แหม่มโพธิ์ดำ ซัด ส.ส.ก้าวไกล นำภาพเก่าทรมานลิง โยงดราม่าปมกะทิไทยโดนแบน

แหม่มโพธิ์ดำ ซัด ส.ส.ก้าวไกล นำภาพเก่าทรมานลิง โยงดราม่าปมกะทิไทยโดนแบน
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

สุดทน! แหม่มโพธิ์ดำขอเอี่ยวการเมือง เผย ส.ส. พรรคก้าวไกลทำเกินไป กรณี นำภาพลิงเก่าจากสื่ออินโดนีเซีย เชื่อมโยงปมดราม่ายุโรปแบนกะทิไทย

จากกรณีที่สังคมกำลังเป็นที่สนใจ หลังซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งในสหราชอาณาจักรนำผลิตภัณฑ์มะพร้าว ไม่ว่าจะเป็นน้ำมะพร้าว กะทิ และน้ำมันมะพร้าว ออกจากชั้นวาง เนื่องจากตรวจสอบพบว่าแหล่งที่มาของลูกมะพร้าวเหล่านี้ มาจากการใช้แรงงานลิง โดยชี้ว่าเป็นการทรมานสัตว์ และมีการรณรงค์เลิกซื้อผลิตภัณฑ์มะพร้าวจากไทย ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ล่าสุด เฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้ออกมาเคลื่อนไหวถึงประเด็นดังกล่าวเช่นเดียวกัน โดยได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงนายนิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ก่อนหน้านี้นายนิติพล ได้โพสต์ภาพลิงที่มีการนำเสนอจากสื่อของประเทศอินโดนีเซีย แล้วมีการเชื่อมโยงในประเด็นการทรมานสัตว์

โดยโพสต์ดังกล่าวของแหม่มโพธิ์ดำ มีรายละเอียดดังนี้

“ปกติจะไม่ยุ่งเรื่องการเมืองเลย แต่เคสนี้กูว่ามันเกินไปหน่อยปะวะ เมื่อ ส.ส. พรรคก้าวไกล นำภาพลิงอินโด และภาพเก่า ๆ ที่คนถ่ายไว้ (ภาพแรกถ่ายที่ไทยปี 53 ภาพที่เหลือนำมาจากสื่ออินโด) มาลงในจังหวะที่กำลังมีดราม่าจากการที่ประเทศไทยถูกใส่ร้ายเรื่องการใช้ลิงเก็บกะทิ จนหลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเกิดขึ้นในไทยไม่นานนี้และเป็นสาเหตุให้ไทยถูกแบนสินค้ากะทิ

ต้องแยกก่อน ระหว่างวิถีชาวบ้าน ที่มีการเลี้ยงลิงในสวน เอามาเก็บกะทิโชว์ (ส่วนตัวกูก็ไม่สนับสนุนนะ) ถ้าเข้าข่ายทรมานสัตว์ เราก็มีกฎหมายตรงนี้อยู่สามารถดำเนินคดีได้ แจ้งความได้เลย เพจประสานเจ้าหน้าที่อุทยานประจำ เขาก็รีบดำเนินการให้

ปัญหาหลักจากเรื่องนี้คือ มีกลุ่มรักสิ่งแวดล้อมที่โยงมั่วไปหมด หาว่าธุรกิจกะทิไทย ใช้ลิงในการเก็บมะพร้าว ทั้งที่ความเป็นจริง กะทิบ้านเราเกรดคุณภาพมาก ส่งขายทั่วโลก ต้องใช้มะพร้าวเป็นล้านลิตร ต้องใช้ลิงกี่ตัว เพ้อเจ้อ แทนที่นักการเมือง จะช่วยปกป้องธุรกิจไทยที่กำลังถูกใส่ร้าย กลับดึงดราม่าโดยไม่เช็คข้อมูลแบบนี้กูว่าใช้ไม่ได้

กูยืนยันนะ ในฐานะที่อยู่เมืองนอกมาตลอดเกินครึ่งชีวิต กะทิไทยแม่งสุดยอด อร่อยสุดแล้ว ถ้าจะมาเจอใส่ร้ายให้ธุรกิจเขาเสียหายโดยไม่มีหลักฐาน คนไทยก็ต้องช่วยกันปกป้อง ส่วนกลุ่มค้ากะทิไทย ก็ต้องติดสลากชัดเจน ว่าไม่มีการใช้สัตว์ในอุตสาหกรรม คนซื้อก็จะได้สบายใจด้วย”