ตร.ชี้ หนุ่มบิ๊กไบค์ทำทองหาย ใช้กระเป๋าแบบซิป เปิดเองยาก เมียยันเอาทองใส่กระเป๋าจริง

ตร.ชี้ หนุ่มบิ๊กไบค์ทำทองหาย ใช้กระเป๋าแบบซิป เปิดเองยาก เมียยันเอาทองใส่กระเป๋าจริง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความ ประกาศตามหาทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวม 45 บาท ที่คาดว่าน้องชายทำหล่นหายระหว่างนำทองไปขาย โดยขี่บิ๊กไบค์ผ่านเส้นทางระหว่างห้วยสะแก -บึงสามพัน เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ช่วงเวลาประมาณ 12.00-13.00 น.

ล่าสุดวันนี้ (3 มิถุนายน) นายวรวุฒิ หนุ่มบิ๊กไบค์ พร้อมภรรยา เข้าพบ พ.ต.อ.ฐิติภัทร อินทรรักษ์ ผกก.สภ นาเฉียง เพื่อให้ข้อมูลเรื่องที่ทำทอง จำนวน 45 บาท หล่นหาย ระหว่างขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์บนทางหลวงหมายเลข 21 แล้วเกิดทำหล่นหาย ระหว่างทางห้วยสะแก-บึงสามพัน รวมน้ำหนักทองคำ 45 บาท

ผู้กำกับการ สภ.นาเฉลียง ได้เรียกเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เข้ามาสอบถามผู้เสียหาย พร้อมทั้งทำการตรวจสอบกระเป๋าเป้ของผู้เสียหายพบว่า กระเป๋าเป้ เป็นแบบซิปรูดปิด-เปิด โอกาสที่ซิปจะรูดเปิดออกนั้นค่อนข้างยาก และจากการตรวจสอบภาพที่ทางผู้เสียหายยืนยันว่า เห็นกล่องใส่ทองที่มีสีเงินโผล่พ้นขึ้นมาจากกระเป๋า กลับไปตรงกับตำแหน่งป้ายยี่ห้อของกระเป๋า ที่ทำจากสแตนเลส ซึ่งมีแสงแวววาว

อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาเฉลียง จะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งได้มีการประสานไปยัง สภ.หนองไผ่ ให้ช่วยทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจสอบว่าพบเห็นกล่องทอง ที่ผู้เสียหาย แจ้งความเอาไว้ ว่าหล่นหายจริงหรือไม่ ซึ่งเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันว่ายังไม่มีใครแจ้ง หรือติดต่อเข้ามาว่าพบกล่องทองที่หล่นหายแล้ว น่าจะเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนกันมากกว่า

ผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์ นายวรวุฒิ เพื่อสอบถามถึงวันที่เกิดเหตุ โดยตัวนายวรวุฒิเล่าว่า วันนั้นตนเองขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ออกจากบ้านพร้อมกับทองคำจำนวน 45 บาท เพื่อจะนำไปขายที่กรุงเทพมหานคร เพราะได้ราคาดีกว่าขายที่เพชรบูรณ์ แพงกว่าบาทละ 2,000 บาท แต่ระหว่างทางได้มีรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อนิสสันมาร์ช เปิดไฟสูงใส่ ตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งมารู้ตัวอีกที เมื่อถึง 4 แยกราหุล อำเภอบึงสามพัน ว่าทำทองหล่นหาย จึงรีบขับรถย้อนกับมาเพราะมีความหวังว่าจะเจอทอง และก็เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่ นางปวีณา อายุ 37 ปี ภรรยาผู้เสียหาย เล่าว่า สามีนำทองใส่กระเป๋าเพื่อจะเอาทองไปขายที่กรุงเทพมหานครจริง โดยวันเกิดเหตุช่วงบ่าย แฟนได้โทรมาบอกว่าทำกล่องทองหล่นหาย แฟนถามว่าตนได้เอากล่องทองออกจากกระเป๋าหรือไม่ ตนเองจึงไปดูภาพจากกล้องวงจรปิด ก็พบว่าที่กระเป๋าเป้ของแฟน มีการนำกล่องทองใส่ออกไปจากบ้านจริง เพราะกระเป๋าเป้ยังนูนเป็นรูปสี่เหลี่ยมของกล่องทองอยู่เลย