ฮ่องกง เตรียมคลายมาตรการสกัดโควิด-19 เปิดโรงเรียน-โรงหนัง-ยิม

ฮ่องกง เตรียมคลายมาตรการสกัดโควิด-19 เปิดโรงเรียน-โรงหนัง-ยิม
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

แคร์รี หล่ำ ผู้บริหารสูงสุดของเกาะฮ่องกงระบุว่า ข้อกำหนดปัจจุบันที่ห้ามรวมตัวในที่สาธารณะเกิน 4 คน จะถูกเพิ่มไปเป็น 8 คน มีผลตั้งแต่วันศุกร์นี้ ส่วนสถานที่ต่างๆ เช่น ยิม โรงภาพยนตร์ เกมเซ็นเตอร์ โรงเล่นไพ่นกกระจอก ร้านนวดและร้านเสริมสวยจะเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 8 พ.ค. นี้ ช่นกัน แต่ว่ายังจำเป็นต้องดำเนินมาตรการป้องกันเช่นการตรวจวัดอุณหภูมิ ส่วนโรงภาพยนตร์ก็ต้องไม่จุคนจนเต็มโรง ขณะที่ธุรกิจบาร์ต่างๆ สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้หากเปิดรับลูกค้าเพียงครึ่งเดียวของจำนวนลูกค้าที่บาร์รองรับได้ ไม่จัดการแสดงดนตรี ปิดฟลอร์เต้นรำ และจัดที่นั่งแต่ละโต๊ะไม่ให้เกิน 4 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม ไนท์คลับ ซาวน่า ห้องจัดเลี้ยงสังสรรค์และคาราโอเกะจะยังคงปิดทำการไปอีก 2 สัปดาห์ ส่วนธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มจะได้รับอนุญาตเพิ่มจำนวนลูกค้าต่อโต๊ะสูงสุดจาก 4 คน เป็น 8 คน แต่ข้อห้ามต่างๆ เช่น การสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะโต๊ะให้ห่างจากกันอย่างน้อย 1.5 เมตร จะยังคงมีอยู่  

ขณะเดียวกัน โรงเรียนในฮ่องกงก็จะกลับมาเปิดการเรียนการสอน โดยเริ่มจากนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่จะได้กลับไปเรียนในวันที่ 27 พ.ค. ส่วนนักเรียนชั้นอื่นๆ ที่เด็กกว่าจะกลับไปเรียนเดือนมิ.ย. แต่โรงเรียนอนุบาลจะไม่กลับมาเปิดการเรียนการสอนอีกในปีนี้ โดยโรงเรียนในฮ่องกงถูกสั่งปิดตั้งแต่เดือนม.ค. ที่ผ่านมาเนื่องจากการระบาดของโรค ซึ่งเมื่อกลับมาเปิดโรงเรียนอีกครั้งนักเรียนก็ยังต้องรักษาระยะห่างจากเด็กคนอื่นประมาณ 1 เมตร และจะเรียนแค่ครึ่งวัน ขณะที่ข้าราชการในฮ่องกงก็ได้กลับไปทำงานในสำนักงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่วนพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดจะค่อยๆ ทยอยเปิดทำการภายหลังในสัปดาห์นี้

การตัดสินใจนี้มีขึ้นในขณะที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในฮ่องกงวันนี้ ถือเป็นครั้งที่ 10 ในรอบ 16 วัน ที่ไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ และในช่วงเวลาดังกล่าวก็ไม่พบการติดเชื้อในท้องถิ่น ซึ่งจนถึงตอนนี้ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อสะสม 1,040 ราย และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย ส่วนผู้ป่วยที่รักษาหายออกจากโรงพยาบาลแล้วอยู่ที่ประมาณ 900 ราย 

ทั้งนี้ รัฐบาลฮ่องกงยังประกาศว่าจะจัดส่งหน้ากากอนามัยแบบใช้ซ้ำได้ถึง 60 ครั้ง ซึ่งถูกพัฒนาในท้องถิ่นให้กับประชาชนเป็นเวลา 1 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 6 พ.ค.