นายกฯ ปัดจ้าง "ฌอน” ปลูกป่าพีอาร์รัฐบาล ยัน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ปิดกั้นถ้าอยากชุมนุม

นายกฯ ปัดจ้าง "ฌอน” ปลูกป่าพีอาร์รัฐบาล ยัน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ปิดกั้นถ้าอยากชุมนุม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีสังคมตั้งข้อสังเกตถึงกระแสข่าวการใช้งบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์ของรัฐไปจ้าง นายฌอน บูรณะหิรัญ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง มาประชาสัมพันธ์ เพื่อปรับภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ให้ตรวจสอบแล้วไม่มี

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวการคัดค้านการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า เรื่องการคัดค้าน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คงไม่ตอบ เพราะเรื่องนี้มีเหตุผลและความจำเป็นอยู่แล้ว และยืนยันว่า ไม่ปิดกั้นประชาชน หากต้องการชุมนุมก็ต้องไปขออนุญาตตาม พ.ร.บ.การชุมนุม ได้ตามปกติ แต่ในส่วน พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้ เพราะไม่ต้องการให้คนไปรวมกลุ่มกันจำนวนมาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ดังนั้น ก็แล้วแต่ทุกคนว่าจะกลัวหรือไม่ ซึ่งไม่ได้ขู่ใคร แต่ขอให้เข้าใจเจตนารมณ์ของการใช้กฎหมายด้วย ซึ่งตนพร้อมรับฟังทุกเรื่อง

ส่วนภายหลังหลังที่ประชุมครม.อนุมัติต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว จะมีการร่างข้อกำหนดใหม่ออกมาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะมีการร่างข้อกำหนดออกมา เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการผ่อนคลาย ระยะที่ 5 ซึ่งข้อกำหนดบางข้อก็เลิกไป และข้อกำหนดบางอย่างก็เพิ่มขึ้น เพื่อสุขภาพของทุกคนไม่ใช่เพื่ออำนาจของนายกรัฐมนตรี ทุกคนมองแต่อำนาจๆ อำนาจมันอยู่กับเราไม่นานหรอก ถ้าเราไม่มีวิธีการทำให้โปร่งใสและเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งตนเองก็พยายามใช้ทุกอย่างตามกฎหมายไม่ใช้นอกกฎหมายอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตนเองยังคุยกับ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามปกติหลังจากมีการปรับคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐและทั้งสองคนไม่ได้ดำรงตำแหน่งในพรรค ซึ่งก็ทำงานด้วยดีมาตลอด และตนเองก็เพิ่งสั่งงานในห้องประชุม คณะรัฐมนตรี ทำไมต้องคุยเรื่องของพรรค เพราะเป็นเรื่องของพรรค

ส่วนหากทีมเศรษฐกิจยังไม่มีความชัดเจนจะทำให้ข้าราชการในกระทรวง เกิดชะงัก หรือ เกียร์ว่าง หรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ใครจะว่าง หากใครว่างก็ต้องลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี เป็นข้าราชการของรัฐ ก็ต้องทำงานจนถึงวันสุดท้าย เพราะไม่เกี่ยวกัน โดยยืนยันว่าตนเองยังไม่เคยพูดอะไรเลยเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี มีแต่สื่อที่ถามนำ ทายเพื่อจะให้เกิดเป็นเรื่อง
ก่อนจะกล่าวว่า ไม่ตอบแล้ว พอแล้ว ถามเป็นอยู่อย่างเดียว

ขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวที่จะให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาดำรงตำแหน่งในทีมเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีได้ส่ายหน้า พร้อมระบุว่า “เรื่องของพรรคไม่เกี่ยวกับผม” ก่อนจะเดินออกจากห้องแถลงข่าว

จากนั้น ผู้สื่อข่าว ได้สอบถามนายกรัฐมนตรี ว่า เบื่อการเมืองมากหรือไม่ นายกรัฐมนตรีได้ตอบกลับมาว่า “ไม่เบื่อ สนุกดี”

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงความพร้อมในการเปิดภาคเรียนในวันพรุ่งนี้ ว่า กระทรวงศึกษา ได้ชี้แจงมาตรการต่างๆเรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่โรงเรียนมีความพร้อมกว่า 80% ส่วนบางโรงเรียนที่ยังไม่พร้อมก็จะยังไม่เปิดภาคเรียน โดยจะมีแนวทางใหม่ทั้งการเรียนที่บ้าน การเรียนออนไลน์ รวมถึงการปรับตารางเรียนให้มีการเหลื่อมเวลา ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการป้องกัน ซึ่งส่วนตัวมีความเป็นห่วงเด็กเล็ก ยังมีความสุขซน ดังนั้นครูและผู้ปกครองจึงต้องย้ำเตือน ให้เด็กๆ ใส่หน้ากากอยู่ตลอดเวลา ต้องทำให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนปลอดโควิด ส่วนโรงเรียนชายขอบที่ยังไม่อนุญาตให้มีการเปิดภาคเรียนจนกว่าจะมีมาตรการที่รัดกุม

ส่วนมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5 ที่อนุญาตให้กิจการอาบ อบ นวด เปิดบริการได้นั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เพื่อสร้างสมดุลให้กับระบบเศรษฐกิจทั้งผู้ประกอบการ ผู้ใช้บริการ และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่ ซึ่งจำเป็นต้องมีการสุ่มตรวจว่ามีการลักลอบค้าประเวณีหรือไม่ พร้อมเตือนให้ผู้ที่ไปเที่ยวระมัดระวัง ทุกอย่างมีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว ขอให้ระวังตัวเองมากที่สุด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผู้ปฏิบัติการ ผ่อนปรนระยะที่ 5 มีความเสี่ยงสูง รัฐบาลจึงได้เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้ ไม่ว่าจะด้านสาธารณสุข การบริการตรวจโรค การรักษาโรค แต่ขึ้นอยู่กับคนทุกคน ไม่ควรเผลอพังลืมตัว จนไม่ลืมอะไร นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงทุกคน ที่มาตรการจะเยอะไปบ้าง แต่พอเป็นช่วงเริ่มต้นหากดีขึ้นก็จะสามารถผ่อนคลายอย่างอื่นได้อีก แต่กฎหมายปกติยังคงอยู่ เหมือนกับพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีไว้เพื่อให้หน่วยงานทุกหน่วยงานทำงานร่วมกันได้ เป็นมาตรฐานเดียวกัน

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรียัง ได้กล่าวถึงสถานการณ์ต่างประเทศว่า ขณะนี้ยังรุนแรงอยู่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด สูงถึง 10 ล้านคน ตายกว่า 500 ราย แม้ประเทศไทยจะมีผู้ติดเชื้อเพียง 3 พันกว่าราย แต่หากมีการแพร่ระบาดอีกจะทำอย่างไร ทุกอย่างประมาทไม่ได้ ทางการสวมหน้ากากการเว้นระยะห่างทางสังคม การใช้ภาชนะเดียวกัน จากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวจะมีการสนับสนุนโครงการ มากขึ้น ซึ่งในวันนี้ตนเอง ได้