เจ้าของที่พักบนผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก แจงเต็นท์ไม่ได้บังวิว-เป็นที่ดินของพ่อ

เจ้าของที่พักบนผาหัวสิงห์ ภูทับเบิก แจงเต็นท์ไม่ได้บังวิว-เป็นที่ดินของพ่อ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ประกอบการที่พักใกล้ผาหัวสิงห์ จุดเช็กอินแห่งใหม่บนภูทับเบิก แจงไม่ได้บดบังทัศนียภาพ และสร้างบ้านพักตามที่จังหวัดแนะนำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 ก.ค.) จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความลงในกลุ่ม ชมรมคนรักเขาค้อ – ภูทับเบิก ว่า "ตอนนี้มีเต็นท์แบบโครงเหล็กให้เช่ามาติดตั้งแบบถาวรเเล้ว พวกคุณคิดว่า มันสมควรเเล้วหรือที่ปล่อยให้นายทุน มาสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรไว้บนนี้นะครับ ขอความคิดเห็นด้วย ส่วนตัว ไม่ชอบเลย อยากให้หน่วยงานรัฐมารื้อทันที บดบังธรรมชาติหมดเลย"

จากการตรวจสอบพบว่าสถานที่ดังกล่าว ตั้งอยู่บนหน้าผาผาหัวสิงห์ แหล่งท่องเที่ยวจุดเช็กอินแห่งใหม่บนภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ ป่าขุนเขา และทะเลหมอก เกือบ 360 องศา โดยก่อนที่จะถึงผาหัวสิงห์ ประมาณ 100 เมตร ได้มีการสร้างบ้านพัก จำนวน 5 หลัง และ เต็นท์อีกจำนวน 5 หลัง 

โดย นายบุญเลิศ อายุ 33 ปี เจ้าของสถานที่ที่กำลังก่อสร้าง เปิดเผยว่า ที่ดินดังกล่าวรัฐบาลได้จัดสรรให้พ่อของตน 20 ไร่ ต่อมาพ่อได้แบ่งให้ตนส่วนหนึ่ง ตนก็แบ่งให้ลูกคนละ 1-2 ไร่ ที่ผ่านมาใช้ปลูกกะหล่ำปลี แต่มาระยะหลังขาดทุนเกือบทุกปี ต่อมาจังหวัดส่งเสริมให้ภูทับเบิกเป็นแหล่งท่องเที่ยว ประกอบกับมีคนมาเที่ยวที่ผาหัวสิงห์เป็นจำนวนมาก บางรายเอาเต็นท์มากางพักแรม แต่พอฝนตกก็เปียกปอน

นักท่องเที่ยวจึงได้เรียกร้องให้ทำบ้านพักเพื่อกันฝนกันลม เมื่อยามนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนและเกิดฝนตก ตนจึงเห็นด้วยประกอบกับทำกะหล่ำปลีมีแต่จะขาดทุน จึงได้สร้างบ้านพัก แต่ก็ทำตามที่จังหวัดแนะนำคือ คนละไม่เกิน 4 หลัง และที่พักตนเองอีก 1 หลัง รวมเป็น 5 หลัง ตนจึงให้ลูกชายทั้ง 2 คน เป็นผู้ดำเนินการ

ทั้งนี้ การสร้างบ้านพักไม่ได้บดบังทัศนียภาพแต่อย่างใด เพราะจุดชมวิวอยู่ที่ผาหัวสิงห์ ซึ่งจะต้องเดินไปอีก 100 เมตร การที่ตนกำลังสร้างที่พักเป็นการหารายได้เลี้ยงครอบครัว เพราะหากจะให้แต่การทำการเกษตรก็มีแต่จะขาดทุน จึงวอนให้เข้าใจตนเองด้วย

สำหรับกรณีดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ เพื่อทราบแนวทางปฏิบัติและการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งได้รับแจ้งว่า เบื้องต้น ได้รับทราบกรณีดังกล่าวแล้ว ตอนนี้ยังไม่สามารถที่จะชี้ชัดได้ เนื่องจากต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์  ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเพชรบูรณ์ และผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเพชรบูรณ์ ประชุมหาข้อสรุป ในวันพรุ่งนี้เสียก่อน