นผู้บัญชาการทหารบก

พร้อมย้ำว่า อยากให้บุคคลที่สร้างกระแสต่างๆ นำความจริงมาพูดกัน โดยเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์โจมตีกัน และยืนยันว่าไม่ได้มีความกังวลเรื่องใดเพราะจากที่รับราชการมาได้ทำทุกเรื่องที่คิดว่าดีที่สุดต่อกองทัพ และต่อประเทศชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเทิดทูนสถาบัน

กองทัพปรับลดงบแล้ว หลังฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตการใช้งบ

พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวถึงกรณีที่ถูกจับตามองหลังเกษียณอายุราชการ ว่า ก็เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลจะจับจ้องกันไป และไม่ได้คิดจะทำอะไร สำหรับกรณี ส.ส.พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณของกองทัพนั้น ขอยืนยันว่า กองทัพมีการปรับลดงบประมาณไปแล้ว แต่บางอย่างเป็นงบผูกพัน พร้อมยอมรับว่าในบางครั้งคนที่ไม่เข้าใจจะชี้แจงอย่างไรก็ไม่เข้าใจ และยืนยันโดยส่วนตัวไม่ยุ่งกับการเมือง แต่ก็มีหน้าที่ชี้แจงต่อประเด็นปัญหา ซึ่งแต่ละฝ่ายก็มีหน้าที่ของตนเอง ทั้งนี้ เป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่จะต้องมาคานอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ขออย่าให้มีฝ่ายแค้น

ผบ.ทบ. ระบุถึงสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตที่ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่จะต้องรับมือ ว่า คงไม่สามารถไปตอบแทนได้ ต้องไปรอวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพราะว่ายังไม่เห็นถึงความวุ่นวายและมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดินด้วยความโปร่งใสโดยมีความเด็ดขาด ซึ่งเห็นได้จากการแก้ปัญหาสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งทั่วโลกชื่นชมทีมแพทย์และความมีวินัยของคนไทยที่แตกต่างจากประเทศอื่น ดังนั้นจึงไม่สามารถคาดการณ์อนาคตข้างหน้าได้ ต้องประเมินสถานการณ์แบบรายวัน รายเดือน พร้อมย้ำว่าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจหมดบทบาทก็จะ Set Zero ตัวเอง

แก้ปัญหาของกองทัพบกคืบหน้าไปมาก

พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า หลังจากนี้ผู้ที่จะมารับหน้าที่ผู้บัญชาการทหารบกต่อ ก็ต้องสืบสานต่อกันไป ไม่ว่าจะเป็นเหล่าทัพใดก็ตาม และในช่วงเดือนสิงหาคมนี้จะแถลงผลงานของกองทัพบก ในหลายเรื่อง เพราะที่ผ่านมาก็ยังมีผู้ที่มาโจมตี เช่น เรื่องศูนย์ร้องทุกข์ ทั้งนี้ จะสรุปผลงานต่างๆ ด้วยตนเองเพราะกองทัพบกเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องมานั่งรายงานทุกเรื่อง ซึ่งกองทัพบกเป็นหน่วยงานที่มีระเบียบวินัยถือว่าคำพูดเป็นนายเมื่อพูดไปแล้วก็ต้องทำ และกำลังพลเมื่อได้รับคำสั่งก็ต้องปฏิบัติ หากกระทำผิดก็ต้องถูกลงโทษทางวินัย และยืนยันว่าการแก้ปัญหาของกองทัพบกคืบหน้าไปมาก โดยเฉพาะประเด็นที่มีการโจมตีทาง Social Media

บิ๊กแดง ยังระบุถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารเดือนตุลาคม 2563 ว่า อยู่ที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในการกำหนดวันเวลาส่งบัญชีรายชื่อของแต่ละเหล่าทัพ และในการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพวันนี้ก็ได้มีการพูดคุยกันเบื้องต้นแล้ว โดยเชื่อว่าทุกเหล่าทัพมีการมองถึงบุคคลที่มีความเหมาะสมแล้ว เพื่อมาทำงานต่อในทุกตำแหน่งไม่ใช่เฉพาะตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพเท่านั้น ซึ่งเป็นแนวทางที่ชัดเจน ทั้งนี้ ตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นเรื่องที่แต่ละเหล่าทัพจะเสนอขึ้นมา และผ่านไปสู่ขั้นตอนการพิจารณาของกองบัญชาการกองทัพไทย และกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีอีกหลายขั้นตอน

เชื่อนายกฯ ไม่เชิญไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวถึงกรณีที่หากสถานการณ์หลังจากนี้ นายกรัฐมนตรีเชิญให้มาดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมองอย่างไรว่า นายกรัฐมนตรีคงไม่ทำแบบนั้น และตนเองคงไม่เข้ามามีบทบาทอะไร พร้อมยังระบุว่า ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง หากจะแต่งตั้งใคร คนๆ นั้นคงไม่ใช่ตนเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook