มืดแปดด้านคดีฆ่าโหด "ลุงหรรษา" คนร้ายไม่ทิ้งร่องรอย ส่งตรวจ DNA คนแรกที่พบศพ

มืดแปดด้านคดีฆ่าโหด "ลุงหรรษา" คนร้ายไม่ทิ้งร่องรอย ส่งตรวจ DNA คนแรกที่พบศพ

มืดแปดด้านคดีฆ่าโหด "ลุงหรรษา" คนร้ายไม่ทิ้งร่องรอย ส่งตรวจ DNA คนแรกที่พบศพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คดีฆ่าโหด "ลุงหรรษา" พ่อค้าขวัญใจนักศึกษา คนร้ายไม่ทิ้งร่องรอย ไม่เจอหลักฐานเลย ส่งตรวจดีเอ็นเอแล้ว 2 ราย

(8 มิ.ย. 63) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้า กรณี นายหรรษา วิบูลย์เพ็ง อายุ 54 ปี ถูกฆาตกรรมนอนเสียชีวิตภายในกระท่อมสวนเกษตรพอเพียง บ้านโคกปันโร หมู่ที่ 9 ต.ตรำดม อ.ลำดวน จ.สุรินทร์ สภาพศพ ถูกของมีคมฟันเป็นแผลเหวอะหวะขนาดใหญ่ ที่บริเวณศีรษะ ท้ายทอย ขมับ ใบหน้าและลำคอถูกเชือดจนหลอดลมขาด รวมแผลทั้งหมด 8 แห่ง เลือดอาบทั่วร่าง ไหลนองพื้น อีกทั้งคนร้ายยังนำศพมาจัดให้อยู่ในท่านอนเหมือนคนนอนหลับตามปกติ

ล่าสุด (8 มิ.ย. 63) ทางครอบครัวและญาติพี่น้องได้ทำพีฌาปนกิจศพผู้ตายในช่วงสายที่วัดบ้านโคกปันโร ด้วยบรรยากาศที่ศร้าสลดแม้ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ก็ตาม ซึ่งผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานศพยังคงพากันนั่งจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์และสาปแช่งฆาตกรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ จากหน่วยกู้ชีพ ต.ตระแสง และหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ ซึ่งได้รับการประสานจากตำรวจ สภ.ลำดวน ให้ช่วยงมหาหลักฐาน ที่เชื่อว่าคนร้ายอาจจะนำไปทิ้งตามแหล่งน้ำในบริเวณรัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ทั้งหมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 จำนวน 4 แห่งแล้ว แต่ก็ยังไม่พบหลักฐานใดๆ ขณะที่พิสูจน์หลักฐานสุรินทร์ ได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมรอยนิ้วมือแฝงและสารคัดหลั่งต่างๆ ในกระท่อมที่เกิดเหตุเพื่อนำไปตรวจหาดีเอ็นเอ ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมา 

ด้าน พ.ต.ท.ดำรงค์ เจริญศิริ รอง.ผกก.สอบสวน สภ.ลำดวน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ตำรวจยังไม่ได้ตั้งประเด็นถึงสาเหตุการณ์ฆาตกรรม เนื่องจากอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน ซึ่งได้มีการเรียกพยานแวดล้อมมาสอบปากคำแล้ว 4-5 ปาก ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก

พยานที่พบเห็นศพผู้ตายเป็นคนแรก ซึ่งเป็นอดีตครู วัย 60 ปี ที่สนิทสนมกับครอบครัวผู้ตาย และอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กอีกหลังในพื้นที่เดียวกันกับบ้านของผู้ตาย ซึ่งให้การในเบื้องต้นว่า คืนวันที่เกิดเหตุ ช่วงค่ำ ผู้ตาย ภรรยาผู้ตาย ลูกสาวผู้ตาย และอดีตครู ได้นั่งทานอาหารเย็นร่วมกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกัน โดยผู้ตายออกไปนอนที่กระท่อมที่เกิดเหตุ ส่วนอดีตครูมานั่งดูทีวีอยู่กับภรรยาและลูกของผู้ตายอยู่ในบ้าน ก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้านอน และตื่นออกไปดูสวนในช่วงเวลาประมาณตี 3 ถึงตี 4 ของทุกวันเป็นปกติ

