เปิดตัวพยานคดี "แม่ปุ๊ก" พบพิรุธเพียบ ด้านพ่อไม่เชื่อลูกวางยาหลาน

เปิดตัวพยานคดี "แม่ปุ๊ก" พบพิรุธเพียบ ด้านพ่อไม่เชื่อลูกวางยาหลาน
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

แม่เบญ กลุ่มแม่และเด็ก หนึ่งในพยาน เผยจุดเริ่มต้นคดีแม่ปุ๊ก หลังได้รับข้อมูลสงสัยวางยาลูกๆ น้องอมยิ้ม-น้องอิ่มบุญ ให้ป่วย หลอกขอเงินบริจาค

ความคืบหน้าคดี แม่ปุ๊ก คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นแม่ของน้องอมยิ้ม เด็กหญิง อายุ 4  ขวบ และ น้องอิ่มบุญ เด็กชายอายุ 3 ขวบ ที่เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ถูกจับคดีฉ้อโกง และทำร้ายร่างกายเด็กจนได้รับอันตรายสาหัส ปัจจุบันถูกฝากขังที่เรือนจำคลองเปรม และคัดค้านการประกันตัว โดยมีเพจคลิปวงจรตั้งข้อสังเกตว่า แม่ปุ๊ก อาจวางยา น้องอมยิ้ม จนกระทั่งเสียชีวิต เพื่อฮุบเงินบริจาค 20 ล้านบาท

ล่าสุด (23 พ.ค.) รายการเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ช่อง 3 ได้สัมภาษณ์ แม่เบญ กลุ่มแม่และเด็ก หนึ่งในพยานคดีแม่ปุ๊ก ซึ่งเป็นคนแรกที่ได้รับข้อมูลสงสัยถึงเหตุดังกล่าว จึงได้ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊ก เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ช่วยเหลือน้องอมยิ้มที่ป่วยหนักไม่ทราบสาเหตุ ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลฯ โดยแม่ปุ๊ก โพสต์เฟซบุ๊กว่า น้องอมยิ้มเป็นโรคประหลาด  1 ในล้านจะพบ ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมาก จึงเปิดขอรับเงินบริจาค ตนเห็นแล้วรู้สึกสงสาร จึงโอนเงินช่วยเหลือหลายครั้ง กลุ่มแม่ๆ หลายคนก็ให้ความช่วยเหลือเหมือนกัน

นอกจากนี้ แม่ปุ๊ก ก็ขายของเพื่อหาเงินด้วย ตนก็อุดหนุนตลอดแต่ก็ไม่ได้ของ อีกหลายคนก็ไม่ได้ของเช่นกัน  แต่ไม่ได้ทวงถามอะไร เพราะคิดว่าอยากจะช่วยเหลือน้องอมยิ้ม ตนติดตามอาการน้องอมยิ้มตลอด จนกระทั่งน้องเสียชีวิต ตนก็ไปงานศพ แต่ที่แปลกใจคือรูปหน้าศพของน้องไม่มีวันชาตะ มรณะ ตอนนั้นหลายคนก็สงสัยแต่ไม่มีใครกล้าถาม เพราะว่าเห็นแม่ปุ๊กอยู่ในอาการโศกเศร้า 

ต่อมากลุ่มแม่ ๆ ที่ตนรู้จักมาบอกว่า โดนแม่ปุ๊กโกงขายหน้ากากอนามัยพอมียอดสั่งซื้อ ก็ไม่มีการส่งของให้กับลูกค้า ทำให้เสียหายหลักแสน และยังมีอีกหลายคนถูกโกงเหมือนกัน หลายคนบอกว่าแม่ปุ๊กเหมือนมิจฉาชีพ ประกอบกับไม่กี่เดือนต่อมา น้องอิ่มบุญ ลูกคนเล็กป่วยเป็นโรคเดียวกับหนูอมยิ้มอีก

ตนก็เลยสงสัยว่าตอนแรกแม่ปุ๊กบอกว่า น้องอมยิ้ม เป็นโรค 1 ในล้านที่จะพบ ทำไมน้องอิ่มบุญถึงได้ป่วยอีก ห่างกันในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน และอาการของทั้งคู่คล้ายกัน ต่อมาตนได้รับข้อมูลมาว่าตัวน้องอิ่มบุญ มีสารพิษอยู่ในร่างกาย ตนคิดว่าแม่ปุ๊กมีพฤติกรรมที่เอาสารเสพติด หยอดให้ลูกกินเพื่อเปิดรับเงินบริจาคหรือไม่ ตนจึงโพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก่อนที่แม่ปุ๊ก จะไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนข้อหาหมิ่นประมาท  

ทั้งนี้ ก่อนที่จะทำการจับกุมแม่ปุ๊กได้โต้ตอบเผยกับสื่อว่าเรื่องทั้งหมดไม่เป็นความจริง ซึ่งน้องอิ่มอุ้มได้เข้าโรงพยาบาลตั้งแต่ ช่วงเดือนมกราคม 2563 ด้วยอาการอาเจียนเป็นเลือดเป็นระยะๆ จึงได้ย้ายโรงพยาบาล ซึ่งหมอก็ได้เผยว่าน้องอาจจะกินสารบางอย่างเข้าไปโดยไม่ทราบว่าสารอะไร ที่ทำให้เกิดการระคายเคืองทางเดินอาหาร ซึ่งขณะที่น้องรักษานั้นตนก็ได้อัปเดตอาการป่วยของน้องตลอดเวลาเพื่อความบริสุทธิ์ใจ 

ส่วนประเด็นในการเข้าเยี่ยมน้องนั้นมันเป็นเรื่องของหมอ และประกอบว่าในช่วงนั้นเป็นการแพร่ระบาดโควิด-19 หมอจึงงดเข้าเยี่ยมทุกกรณี ซึ่งตนก็เข้าเยี่ยมไม่ได้เช่นกัน ได้คุยผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น ซึ่งก็ได้ทางคุณหมอประสานงานให้ ซึ่งอาการของน้องอิ่มบุญก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้ไม่ต้องอยู่ห้องไอจียูแล้ว ล่าสุด ทางด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้รับน้องอิ่มบุญไปดูแล  

ทั้งนี้ แม่ปุ๊กยังเผยอีกว่าน้องอมยิ้มก็อยู่ในการดูแลของหมอตลอดซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะไปวางยา และยอมรับว่าได้รับเด็กมาเลี้ยงซึ่งขณะนั้นอายุได้เพียง 4 วัน ซึ่งก็เสมือนเป็นลูกแท้ๆ ของตนไม่จำเป็นที่ต้องบอกว่ารับมาเลี้ยง  

ด้าน พ่อของแม่ปุ๊ก เผยว่า เพิ่งจะทราบความจริงว่าน้องอมยิ้ม อายุ 4 ขวบ ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของลูกสาว ตนได้ทราบเรื่องจากโรงพยาบาลว่าน้องมีสารเคมีไม่มีกลิ่นไม่มีสี ไม่มีรสอยู่ในร่างกาย ซึ่งตนก็ยังตกใจ และลูกสาวยังเคยมาปรึกษาตนว่าจะหาเงินที่ไหนมารักษา หรือโพสต์ขอความช่วยเหลือเพื่อให้คนร่วมช่วยเหลือในการเปิดรับบริจาค ส่วนตัวก็รับไม่ได้ และลูกสาวของตนก็ไม่ได้เป็นคนบ้าที่จะวางยาลูกตัวเอง พร้อมย้ำอย่ากล่าวหา