เปิดพฤติกรรม "เบนซ์ เรซซิ่ง" ก่อนโดนจับแว้นกลางดึก ร้องขอปลดกำไล EM

เปิดพฤติกรรม "เบนซ์ เรซซิ่ง" ก่อนโดนจับแว้นกลางดึก ร้องขอปลดกำไล EM
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

"เบนซ์ เรซซิ่ง" ร้องขอปลดกำไล EM จริง แต่ยังเบี้ยวนัดรายงานตัวทุก 2 เดือน ส่อผิดเงื่อนไข

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมกรณี นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ถูกตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง จับกุมในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ขณะใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ (กำไล EM) ที่ข้อเท้า แต่ภายหลัง นายอัครกิตติ์ ชี้แจงว่าได้รับการอนุญาตจากศาลให้ถอดกำไล EM แล้ว

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ก่อนเกิดเหตุถูกจับกุมล่าสุด นายอัครกิตติ์ ซึ่งเคยได้รับการประกันตัวจากคดีฟอกเงินที่ศาลอาญาพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 8 ปี และได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดีด้วยหลักทรัพย์ 1 ล้านบาท พร้อมการติดกำไลข้อเท้า EM ได้มายื่นคำร้องขอปลดกำไลข้อเท้า EM เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 62 โดยให้เหตุผลว่า ไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ เพราะต้องทำงานโดยการแข่งรถที่ถือเป็นอาชีพหนึ่งของตน ซึ่งได้รับค่าตอบแทนจากค่ายรถ

โดยกำไล EM เป็นอุปสรรคในการใส่ชุดแข่งที่ออกแบบเพื่อความปลอดภัยโดยเฉพาะ อีกทั้งการสวมกำไลทำให้มีอาการเจ็บบริเวณข้อเท้าจากการกดทับเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งพบว่าตัวเครื่องมีปัญหาเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เรื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่ ประกอบกับตนต้องเดินทางออกต่างจังหวัด บางครั้งติดต่อกันหลายสัปดาห์

ซึ่งด้วยข้อบังคับและกฎ ทำให้ตนไม่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้ แต่การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวต้องใช้เวลานาน ดังนั้นหากมีการปลดอุปกรณ์ดังกล่าวแล้วจะทำให้สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้ ก็จะช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางตลอดปีได้เป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ตนยังต้องไปศึกษากฎหมายเพิ่มเติมที่ ม.รามคำแหง ส่วนหลักประกันที่ใช้เป็นหลักทรัพย์นั้นมีมูลค่ามากกว่าวงเงินประกันของศาลที่ตีราคาพอสมควร และตนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต

ซึ่งในวันเดียวกันนั้นเอง ศาลได้พิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่า นายอัครกิตติ์ ไม่มีพฤติการณ์หลบหนีและหลักประกันมีมูลค่าเพียงพอที่จะบังคับคดี หากเกิดกรณีผิดสัญญาประกันจึงอนุญาตให้ปลดกำไล EM โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อศาลทุก 2 เดือนแทน

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ได้ครบกำหนดการรายงานตัวครั้งล่าสุด แต่นายอัครกิตติ์ ไม่ได้มาตามนัด โดยวันนี้ (25 มิ.ย.) ทนายความได้มายื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอเลื่อนการรายงานตัว แต่ยังไม่ปรากฏว่าศาลมีคำสั่งอย่างไร ซึ่งจะต้องติดตามคำสั่งอีกครั้งว่ากรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายการผิดเงื่อนไขประกันตัวหรือไม่