ทรัมป์ปัด ไม่ได้ใช้กำลังสลายม็อบ "จอร์จ ฟลอยด์" ก่อนมายืนถ่ายรูปหน้าโบสถ์

ทรัมป์ปัด ไม่ได้ใช้กำลังสลายม็อบ "จอร์จ ฟลอยด์" ก่อนมายืนถ่ายรูปหน้าโบสถ์
VOA

สนับสนุนเนื้อหา

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯออกโรงป้องภารกิจเดินเท้าเข้าถ่ายรูปหน้าโบสถ์ ไม่นานหลังการใช้กำลังสลายผู้ประท้วงเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักถึงการใช้กำลังเกินกว่าเหตุเพื่อเหตุผลทางการเมือง

ผู้นำสหรัฐฯ ต่อสายตรงให้สัมภาษณ์กับรายการวิทยุ Fox News Radio ในวันพุธว่า ตนไม่ทราบเลยว่ามีการประท้วงอยู่บริเวณถนนที่มุ่งหน้าไปยังโบสถ์เซนต์ จอห์นส ใกล้กับทำเนียบขาว และยังบอกด้วยว่าภาพถ่ายที่ตนถือไบเบิลอยู่หน้าโบสถ์เมื่อวันจันทร์นั้นเป็นสิ่งที่ผู้นำทางศาสนาชื่นชอบอย่างมาก เพราะเป็นการยืนหน้าศาสนสถานที่เพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์เลวร้ายจากเหตุไฟไหม้ชั้นใต้ดินมาหมาดๆ

อย่างไรก็ตาม การให้สัมภาษณ์ของผู้นำสหรัฐฯ สวนทางกับผู้นำคริสตจักรนิกายแองกลิคัน​ สังฆมลฑลวอชิงตัน (Episcopal Diocese of Washington) บิชอพ มาเรียนน์ บัดด์ ที่ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของประธานาธิบดีทรัมป์ และทวีตข้อความว่า ประธานาธิบดี ใช้คัมภีร์ไบเบิล และโบสถ์ฯ เป็นฉากหลังสำหรับการส่งข้อความที่ตรงกันข้ามกับคำสอนของพระเยซู และทุกสิ่งที่โบสถ์ของเรายึดมั่น ในการกระทำเช่นนั้น ผู้นำสหรัฐฯ อนุมัติให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอุปกรณ์ปราบจราจลใช้แก๊สน้ำตาเพื่อเคลียร์ลานหน้าโบสถ์ด้วย

นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ยังตอบโต้ในประเด็นที่มีรายงานข่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไปหลบอยู่ในหลุมหลบภัย ในระหว่างที่ผู้ประท้วงไปปักหลักหน้าทำเนียบขาวเมื่อค่ำวันศุกร์ผ่านมา โดยอ้างว่าตนเข้าไปในช่วงเวลากลางวันและแค่ในระยะสั้นเท่านั้น เพื่อเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยภายในหลุมหลบภัย ซึ่งตนได้ทำสิ่งนี้มาหลายครั้งก่อนหน้านี้แล้ว

และเมื่อถูกถามเรื่องความไม่ยุติธรรมระหว่างคนต่างสีผิวในอเมริกาว่าจะมีหนทางแก้ไขอย่างไร ผู้นำสหรัฐฯ ได้ตอบเพียงว่า เป็นปัญหาที่น่าเศร้า แต่ไม่มีแนวทางรับมือใดๆในเรื่องนี้ เพียงแต่บอกว่าทุกฝ่ายโดยเฉพาะฝั่งตำรวจควรจะทำได้ดีกว่านี้

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม วิลเลียม บาร์ ได้สั่งการให้สลายการชุมนุมไม่นานก่อนผู้นำสหรัฐฯ จะเดินทางไปถ่ายรูปหน้าโบสถ์เซนต์จอห์น ก่อนช่วงเวลาเคอร์ฟิวในกรุงวอชิงตันเมื่อวันจันทร์ เป็นเหตุให้มีผู้ประท้วง ผู้สื่อข่าว ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุม

ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ มาร์ค เอสเปอร์ ออกมายืนยันหลังการสัมภาษณ์ของผู้นำสหรัฐฯ ว่าการสลายกลุ่มผู้ประท้วงบริเวณทำเนียบขาวในวันจันทร์ไม่ได้มาจากฝั่งเพนตากอนแต่อย่างใด และตนไม่สนับสนุนการใช้กำลังทางการทหารเพื่อควบคุมการชุมนุม

ทั้งนี้ การเดินขบวนเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนผิวสี หลังการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ดำเนินมาถึงต่อเนื่อง 8 วัน 8 คืนแล้ว และการชุมนุมในหลายเมืองเป็นไปโดยสงบ แต่ยังมีรายงานการปักปลักประท้วงหลังช่วงเวลาเคอร์ฟิวส์ รวมทั้งการบุกปล้นสดมภ์ในหลายจุด