ทหารกะเหรี่ยงรวมหัวนักโทษไทยแหกคุกหนี

ทหารกะเหรี่ยงรวมหัวนักโทษไทยแหกคุกหนี
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

เกิดเหตุทหารกะเหรี่ยง พร้อมด้วยผู้ต้องหาชาวไทย แหกเรือนจำกาญจนบุรี ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามบริเวณแนวชายแดนไทย-พม่าแล้ว

ทหารกะเหรี่ยงร่วมกับผู้ต้องหาชาวไทยแหกเรือนจำ จ.กาญจนบุรี ในวันนี้ ร.ต.ท.สุคนธ์ รัสเอี่ยม พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจาก นายประทีป กันภัยเพื่อน ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.กาญจนบุรี ว่ามีผู้ต้องหา 2 คนหลบหนีออกจากเรือนจำจ.กาญจนบุรี สำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนีเป็นชาวไทยชื่อ นายเฉลิม พวงทอง ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตายในปี 2551 ในเขตพื้นที่สถานีตำรวจภูธรท่าเรือ จ.กาญจนบุรี และ นายซอ วิน อ่อง นายทหารกะเหรี่ยงพุทธ DKBA ซึ่งถูกจับกุมในข้อหามียาบ้า 5 พันเม็ดไว้ครอบครอง ทางด้าน พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี ได้สั่งให้สถานีตำรวจภูธรที่ติดชายแดนไทย-พม่าตั้งจุดตรวจจุดสกัดตลอด 24 ช.ม. เพื่อทำการจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีแหกเรือนจำ

ด้าน นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์จำนวน 2 ราย ได้หลบหนีออกจากเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ว่า ได้ประสานขอให้กำลังตำรวจในพื้นที่ จังหวัดกาญจนบุรี สกัดทุกเส้นทางที่นักโทษจะใช้หลบหนีออกนอกประเทศ ในส่วนของเรือนจำได้สั่งการให้ผู้บัญชาการเรือนจำตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่วันที่รับตัวนักโทษรายดังกล่าวเข้ามาในเรือนจำ รวมถึงรายงานการปฏิบัติหน้าที่ในเรือนว่ามีความเข้มงวดรัดกุมหรือไม่ ในเวลากลางวันนักโทษใช้ชีวิตเป็นอยู่อย่างไร และในเวลากลางคืนหลังปิดเรือนนอนมีการตรวจนับยอดผู้ต้องขังหรือไม่ นอกจากนี้ยังสั่งตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ผู้คุมและผู้บริหารเรือนจำที่บกพร่องละเลยต่อหน้าที่ด้วย ส่วนกล้องวงจรปิดที่เสียนั้น ได้รับรายงานว่าเสียมานาน 1 เดือน แต่ยังไม่มีการซ่อมบำรุง ดังนั้นจะต้องตรวจสอบลึกว่าการชำรุดเสียหายครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการแหกคุกหลบหนีของผู้ต้องขังรายนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม

นายนัทธี กล่าวยอมรับว่า เรือนจำระดับจังหวัด เป็นเรือนจำขนาดเล็กจึงไม่มีระบบควบคุมตัวที่แน่นหนามั่นคง รวมทั้งไม่มีระบบควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติจะไม่ใช้คุมขังนักโทษรายสำคัญ