ลุงหัวร้อนใช้แก้วตบเจ้าหน้าที่เทศบาลหัวแตก ฉุนถูกเตือนไม่สวมหน้ากาก
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1631/8159546/covid.jpgลุงหัวร้อนใช้แก้วตบเจ้าหน้าที่เทศบาลหัวแตก ฉุนถูกเตือนไม่สวมหน้ากาก

ลุงหัวร้อนใช้แก้วตบเจ้าหน้าที่เทศบาลหัวแตก ฉุนถูกเตือนไม่สวมหน้ากาก

แชร์เรื่องนี้
google ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 พ.ค.) ที่ จ.สุพรรณบุรี นายสาโรช อายุ 41 ปี ผู้ช่วยเจ้าพนักงานงานป้องกันเทศบาลเขาพระ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เดิมบางนางบวช ให้ดำเนินคดีกับ นายเฉลย อายุ 59 ปี ทำร้ายร่างกายใช้แก้วกาแฟเซรามิคตบศีรษะ ได้รับบาดเจ็บเลือดท่วม เย็บ 2 เข็ม ขณะปฏิบัติหน้าที่

จากการสอบถาม นายสาโรช กล่าวว่า ตนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานคณะกรรมการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของเทศบาลเขาพระ ที่ผ่านมาตนได้ร่วมกับคณะกรรมการประกอบด้วยนายอำเภอเดิมบางนางบวช นายแพทย์สาธารณสุขอำเภอ ทหาร ตำรวจ ออกตรวจความเรียบร้อยของบรรดาพ่อค้า แม่ค้า ตามตลาดนัดและตลาดสดรวมทั้งตลาดดาวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตักเตือนบรรดาพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่ออกมาจับจ่ายซื้อของให้สวมใส่หน้ากากผ้าหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าส่วนมากต่างก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีเพียงบางคนที่ยังดื้อไม่ค่อยเชื่อฟังจึงต้องคอยเตือนอยู่บ่อยครั้ง

กระทั่งช่วงเช้าตนได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เนื่องจากช่วงนี้การ์ดเริ่มตกจึงต้องเข้ม ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องทุกท่านที่ทำมาหากินที่ตลาดท่าช้างและตลาดดาว กระทั่งมาถึงหน้าร้านขายกาแฟพบ นายเฉลย อายุ 59 ปี อาชีพขายลอตเตอรี่ ที่ถูกตนว่ากล่าวตักเตือนไปเมื่อวันก่อน นั่งดื่มกาแฟอยู่ในร้าน เมื่อเห็นตนเดินผ่านนายเฉลยได้ชี้มือมาที่ตน ตนจึงเดินเข้าไปหา แต่กลับถูกนายเฉลยได้พูดกล่าวหาว่าตนบ้าอำนาจจะแจ้งตำรวจจับ

ตนจึงพยายามเดินเข้าไปใกล้เพื่ออธิบายเหตุผลของการว่ากล่าวตักเตือนให้ฟังว่าเพราะอะไร แต่นายเฉลยได้ลุกเดินออกมาที่บนถนนถือแก้วกาแฟร้อนอยู่เต็มแก้ว เมื่อตนเดินเข้าไปใกล้เพื่อจะชี้แจงกลับถูกนายเฉลยใช้มือค้ำคอไม่ยอมฟังเสียง จังหวะนั้นได้เงื้อมือที่ถือแก้วกาแฟร้อนๆ ตบเข้าที่ศีรษะด้านท้ายทอยจนตนหัวคะมำได้รับบาดเจ็บทรุดลงกับพื้น ท่ามกลางความตกใจของพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์

ซึ่งที่ผ่านมาตนพยายามเตือนให้ใส่หน้ากากก็เพราะป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากคนส่วนใหญ่แต่นายเฉลยกลับฝ่าฝืนโดยอ้างว่าลืมบ้างอะไรต่างๆนานา ตนจึงแจ้งความให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทางด้าน นายเฉลย คู่กรณี ที่เข้าปากคำกับพนักงานสอบสวนโดยไม่ได้สวมใส่หน้ากากอนามัย ให้การว่าอ้างว่า ตนโมโหที่ถูกนายสาโรชเข้ามาต่อว่าเรื่องตนไม่ใส่หน้ากาก และพูดจาข่มขู่ว่าจะแจ้งตำรวจจับติดคุก ตนขอถามว่าแค่ตนไม่ใส่หน้ากากอนามัยแค่นี้ตนผิดร้ายแรงถึงขั้นติดคุกเลยหรือ คนเรามันลืมกันได้บอกกันดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องขู่กันด้วย ส่วนที่ตนใช้แก้วกาแฟตบนั้นตนยอมรับ เมื่อถามว่าทำไมไม่ใส่หน้ากากอนามัยนายเฉลยตอบว่าลืม

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้ง 3 ข้อกล่าวหาต่อนายเฉลย 1.ทำร้ายร่างกาย 2.ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ 3.ฝ่าฝืนคำสั่งคณะการการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดสุพรรณบุรี

ด้าน นายวัฒนา ยั่งยืน ปลัดจังหวัดสุพรรณบุรี และ นายธนนท์ พรรพีภาส นายอำเภอเดิมบางนางบวช หลังเกิดเหตุได้มอบกระเช้าให้กำลังใจนายสาโรช ผู้บาดเจ็บ

โดย นายวัฒนา กล่าวว่า ขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19 การ์ดอย่าตก สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ความจริงเป็นการตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เพื่อที่จะให้ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งของทั้งของรัฐบาลและคำสั่งของจังหวัด เพราะฉะนั้นเจ้าพนักงานเทศบาลเขาพระก็ต้องกวดขันในการที่จะช่วยดูแล

เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเราไม่อยากให้เกิดการปะทะกับคนเหล่านี้ เรามีชุดเคลื่อนที่เร็วที่จะเข้าไปจัดการ และเหตุการณ์ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ก็ระมัดระวังตัวไม่ได้ดำเนินการอะไรที่รุนแรง อาจจะมีข้อข้องใจที่อาจจะถูกดำเนินการมาก่อนก็เลยเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา

ที่ผ่านมาทุกคนก็เดือดร้อนกันอยู่แล้วเราเจอครั้งแรกเราก็จะตักเตือนแต่เมื่อตักเตือนแล้วไม่เชื่อฟังก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งตามประกาศของจังหวัดก็มีอยู่แล้วว่าใครที่ออกจากบ้านไม่สวมใส่หน้ากากอนามัยก็ถือว่ามีความผิด

โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าคนไหน เช่น ตลาดนัดถ้าไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่มีเจลล้างมือ ไม่ปฏิบัติตาม เราก็ต้องปิดตลาด เราเปิดโอกาสให้ทำแล้วทุกคนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ด้วย ไม่เช่นนั้นเราก็จะควบคุมโรคนี้ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับเรื่องนี้เราก็ให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน และขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือกันปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และของจังหวัดอย่างเข้มงวดไม่เช่นนั้นสังคมก็จะอยู่ลำบาก