หนุ่มสวมชุดกู้ภัยขโมยรองเท้า 126 คู่ สารภาพเอาไปสำเร็จความใคร่ วางใต้หมอน

หนุ่มสวมชุดกู้ภัยขโมยรองเท้า 126 คู่ สารภาพเอาไปสำเร็จความใคร่ วางใต้หมอน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มสวมชุดกู้ภัยตระเวนขโมยรองเท้า เอาไปสำเร็จความใคร่ วางใต้หมอน พบประวัติตอนเด็กเคยถูกทำร้ายด้วยรองเท้า 

(24 พ.ค.63) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.วันชัย ชูจิตร ผกก.สภ.บางศรีเมือง พ.ต.ท.ธรรศกร ก้อนทอง รองผกก.สส.สภ.บางศรีเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางศรีเมือง ร่วมกันจับกุมตัว นายธีระภัทร อายุ 24 ปี พร้อมของกลางรองแตะจำนวน 126 คู่ รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีน้ำเงิน ชุดยูนิฟอร์มกู้ชีพ 1669 ชุดกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง และวิทยุสื่อสาร โดยตั้งข้อกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป มีวิทยุสื่อสารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน    

สื่บเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความจาก นายสมพงษ์ อายุ 46 ปี และนางโสภิตประภา อายุ 49 ปี สองสามีภรรยา ว่ามีคนร้ายสวมชุดกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เข้าไปลักรองเท้าแตะจำนวน 3 คู่ ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยวัดเฉลิมพระเกียรติ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่แกะรอยคนร้ายและทราบว่าคนร้ายเป็นนายธีระภัทร จนสามารถจับตัวได้ที่ ซอยวัดอุทยาน ต.บางขุนกอง อ.เมือง จ.นนทบุรี    

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้เมื่อเวลา 00.20 น. เป็นชายสวมชุดกู้ภัย สวมหน้ากากอนามัย ขับรถจยย.มาจอดบริเวณห้องเช่า จากนั้นได้ลงจากรถจยย.เดินเข้าไปภายในห้องเช่า เดินสำรวจตามหน้าก้องพักและเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของห้องเช่า   

จากการสอบถาม นางโสภิตประภา อายุ 49 ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนและสามีถอดรองเท้าแตะหูหนีบไว้ที่หน้าห้องพัก เพราะคิดว่าไม่มีราคาอะไร หายไปจึงไปดูกล้องวงจรปิดเห็นคนร้ายเข้ามาลักไปจำนวน 3 คู่ ของตน 1 คู่และของสามี 2 คู่ จึงได้แจ้งความและโพสต์เฟซบุ๊ก

นายธีระภัทร อายุ 24 ปี ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเคยถูกทำร้ายปาด้วยรองเท้า จำฝังใจชอบรองเท้าแตะหูหนีบและรองเท้าเด็กนักเรียน จึงลักมาสำเร็จความใคร่ โดยออกตะเวนลักขโมยตั้งแต่อายุ 13 ปี จนตอนนี้อายุ 24 ปี ลักรองเท้ามาได้จะนำไปเก็บไว้ที่ใต้หมอน ทางบ้านเคยพาไปรักษาแล้วและเคยถูกจับมาก่อนหน้า ส่วนเรื่องชุดกู้ชีพกู้ภัยตนซื้อมาใส่และออกไปอยู่ตามจุดโดยไม่มีสังกัด เพื่อช่วยทำงานจิตอาสาเนื่องจากชอบ   

เบื้องต้นจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาเคยถูกจับดำเนินคดีที่ สภ.บางกรวย เมื่อวันที่ 8 ต.ค.62 และมีคดีอีกหลายพื้นที่ใน จ.นนทบุรี ทางญาติผู้ต้องหายืนยันว่าผู้ต้องหาป่วยทางจิตมีประวัติรักษาตัวที่ รพ.ศรีธัญญา และที่มาก่อเหตุซ้ำเนื่องจากไม่ยอมกินยา ซึ่งหลังจากนี้จะนำตัวตรวจรักษาและปรึกษาหน่วยงานรัฐเพื่อขอความช่วยเหลือ