แต่ระหว่างนั้นก็เห็นว่าผู้ตายนอนอยู่ในกระท่อมที่เกิดเหตุอีกหลัง ไม่คิดว่าจะถูกฆาตกรรมแล้ว จึงเรียกชื่อ แต่ก็ไม่ได้มีเสียงตอบรับกลับมา จนเวลาผ่านไปสักระยะก็ได้เรียกอีก จึงแปลกใจเดินไปดูก็ถึงกับผงะและตกใจอย่างมาก ก่อนที่จะวิ่งไปเรียกให้ภรรยาและลูกสาวของผู้ตายมาดูและแจ้งให้ จนท.ตำรวจทราบ ซึ่งอดีตครูรายนี้ก็ให้การอย่างไม่มีพิรุธใดๆ จึงได้ให้กลับบ้าน แต่อดีตครูรายนี้ก่อนจะกลับ ซึ่งมีญาติมารับก็ได้ถามตนว่าจะกลับไปที่งานศพดีหรือไม่หรือจะกลับบ้านตนเองดี ซึ่งอดีตครูจึงตัดสินใจกลับบ้านไปกับญาติก่อน เพราะเกรงว่าจะมีชาวบ้านเข้าใจผิด และอาจถูกทำร้ายก็เป็นได้

กระท่อมที่พบศพ

อย่างไรก็ตาม จนท.ตำรวจได้นำสารคัดหลั่งจากตัวครูส่งตรวจดีเอ็นอีเปรียบเทียบที่ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมา พร้อมกับสารคัดหลั่งของหนุ่มในหมู่บ้าน ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงที่เกิดเหตุอีกคน ที่พบว่าหายตัวไปในช่วงวันเกิดเหตุ และถูกตามตัวพบ ก่อนนำมาสอบปากคำ ก็ไม่พบพิรุธเช่นกัน อย่างไรก็ตามก็ต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอ และการลงพื้นที่หาข่าวของ จนท.ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจาก สนง.ตำรวจภูธร จ.สุรินทร์ และ สภ.ลำดวนอีกครั้ง และคาดว่าจะได้ตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายในเร็วๆ นี้ เพราะชาวบ้านต่างอยู่กันอย่างหวาดผวา

นางแย้ม อายุ 63 ปี ญาติของผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายนิสัยดี ไม่เคยมีเรื่องกับใคร ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่อาชีวศึกษาสุรินทร์ แต่ช่วงโควิดก็กลับมาพักทำสวนที่บ้าน ญาติพี่น้องต่างเสียใจ 4 วันแล้วคดียังไม่คืบหน้า อยากฝากให้ จนท.ตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายโดยเร็ว ญาติพี่น้องชาวบ้านต่างหวาดผวา เกิดมายังไม่เคยเจอเหตุการณ์โหดเหี้ยมแบบนี้ เคยเจอแต่ในทีวี ไม่คิดว่าจะมาเกิดขึ้นกับญาติพี่น้องของเรา โดนฟันหัวหลายแผล ถ้าคนร้ายสำนึกผิดก็ให้กลับมามอบตัว ตำรวจก็พยายามหาหลักฐานทุกซอกทุกมุมก็ไม่เจออะไรสักอย่าง

นายจำนงค์ วิบูลย์เพ็ง ผู้ใหญ่บ้านโคกปันโร และเป็นพี่ชายของผู้ตาย กล่าวว่า เวลาประมาณตีสาม 57 นาที มีญาติโทรศัพท์ไปแจ้งตนเองว่า น้องชายถูกฆ่าเสียชีวิตแล้ว ตนมองว่า คนที่ฆ่าลงมืออย่างใจเย็น มีการจัดวางศพให้นอนขาเหยียดตรง มือสองข้างวางที่หน้าอก นอนหงายเสียชีวิต แผลแต่ละแผลมีความยาว 12-13 ซม. ทั่วบริเวณศีรษะและใบหน้า รวม 8 แผล เหมือนโกรธแค้น ไตร่ตรอง และจงใจวางแผนมาฆ่าโดยเฉพาะ ที่ลำคอ ปาดจนลูกกระเดือดขาดจนถึงกระดูกด้านใน น่าจะเตรียมการไว้นาน เหมือนคนที่ชอบดูหนังฝรั่ง ดูวิธีฆ่า มีการอำพราง ทรัพย์สินก็ไม่มีหาย และไม่ทิ้งร่อยรอยใดๆไว้ ทางตำรวจเองก็ทำหน้าที่เต็มที่ ทำงานทั้งกลางวันกลางคืนอย่างไม่หยุด ซึ่งกู้ภัยก็พยายามงมหาหลักฐานการฆ่าต่างๆ ตามสระน้ำ ซึ่งตนคิดว่าน่าจะใช้ขวานในการสังหาร 

ส่วนน้องชายของตน ไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ เขาเป็นคนอ้อนแอ้น ชอบแต่งตัวและค้าขาย เป็นคนพูดน้อย เรียบง่าย ส่วนหนุ่มต้องสงสัยที่หายไป ก็หาตัวพบแล้ว เจ้าหน้าที่ก็สอบปากคำอยู่ ซึ่งก็ได้แต่ภาวนาให้จับคนร้ายได้โดยเร็ว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล