"น้องเนย" ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมา เผย อโหสิกรรมให้จ่าคลั่งแล้ว

"น้องเนย" ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมา เผย อโหสิกรรมให้จ่าคลั่งแล้ว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ช่วงที่เข้าผ่าตัด จะรู้สึกกลัวมาก แต่ได้กำลังใจจากประชาชนที่ส่งมาให้ในโลกโซเชียล ที่แม่นำมาให้อ่านทุกวัน ทำให้รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก เพราะรู้ว่ายังมีคนอีกหลายคนที่คอยส่งกำลังใจให้เราอยู่โดย เนย ฐิรัฐติกาล นอบไทย

นครราชสีมา – ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า อาการ นายฐิรัฐติกาล นอบไทย หรือ น้องเนย หนุ่มบิ๊กไบค์พลเมืองดี ที่พยายามเข้าไปช่วยเหลือประชาชน บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช แล้วถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายเดือน ก่อนที่อาการจะดีขึ้นตามลำดับ และแพทย์อนุญาตให้น้องเนย กลับบ้านได้เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (30 มิถุนายน 2563) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของน้องเนย พบกับครอบครัวน้องเนย ซึ่งอยู่กับแม่ และน้องชาย บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น โดยน้องเนยอยู่ระหว่างทำกายภาพบำบัดแขนข้างซ้าย ที่มีบาดแผลขนาดใหญ่จากการถูกคมกระสุนอาวุธสงครามทำลาย จนสูญเสียความรู้สึกไปบางส่วน จึงต้องพยายามทำกายภาพบัดบัดด้วยการยืนข้างผนังยกมือข้างซ้ายขึ้นทำปูไต่ ให้ยกมือได้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีนางอำพร นอบไทย ผู้เป็นแม่คอยช่วยเหลือและให้กำลังใจอยู่ไม่ห่าง ขณะเดียวกันบริเวณที่จอดรถข้างบ้าน พบว่ามีรถเก๋งยี่ห้อ นิสสันมาร์ซ สีฟ้า เลขทะเบียน ขษ 2703 นครราชสีมา จอดอยู่ โดยน้อยเนยบอกว่ารถคันนี้เป็นรถยนต์คันแรกที่ใช้เงินจากน้ำพักน้ำแรงการทำงาน ซื้อมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว จึงรักมาก และอยากแข็งแรงกลับมาขับรถคันนี้ให้ได้เร็วๆ ดังนั้นน้องเนยจึงได้เดินลงมาสตาร์ทรถให้ดู พร้อมกับชู 2 นิ้ว เพื่อบอกทุกคนว่าตอนนี้มีกำลังใจดีมากแล้ว

นายฐิรัฐติกาล นอบไทย หรือ “น้องเนย” กล่าวว่า ช่วงที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตนเองก็คิดถึงบ้านตลอดเวลา บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้ โดยเฉพาะช่วงที่เข้าผ่าตัด จะรู้สึกกลัวมาก แต่ได้กำลังใจจากประชาชนที่ส่งมาให้ในโลกโซเชียล ที่แม่นำมาให้อ่านทุกวัน ทำให้รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาก เพราะรู้ว่ายังมีคนอีกหลายคนที่คอยส่งกำลังใจให้เราอยู่ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนเองก็ไม่ได้รู้สึกโกรธแค้นผู้ก่อเหตุแต่อย่างใด พร้อมให้อโหสิกรรมทุกอย่าง และคิดเสมอว่าคงจะเป็นกรรมของเราที่เคยทำไว้เมื่ออดีตชาติ ดีแค่ไหนแล้วที่เรายังรอด เพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งฮีโร่ที่เข้าไปช่วยต้องสูญเสียชีวิตไปหลายคน ตนเองไม่อยากเอาไปเปรียบกับฮีโร่เหล่านั้น และไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่เลย เพียงแต่เห็นคนได้รับบาดเจ็บก็เข้าไปช่วยตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป เมื่อได้กลับมาบ้านแล้ว ตนเองก็รู้สึกดีใจมาก เพราะได้มาอยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคย ได้อยู่กับครอบครัว วันแรกที่กลับมาบ้านนั้น สิ่งแรกที่ทำคือเดินไปสตาร์ทรถเก๋งที่ตนเองรักและหวงมาก อยากกลับมาขับรถได้เหมือนเดิมอีกครั้ง แต่ตอนนี้แพทย์บอกว่า อย่าใช้แรงมาก โดยเฉพาะแขนซ้ายที่กระดูกยังไม่ยึดดีนัก ต้องใช้เวลาทำกายภาพบำบัดไม่ต่ำกว่า 1 ปี ถึงจะกลับมาใช้งานได้

ตั้งแต่มานอนอยู่ที่บ้านก็หลับสบายไม่ฝันอะไรเลย ต่างกับอยู่ที่โรงพยาบาลนอนหลับฝันทุกคืน ถึงอย่างไรก็ตามก็ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือตนเอง จนอาการดีขึ้นมาก โดยเฉพาะคุณหมอ และพยาบาล ที่คอยดูแลรักษาตนเองเป็นอย่างดี นอกจากนี้ขอฝากขอบคุณไปยังประชาชนที่ให้กำลังใจผ่านทางโลกโซเชียลทุกคนว่า หากไม่มีกำลังใจจากเขาเหล่านี้ตนเองก็คงจะมีชีวิตอยู่ด้วยความสิ้นหวังแน่นอน

ด้านนางอำพร นอบไทย อายุ 49 ปี แม่ของน้องเนย กล่าวว่า สำหรับอาการของน้องเนยตอนนี้ ยังต้องไปรักษาตัวตามที่แพทย์นัด โดยวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ ก็จะไปหาแพทย์เพื่อดูแผลติดเชื้อ เนื่องจากในช่องท้องยังมีหนองออกมาอยู่ และในวันที่ 16-20 กรกฎาคม ก็จะไปหาแพทย์ที่ดูแลส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกรอบ ทั้งนี้ตลอดเวลาเกือบ 5 เดือนในการรักษาน้องเนย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางรัฐบาลเป็นผู้ออกให้ จึงไม่รู้สึกกังวลอะไรในส่วนนี้ แต่ตอนนี้เป็นห่วงเรื่องของการใช้ชีวิตในการทำงานหลังจากนี้ เพราะร่างกายของน้องเนยไม่เหมือนเดิม จะหางานทำที่ไหนก็ยาก ไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป จึงอยากให้หน่วยงานรัฐช่วยหางานที่เหมาะสมให้น้องเนยทำ ซึ่งโดยส่วนตัวก็อยากจะให้น้องเนยได้รับราชการ จะเป็นตำแหน่งอะไรก็ได้ เพื่อให้เขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป