สั่งประหาร ฆาตกรต่อเนื่อง5ศพ

สั่งประหาร ฆาตกรต่อเนื่อง5ศพ

ศาลอาญาประหารชีวิต "สมคิด พุ่มพวง" ฆาตกรฆ่าหมอนวดต่อเนื่อง 5 ศพ แต่รับสารภาพลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต โดยเป็นคดีแรกที่พิพากษา ยังเหลืออีก 4 คดีรอคิวอยู่ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่ห้องพิจารณาคดี 804 ศาลอาญา รัชดาภิเษก ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสมคิด พุ่มพวง หรือชูชาติ ชาญชัย หรือชูชาติ กิ่งแก้ว หรือวิชัย พรหมพันธ์ หรือสุวัฒน์ ชาญณรงค์ อายุ 45 ปี ชาวจ.นครศรีธรรมราช ฆาตกรฆ่าสาวหมอนวดแผนโบราณต่อเนื่อง 5 ศพ เป็นจำเลย ความผิดฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

บรรยายฟ้องสรุปว่า ระหว่างวันที่ 30-31 ม.ค. 2548 จำเลยก่อเหตุชิงทรัพย์หลายรายการ รวมมูลค่า 50,000 บาท ของน.ส.วารุณี พิมพะบุตร อายุ 25 ปี นักร้องแสงตะวันคาเฟ่ จ.มุกดาหาร จับน.ส.วารุณีมัดมือไพล่หลังแล้วกดน้ำตายคาอ่างอาบน้ำ ที่ห้องพักเลขที่ 609 โรงแรมพลอยพาเลซ จ.มุกดาหาร จำเลยรับสารภาพในชั้นสอบ สวนแต่ปฏิเสธในชั้นศาล

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค.2548 น.ส.วารุณี ผู้ตายถูกฆ่าสภาพศพถูกมัดมือไพล่หลังนอนคว่ำหน้าจมในอ่างน้ำ โดยสร้อยคอทองคำ โทรศัพท์มือถือ และรถจักรยานยนต์หายไป ตำรวจจับกุมจำเลย ได้แจ้งข้อหาฆ่าชิงทรัพย์

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่กระทำผิดจริงตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพนักงานต้อนรับโรงแรมพลอยพาเลซ เบิกความว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 30 ม.ค.2548 ขณะปฏิบัติหน้าที่มีผู้อ้างเป็นพนักงานบริษัทอาร์เอสโปรโม ชั่น โทรศัพท์เข้ามาจองห้องพักให้นายสมคิด พุ่มพวง หลังจากนั้น 10 นาที จำเลยก็เข้ามา พยานจึงให้ลงรายมือชื่อในสมุดลงชื่อของผู้เข้าใช้บริการก่อนมอบกุญแจห้อง 609 ให้เข้าพัก

นอกจากนี้ยังมีพยานโจทก์อีก 3 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่รปภ.โรงแรม และพนักงานของแสงตะวันคาเฟ่ยืนยันว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. วันที่ 29 ม.ค.2548 จำเลยติดต่อหาหญิงบริการเพื่อร่วมหลับนอนในวันที่จะเข้าพักโรงแรมพลอยพาเลซ ซึ่งพยานแนะนำน.ส.นางให้แต่จำเลยไม่พอใจ จึงติดต่อน.ส.วารุณี ผู้ตายให้จำเลย ทั้งสองตกลงราคาค่าบริการและแลกเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกัน

ขณะที่ตำรวจผู้ตรวจเปรียบเทียบลายมือชื่อของจำเลยในสมุดลงทะเบียนกับลายมือชื่อที่จำเลยลงไว้ในคำให้การ พบว่าเป็นลายมือชื่อของบุคคลเดียวกัน เช่นเดียวกับผลตรวจเส้นขน และเส้นผมในที่เกิดเหตุ ยืนยันว่าบางส่วนเป็นของจำเลยและบางส่วนเป็นของผู้ตาย จึงเชื่อได้ว่าในวันเวลาเกิดเหตุจำเลยอยู่ในห้องพักตามฟ้อง

ส่วนที่จำเลยอ้างว่า เจ้านายจองห้องพัก 607 ให้เข้าพัก โดยขณะอยู่ที่โรงแรมได้ออกไปทำธุระกับเพื่อน แต่จากพยานหลักฐานโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อเข้าพักที่ห้อง 607 และหากเข้าพักจริงก็ต้องได้รับกุญแจห้องจากพนักงานต้อนรับ ขณะที่ในทางนำสืบจำเลยก็ไม่ได้นำเจ้านายและเพื่อนที่กล่าวอ้างถึงมาเบิกความยืนยัน มีจำเลยเพียงคนเดียวเบิกความลอยๆ ไม่มีพยานปากอื่น

ส่วนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยฆ่าชิงทรัพย์ผู้ตายนั้น จากทางนำสืบฟังได้จากคำรับสารภาพจำเลยชั้นจับกุมว่า หลังเกิดเหตุโกรธเคืองผู้ตายที่ด่าทอที่ไม่ยอมจ่ายค่าตัวเพิ่มตามเรียกร้อง จำเลยเข้าประชิดด้านหลังผู้ตายแล้วบีบคอ จับกดหน้าลงอ่างอาบ น้ำนาน 5 นาทีจนผู้ตายมีอาการกระตุกหมดแรง จากนั้นถอดเสื้อชั้นในผู้ตายมัดมือสองข้างลักษณะไพล่หลังปล่อยให้นอนคว่ำหน้าในอ่างน้ำ แล้วลักเอาทรัพย์สินไป ซึ่งหากจำเลยเจตนาฆ่าชิงทรัพย์จริงย่อมจะนำทรัพย์สินผู้ตายไปทั้งหมด แต่ปรากฏ ว่านอกจากทรัพย์สินที่จำเลยเอาไปแล้วยังเหลือแหวน และนาฬิกาข้อมือของผู้ตาย

ขณะที่แพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพให้ความเห็นว่า ผู้ตายเสียชีวิตมาประมาณ 6-8 ช.ม. ซึ่งแพทย์เข้าตรวจสภาพศพเวลา 11.00 น. เวลาเสียชีวิตของผู้ตายน่าจะอยู่เวลา 03.00 น. ซึ่งเป็นเวลากลางคืน ดังนั้น จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามฟ้องโจทก์บรรยายความผิดนี้ไว้แล้ว พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบจึงสอดคล้องกับคำให้การของจำเลยซึ่งให้การหลังเกิดเหตุไม่นาน เชื่อว่าไม่มีเวลาบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้คำให้ การดังกล่าวน่าเชื่อถือ

พิพากษาจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นและลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 228 และ 335 (1) วรรค 1 อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ประหารชีวิต ฐานฆ่าผู้อื่น และจำคุก 3 ปี ฐานลักทรัพย์ฯ คำสารภาพในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษ ให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิต และชดใช้ราคาค่าทรัพย์สินแก่ญาติผู้ตาย 50,000 บาท ส่วนคำขออื่นให้ยก

ว่าที่ ร.ต.จุมพฏ หมวดชนะ ทนายความจำเลย กล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์อย่างแน่นอน นายสมคิดยังมีความผิดลักษณะเดียวกันอีกหลายคดี โดยมีคดีที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญา รวม 5 คดี ซึ่งคดีนี้เป็นคดีแรกที่ศาลมีคำพิพากษา

สำหรับนายสมคิด นอกจากก่อคดีฆ่าชิงทรัพย์ น.ส.วารุณีแล้ว ยังมีประวัติก่อลักษณะเดียวกันอีก 4 ศพหลายท้องที่ ซึ่งผู้ตายรายที่สอง เกิดเหตุเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2548 นายสมคิดลวงน.ส.ผ่องพันธ์ ทรัพย์ชัย อายุ 34 ปี หมอนวดแผนโบราณไปร่วมหลับนอนในห้องพักหมายเลข 406 โรงแรมเวียงนคร จ.ลำปาง ก่อนลงมือฆ่าชิงทรัพย์ รายที่สามวันที่ 11 มิ.ย.2548 ลวงนางพัชรี อมตนิรันดร์ อายุ 38 ปี หมอนวดแผนโบราณ ไปร่วมหลับนอน แล้วใช้สายไฟรัดคอเสียชีวิตในโรงแรมซีซ่าร์โฮเต็ล จ.ตรัง แล้วชิงทรัพย์สิน

รายที่สี่ วันที่ 18 มิ.ย.2548 ฆาตกรรมน.ส.พรตะวัน ปังคะบุตร อายุ 37 ปี หมอนวดแผนโบราณในห้องพักหมายเลข 171 โรงแรมเจริญศรีแกรนด์ จ.อุดรธานี และรายที่ห้า วันที่ 20 มิ.ย. 2548 ก่อเหตุฆ่านางสมปอง พิมพ์พรภิรมย์ อายุ 36 ปี หมอนวดแผนโบราณในห้องพักปิยะแมนชั่น จ.บุรีรัมย์ ตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายสมคิดได้เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2548 ขณะหลบหนีไปกบดานที่บ้านนางประภาพร เพียรชัยภูมิ อายุ 36 ปี แม่ม่ายลูก 4 ภรรยาใหม่ของนายสมคิด ที่ จ.ชัยภูมิ โดยคดีฆาตกรรม 4 คดี ดังกล่าวนั้น อัยการยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา

 

เรื่องล่าสุดของหมวด อาชญากรรม

ดูหมวด อาชญากรรม ทั้งหมด