สุดารัตน์ จวกหนัก! ประชาชนแบกหนี้ 1.9 ล้านล้าน แต่เอาไปช่วยใคร พ้อไม่เห็นวิสัยทัศน์รัฐบาล

สุดารัตน์ จวกหนัก! ประชาชนแบกหนี้ 1.9 ล้านล้าน แต่เอาไปช่วยใคร พ้อไม่เห็นวิสัยทัศน์รัฐบาล

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ผ่านเพจ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan วันนี้ (15 พ.ค.) ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นวิสัยทัศน์ในการใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลอ้างว่านำมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แม้แต่แผนการใช้เงินก็ยังไม่เห็น 

ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยรายนี้ อธิบายว่า เงินกู้ก้อนดังกล่าว ถือเป็นเงินกู้ก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย และคนไทยทุกคนต้องแบกรับหนี้ก้อนหนี้ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลใช้เงินก้อนนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเหลือเจ้าของเงินก้อนนี้ก่อนซึ่งก็คือ ประชาชน ด้วยความรวดเร็วและโปร่งใส และช่วยให้ธุรกิจของคนตัวเล็ก (SMEs/เอสเอ็มอี) เดินต่อไปได้ ไม่ใช่แค่ช่วยกลุ่มทุนใหญ่

เยียวยาประชาชนช้า-เงินประกันสังคมหาย

อย่างไรก็ตาม คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุต่อไปว่า ที่ผ่านมา กลับไม่เห็นการช่วยเหลือประชาชนที่ดีพอออกมาจากรัฐบาลเลย เหตุใดจึงล่าช้า ขณะที่สำนักงานประกันสังคมก็จ่ายเงินช่วยเหลือประชาชนล่าช้ามาก หรือเงินก้อนเหล่านี้หายไปอย่างมีเงื่อนงำกันแน่

"เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาทที่รัฐบาลนี้กู้ ก็เป็นหนี้ของประชาชน ทำไมการจ่ายเงินคนจน จึงยากลำบากล่าช้ามาร่วม 3 เดือนแล้ว มีหัวใจให้คนจนบ้างเถอะค่ะนอกจากนั้นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นเงินออมของเขาเองก็จ่ายยากเย็น ล่าช้าซึ่งกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุนที่ สส.จิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นประธานกรรมาธิการ กำลังตรวจสอบว่า มีการเอาเงินออมของประชาชนไปใช้ไม่ถูกทางหรือไม่ จึงไม่มีเงินจ่ายให้ผู้ประกันตน" คุณหญิงสุดารัตน์ โพสต์

ประชาชนช่วยอยู่บ้านแล้ว รัฐบาลช่วยอะไรบ้าง?

คุณหญิงสุดารัตน์ ระบุต่อไปว่า นอกจากระบบสาธารณสุขไทยที่แข็งแกร่งมานาน ที่คณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จะทุ่มเทและมีความสามารถแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ การหยุดอยูบ้านของประชาชนจำนวนมาก

ขณะเดียวกัน ตนยังไม่เห็นว่ารัฐบาลจะช่วยอะไรได้ เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีแผนการการใช้เงินกู้ออกมา ว่าจะนำไปลงทุนด้านใดบ้าง และถ้าหากผู้นำยังมองปัญหาไม่ออก ตนก็รู้สึกหมดหวัง

ถึงอย่างนั้น คุณหญิงสุดารัตน์ แนะนำว่า เงินกู้ก้อนนี้ นอกจากช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังควรนำไปเพิ่มศักยภาพโครงสร้างด้านสาธารณสุขของไทยให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก และให้พร้อมรับมือกับโรคระบาดใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

"ดิฉันเห็นความจำเป็นที่เราควรใช้เงินกู้จำนวนนี้ ไปใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพ 'โครงสร้างด้านสาธารณสุข' ของไทยเพื่อประโยชน์ทั้งในเชิงรับและรุก เป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นการเตรียมความพร้อม หากมีการกลับมาระบาดใหม่ ของ COVID-19 หรือในอนาคตอาจมีการระบาดของโรคอุบัติใหม่ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 20 ปีหลังนี้ เราจะได้มีความพร้อมในการดูแลสุขภาพของประชาชน" คุณหญิงสุดารัตน์ โพสต์