ผู้นำท้องถิ่นแฉ 1 ในแก๊ง 5 ครู เคยมีเรื่องอื้อฉาวแต่จ่าย 4 แสน ปิดข่าว

ผู้นำท้องถิ่นแฉ 1 ในแก๊ง 5 ครู เคยมีเรื่องอื้อฉาวแต่จ่าย 4 แสน ปิดข่าว

ผู้นำท้องถิ่นแฉ 1 ในแก๊ง 5 ครู เคยมีเรื่องอื้อฉาวแต่จ่าย 4 แสน ปิดข่าว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้นำท้องถิ่นบ้านดงมอน แฉ 1 ในแก๊ง 5 ครู เคยมีเรื่องอื้อฉาวเมื่อปี 2557 แต่ไม่เป็นคดีความเพราะจ่าย 4 แสน ล่าสุด เกิดเรื่องข่มขืน 2 นักเรียนหญิง ยังมาขอให้ไปช่วยไกล่เกลี่ยให้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีคดี 5 ครู พร้อมศิษย์เก่าอีก 2 คน รวม 7 คน ข่มขืน 2 นักเรียนหญิง ม.2 อายุ 14 ปีและ ม.4 อายุ 16 ปี ล่าสุด นักเรียนหญิง ม.2 เข้าอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.มุกดาหาร แล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 พ.ค. พร้อมกับแม่และยาย ซึ่งนักเรียนหญิง ม.4 เข้ามาอยู่ในความดูแลแล้วก่อนหน้านี้

จากนี้จะเข้าสู่กระบวนการ ฟื้นฟู เยียวยา เตรียมเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล โดยนักเรียนหญิง ม.2 จิตใจเข้มแข็งดี ส่วนนักเรียนหญิง ม.4 เครียดเพราะข่าว และทั้งสองคนยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยาน 

ขณะที่ ชุมชนหลังเกิดเหตุ อยากให้ปรับปรุงสภาพแวดล้อมโรงเรียน โดย ผู้นำท้องถิ่นบ้านดงมอน ตำบลดงมอน อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร เล่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2557 ที่ 1 ในแก๊ง 5 ครู ว่าเคยมีเรื่องชู้สาวกับหลานสาวของตน แต่ตกลงกันได้ ครูยอมจ่ายเงิน 4 แสนบาทเป็นค่าทำขวัญ จากนั้นครูรายนี้และหลานสาวก็เลิกรากันไป แต่ไม่ได้เป็นคดีความ เนื่องจากหลานยอมครูเพราะความรัก

ส่วนคดี 5 ครู ข่มขืน 2 นักเรียนหญิง ผู้นำท้องถิ่นบ้านดงมอนรายนี้ เล่าว่า ช่วงแรกเคยได้รับการประสานจาก 1 ใน 5 ครู ให้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย แต่ไม่สำเร็จ 

ด้าน ผอ.โรงเรียนดังกล่าว ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ แต่รับสายโทรศัพท์นักข่าวและพูดคุยด้วยดี และบอกว่า 1 ใน 5 ครูผู้ต้องหา เคยมีเรื่องชู้สาวกับนักเรียน ม.ปลาย แต่เคลียร์ได้ด้วยเงิน 4 แสนบาท  และมีนักเรียนถูกลวนลามในลักษณะครูเอามือลูบแขนนักเรียน

ขณะที่ นายพูนศักดิ์ พระรัตภูมี ศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า ตามกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ ก.ค.ศ. การสอบสวนวินัยร้ายแรง กำหนดจะต้องแล้วเสร็จภายใน 180 วัน แล้วขยายเพิ่มได้อีก 60 วัน รวมแล้วไม่เกิน 240 วัน

แต่คดี 5 ครูข่มขืน 2 นักเรียนหญิงเป็นคดีสะเทือนใจ ศึกษาธิการจังหวัดมุกดาหารจึงจะพยายามให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ตามกฎหมาย ของ ก.ค.ศ หนึ่งในคณะกรรมการฯ ต้องจบนิติศาสตร์ หรือ ผ่านการอบรมการดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงของ ก.ค.ศ. เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปอย่างถูกต้องเที่ยงธรรม

นายพูนศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับขั้นตอนการสอบสวนขณะนี้อยู่ในช่วงวางแนวทางการสอบสวน, การกำหนดประเด็น, เพื่อเตรียมลงพื้นที่เก็บข้อมูล และเมื่อได้บทสรุป จะต้องส่งเอกสารพยานต่างๆ ให้ 5 ครูผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้หาหลักฐานมาชี้แจงหรือโต้แย้ง

โทษสูงสุดของการผิดวินัยร้ายแรงคือการไล่ออก การสอบสวนวินัยร้ายแรงจะเทียบเคียงกับทางตำรวจหรือหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ด้านผู้อำนวยการโรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 22 ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่า ผอ. ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ไม่เกิน 1 เดือนรู้ผล

ทั้งนี้ นายจักราวุธ สอนโกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 22 ได้ลงพื้นที่โรงเรียนที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ในความดูแล ตรวจความพร้อมการจัดการเรียนการสอน ตรวจสอบบ้านพักครู กล่าวขอโทษสังคม พร้อมแสดงความเสียใจ โดยระบุว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook