ถอดรูปยักษ์ "เก่ง ธชย" สร้างตัวตนผ่านคำสบประมาท บ้า เพี้ยน ท้อจนแทบออกจากวงการ

ถอดรูปยักษ์ "เก่ง ธชย" สร้างตัวตนผ่านคำสบประมาท บ้า เพี้ยน ท้อจนแทบออกจากวงการ

เป็นศิลปินหนุ่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใครและหาใครที่เหมือนยาก สำหรับหนุ่ม เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ หรือ เก่ง เดอะวอยซ์ ด้วยความความสามารถทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากลที่โดดเด่นทำให้เก่งสร้างผลงานผสมผสานความเป็นไทยและสากลออกมาแบบที่เรียกว่าเป็นลายเซ็นเฉพาะตัว ภายใต้ลุค "ยักษ์" คาแร็กเตอร์ที่เจ้าตัวหลงไหล มีฐานแฟนคลับที่รักในผลงานและรักในความสามารถของเขามากขึ้นทุกวัน นอกจากนี้ยังพาความเป็นไทยไปโชว์บนเวทีนานาชาติสร้างชื่อเสียงให้ประเทศมานับครั้งไม่ถ้วน

และล่าสุดเจ้าตัวได้ใช้ประสบการณ์ในการโลดแล่นอยู่บนเส้นทางดนตรีที่สะสมมานาน สร้างค่ายเพลง "ไวท์ไลน์" (White Line) สร้างสรรค์ผลงานและศิลปินรุ่นใหม่ที่มีรากแห่งความเป็นไทยผสมสผานกับความสากล ออกมาให้แฟนๆ ได้ติดตาม ในโปรเจ็กต์แรก "ลงกาพาราไดซ์" มีศิลปินทั้ง  ทศเกิร์ล, K.P.Angel, เลดี้สีดา และ รามกาย ที่ปล่อยผลงานออกมาเอาใจวัยรุ่นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี 

sanook.com จึงขอคว้าตัวหนุ่มมากความสามารถคนนี้มาพูดคุยกันถึง การทำงานในโปรเจ็กต์ ลงกาพาราไดซ์ และเจาะลึกถอดรูปยักษ์สัมผัสตัวตนที่ซ่อนอยู่ของหนุ่มคนนี้ว่าเป็นยังไงบ้าง

การทำงานตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?

“ช่วงนี้งานเยอะขึ้นครับ เพราะเราต้องมาทำงานออนไลน์มากขึ้น จากปกติเก่งจะทำงานออฟไลน์ 90% และออนไลน์ 10% แต่ในช่วงสถานการณ์นี้เราต้องปรับตัว กลับกันเป็นงานออนไลน์เป็นหลักเลย ก็ต้องเรียนรู้และทำงานตรงนี้หนักขึ้นเพราะความออนไลน์นั่นหมายถึงเรียลไทม์  ตอนนี้เลยยุ่งมาแต่สนุกดีครับ”

“สภาวะที่เกิดขึ้นช่วงนี้ตอนแรกเก่งช็อกเหมือนกัน เพราะผมเดินทางไปทำงานทุกวันๆ แล้วเราต้องหยุดอยู่กับบ้านเราก็เคว้งๆ แต่ท้ายที่สุดเราต้องมีสติ เพราะถ้ามีสติเราจะหาทางรอดเจอ”

เห็นว่ากระแสตอบรับ "ลงกาพาราไดซ์"  ดีขึ้นเรื่อยๆ ?

“ใช่ครับ ดีขึ้นทั้งตัวเก่งเองและเด็กๆ  ในค่าย ตอนนี้เรายังทะยอยปล่อยผลงานตลอด ด้วยสถานการณ์เราเสียใจได้ นอยด์ได้ แต่งานยังต้องเดินด้วย ก็เพิ่งปล่อยเอ็มวีของ “เลดี้สีดา” ออกมา ตามด้วยภาพนิ่ง “รามกาย” เพราะก่อนหน้านี้จะเห็นแต่ลูกสาว ทั้ง ทศเกิร์ล , K.P.Angel , เลดี้สีดา คนเลยถามว่ามีลูกชายไหม เราเลยปล่อยภาพนิ่งกับคลิปโปรโมท รามกายไป เชื่อไหมไม่ถึงอาทิตย์ยอดฟอลโลว์ของรามกายขึ้นมา  3 หมื่น กระแสตอบรับดีมากครับ"

ตามปกติตอนที่เราปล่อยงานออกไปช่วงแรกๆ กว่าจะมียอดฟอลโลว์ขึ้นก็นานเหมือนกัน แต่ก็แปลกใจที่ยอดมาขึ้นช่วงนี้ อาจจะเพราะเรามารุกทางออนไลน์เพิ่ม และกลุ่มวัยรุ่นอาจจะเห็นงานเรามากขึ้น รวมทั้งคาแร็กเตอร์ที่เราวางให้ศิลปินของเราด้วย อย่างไอดอลผู้ชาย คนอื่นเขาอาจจะทำให้ออกมาดู หล่อ ใส น่ารัก แต่ขึ้นชื่อว่า เก่ง ธชย เราทำไอดอลชาย รามกาย เป็นแบบเด็กช่าง มีความเป็นแบดกาย แต่หน้าหล่อ ก็คือมีความขัดแย้งกันหน่อยซึ่งอย่างที่บอกกระแสตอบรับดีเกินคาดมาก”

เราปั้น "White Line" มานานแค่ไหนแล้ว?

“นานครับมากกว่า 3 ปี แต่เพิ่งจะมาแรงช่วงนี้ เพราะเราทะยอยปล่อยออกไปเรื่อยๆ พอเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นทีมลงกาพาราไดซ์ แล้วคนก็สนใจมากขึ้น ฟีดแบ็กกลับมาคนดูก็บอกว่าเอ็นจอยกับงานที่เราปล่อยไป และมียอดวิวยอดติดตามในช่องทางต่างๆ สูงขึ้นมาก อย่างทศเกิร์ล ตอนนี้จากยอด 3 แสน ไต่ขึ้นมาถึง 8 แสนแล้ว”

“เราก็พยายามทำงานกันในสิ่งที่เราทำได้ไม่ให้คนรู้สึกว่าเราหายไป บางคนบอกว่าอย่าเพิ่งปล่อยงานตอนนี้เลย แต่เรารู้สึกว่าตอนนี้คนเครียดเราก็อยากให้เขาคลายเครียดจากงานของเรา แต่ทำงานหนักขึ้นไหม หนักขึ้นอยู่แล้ว แต่สนุกครับ”

หลังจากนี้ในโปรเจ็กต์ลงกาพาราไดซ์จะมีอะไรมาเซอร์ไพรส์แฟนๆ ?

“ลำดับต่อไป คือ ปล่อยเพลงของรามกายครับ และหลังจากนั้นคือ ปิดท้ายด้วย เก่ง ธชย (หัวเราะ) ตัวพ่อต้องมาสุดท้ายครับ”

เก่ง และ ศิลปินค่ายไวท์ไลน์

กว่าจะมาเป็น เก่ง ธชย อย่างทุกวันนี้มันไม่ง่าย เกือบทิ้งวงการไปแล้ว?

“ใช่ครับ มันไม่ง่ายเลย เก่งเป็นศิลปินที่อยู่ในยุคของความเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่าง ผมอยู่ในยุค เดอะวอยซ์ ซีซั่นแรกที่ถนนโล่งเพราะคนรอดู รอโหวตรายการประกวดสดๆ แล้วก็เปลี่ยนผ่านมาถึงยุคออนไลน์ที่คนไม่ดูทีวีกันแล้ว มาถึงยุคพลังโซเชียล มีการบูลลี่ มันก็มีช่วงที่ผมท้อ ผมถอดใจ กับบางอย่างที่เราทำไปแล้วบางคนไม่เข้าใจ”

“อย่างเรื่องตอนที่เอ็มวีเพลงที่ ทศกัณฐ์ไปหยอดขนมครกในตลาด ตอนนั้นก็มีกระแสมาเยอะจนทำให้รู้สึกท้อมากเลย เพราะก็มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ ก็ยอมรับว่าท้อมาก เพราะคำวิจารณ์หลายๆ อย่าง และเก่งว่าบางคนไม่ใช่เขาไม่เข้าใจในเจตนาของเรานะ เขาเข้าใจแต่เขาแกล้งพูดมันก็มี แต่เราก็ผ่านมันมาได้ครับ อยู่ที่วิธีคิดวิธีการปรับตัว ตอนนี้เก่งค่อนข้างปล่อยวางแล้วถ้าเรามองที่เป้าหมายเราก็จะไม่เครียด เก่งได้มีโอกาสเข้าไปทำงานกับศิลปินหลายๆ ท่าน ทำให้เก่งได้เรียนรู้ว่าเราอาจจะต้องมองข้ามบางอย่างเพื่อเป้าหมายที่สำคัญกว่าครับ

รู้สึกยังไงที่คนมองว่าเพลงของเก่งมันฟังยาก?

“เก่งเข้าใจเขา เก่งรู้ว่ามันยาก เก่งรู้ในงานที่เราทำออกไปว่ามันยากสำหรับบางคน  ไม่ได้บอกว่ามันฟังไม่ยากนะ แต่เก่งมองว่างานบางอย่างมันควรจะทำยากเพื่อให้ชาวต่างชาติรู้ว่าเรามีความสามารถ มันก็มีบางงานที่เก่งทำให้คนฟังง่าย แต่ท้ายที่สุดเก่งมองว่าคำว่ายากมันผ่านกระบวนการมามาก ชิ้นงานความเป็นวัฒนธรรมไทยมันมีสกิล ต้องอาศัยทักษะ มีรากมากพอที่จะไปสู้นานาประเทศได้ ดังนั้นเมื่อเก่งเลือกแล้วว่าเก่งจะทำงานที่มันยาก เพราะฉะนั้นเก่งเข้าใจและเก่งจะไม่ไปเปลี่ยนความคิดเขานะว่างานเราง่าย เพราะงานเรายากจริงๆ (หัวเราะ) เพราะถ้าง่ายป่านนี้คนคงเล่นดนตรีไทยกันไปหมดแล้ว"

เลือกความยากมากกว่าความนิยม?

"ใช่ เพราะเก่งศรัทธาในงานที่เรากลับมาดูแล้วเราภูมิใจ คนบางคนถูกเลือกให้ทำงานแมส แต่ เก่ง ธชย ถูกเลือกให้ทำงานเพื่อต่อยอดบางอย่าง มันไม่ได้มีคนอย่างผมเยอะที่เกิดมาเพื่อทำงานบางอย่าง วิธีการทำงานของผมมันประหลาดอยู่แล้ว ผมรู้สึกว่าผมถูกจัดสรรมาเพื่อทำงานตรงนี้ ระหว่างทางมันยากนะ แต่มันไม่ยากเกินความสามารถมนุษย์หรอก"

 โดนบูลลี่มาก็หนัก?

"ก็ถ้าหนักสุดๆ ก็เรื่องความไม่เข้าใจเกี่ยวกับงานทางวัฒนธรรมที่เราทำนั่นแหละครับ บางคนเขาไม่ได้รู้จริงแต่เขาคิดไปเองว่าเราเป็นโน่นเป็นนี่ที่มันไม่ใช่เรื่องจริงแล้วมาด่าเรา แล้วเราไม่รู้ว่าจะอธิบายให้ฟังยังไง มันเลยทำให้เราเครียด โดนด่าเช่น "ไอ้บ้า" ไอ้นั่นไอ้นี่ สำหรับเรามันก็มีผลต่อจิตใจ แต่พอเราโตขึ้นเราก็รู้ว่าเราเลือกจะอยู่ในที่ที่เรามีความสุขได้ คนที่ไม่เข้าใจเราจะแคร์ทำไมล่ะ"

เก่ง ธชยขอย้อนถามหน่อย อะไรที่จุดประกายให้เรารักในดนตรีไทยขนาดนี้?

"มันจุดประกายเพราะเราเรียนดนตรีไทย มันเริ่มจากเราเลือกเรียนวิชาผิด คือ จะเรียนวิชาที่แม่เรียน เข้าใจว่าแม่จบดนตรีไทย แต่เปล่า แม่จบดนตรีสากล (หัวเราะ) เก่งเลยเป็นเด็กที่เล่นทั้งดนตรีไทยและสากล เห็นข้อดีของทั้งสองอย่าง ผมไม่ใช่คนที่ไทยจ๋าแบบออกจากบ้านต้องใส่ชุดไทย แต่ผมภาคภูมิใจในความเป็นไทยและก็ไม่ได้เพิกเฉยหรือปิดรับความสากล ผมเปิดรับวัฒนธรรมต่างชาตินะ ฟังเพลงอัพเดทเพลงต่างชาติตลอด ดังนั้นผมจึงเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างผิดหลักจากสิ่งที่เคยๆ มีมา"

ผ่านคำสบประมาทมาเยอะ? 

"ก็มีทั้งบอกว่าเพลงฟังยากไป แปลกไป แล้วก็บอกว่า "-ึงมันบ้า" อะไรแบบนี้ ช่วงแรกๆ ที่เป็นเก่ง ธชย เลย คนจะด่าว่า "-ึงบ้า" "-ึงเพี้ยน" แต่ผมก็ยอมรับ (หัวเราะ) ก็ผมเพี้ยน ใช่ ผมบ้า มันถึงทำให้เราเป็นเรามาจนวันนี้ไง ผมก็อยากให้มองว่า ทำไมเราทุกคนต้องเหมือนกันหมดล่ะ มันมีเหตุผลอะไรเหรอที่เราต้องเหมือนคนอื่น ในเมื่อความเพี้ยนของเรามันไม่ได้ผิดกฎหมาย มิหนำซ้ำยังสร้างชื่อเสียงให้ประเทศได้ ถ้าผมเพี้ยนแล้วมันได้ดีมันก็โอเคป่ะ"

ทำไมต้อง "ยักษ์" ?

"ผมชอบครับ ผมมองว่ายักษ์มันถูกมมองแทนความเป็น Monster ก็ คือสัตว์ประหลาด คาแร็กเตอร์ยักษ์จะเป็นคาแร็กเตอร์ที่ถูกบูลลี่อยู่แล้วในตัว  ไม่ว่าจะไปอยู่ในเรื่องไหนก็เป็นตัวร้าย ทั้งที่ยังไม่ได้แสดงเจตจำนงค์เลย ก็เลยมองว่ายักษ์เนี่ยค่อนข้างจะเหมือนเรา เพราะเก่งพูดเลยนะถ้าคนไม่รู้ว่าเก่งเป็นคนเล่นดนตรีไทย ร้องเพลง ขับเสพา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ เวลาผมไปเดินตามที่ทั่วไปคนต้องมองว่าบ้า มองว่าประหลาดอยู่แล้ว"

แล้วถ้าถอดรูปยักษ์ออก เก่งเป็นผู้ชายสไตล์ไหน?

"เป็นคนบ้างานมากเลย ถ้าสนุกก็สนุกเลย ถ้าจริงจังก็เครียดเลย และผมเป็นคนชัดเจน ขาวเป็นขาว ดำเป็นดำ ผมจะไม่มีอารมณ์สีเทา ถ้าไม่ชอบก็ไม่ชอบเลย ตอนเด็กๆ ถ้าไม่ชอบใครก็จะเล่นให้จม แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป คือ ถ้าเราไม่ชอบอะไร เราจะไม่เอาตัวเองไปยุ่ง จะหนีออกมาเลย มีความชัดเจนและไม่ชอบระรานใครแล้ว (หัวเราะ) เราเป็นคนที่ชิ้นงานแปลก ไลฟ์สไตล์ความเป็นมนุษย์ของเก่งก็แปลก ทุกนาทีเป็นงานไปหมด ชอบทำงานเพราะการทำงานมันทำให้เราพัฒนา ชอบประกวด"

"แล้วก็เป็นคนชอบมูเตลู ใครบอกตรงไหนศักดิ์สิทธิ์ก็ไปไหว้ บางมุมถ้าไม่เชื่อก็ไม่เชื่อเลย เหมือนมีสองขั้วในตัวเอง เก่งเชื่อเรื่องพญานาค บูชาท้าวเวสสุวรรณ บูชาพระพิฆเนศ และเก่งมองว่าทุกอย่างที่เราทำตอนนี้เป็นสิ่งที่เบื้องบนจัดสรรมาแล้ว และสิ่งที่เก่งบูชาและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดคือ พ่อกับแม่ครับ"

เก่ง ธชย

ยักษ์ก็มีหัวใจ มีความรักบ้างหรือเปล่า?

"มีนะ แต่จะเป็นรักแบบไหนเท่านั้นเอง (หัวเราะ)"

เก่ง มีแฟนไหม?

"ไม่มีครับ โสดมาก เพราะอย่างที่บอกผมทำงานตลอด แค่ทำงานก็หมดเวลาแล้ว 100% ของชีวิต คือ งาน เอาจริงๆ เคยมีแฟนแต่ไปไม่รอดเพราะทำงานนี่แหละ ผมว่าการมีความรักมันก็ดีในแง่ที่เรามีแรงบันดาลใจที่จะทำเพลงเพราะเพลงของผมส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก เก่งเป็นคนให้ความสำคัญกับความรักในงาน 100% ความรักในครอบครัว 100% แต่เก่งไม่ค่อยศรัทธาในความรักแบบรายบุคคล เหมือนเป็นตัวเลือกรองๆ ของชีวิตไปเลย มีคนให้แนวความคิดผมว่า การเป็นศิลปินมันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ถ้าคุณก้าวเท้าเข้ามาแล้วคุณต้องยอมแลกระหว่างถ้าคุณได้ความรักจากคนหมู่มากคุณจะไม่ได้รับความรักจากคนคนเดียว แต่ถ้าคุณได้รับความรักจากคนคนเดียว คุณจะไม่ได้รับความรักจากคนหมู่มาก"

"ถ้าวันนี้คุณได้รับความรักจากคนหมู่มากแล้ว แต่คุณยอมเอาความรักจากคนหมู่มากนี้ไปแลกกับความรักจากคนคนเดียวแสดงว่าคนคนนั้นต้องโคตรพิเศษเลย ซึ่งเก่งก็ยังไม่เจอคนนั้น แล้วเก่งก็ไม่กล้าแลกความรักของคนหมู่มากกับความรักจากคนคนๆ เดียว ถามว่าเรื่องนี้มันจริงไหมผมไม่รู้นะสำหรับคนหมู่มากแต่สำหรับผมผมเชื่อแบบนั้น ผมว่ามันเกิดจากความที่เราให้ความสำคัญตรงไหนมากกว่า แต่สำหรับเก่งความรักแบบนั้นไม่ใช่ความสำคัญอันดับแรกเท่านั้นเอง"

มีพูดคุยกับใครบ้างไหม?

"ก็มีบ้าง แต่ไม่ได้พัฒนาอะไร เพราะเหมือนเก่งเป็นคนชอบความเจ็บปวด (หัวเราะ) เหมือนชอบทักๆ ไป รู้ว่าต้องโดนด่า ก็ทักไปอะไรแบบนั้น (หัวเราะ) เพราะความเจ็บปวดมันเหมือนแรงผลักให้เราทำอะไรบางอย่างให้ตัวเอง"

ให้เก่งฝากถึงแฟนๆ หน่อย?

“เก่งฝากโปรเจ็กต์ "ลงกาพาราไดซ์" ด้วยครับ ในชิ้นงานต่างๆ ถึงแม้จะเป็นงานที่มาจากกลุ่มเยาวชน แต่เป็นกลุ่มเยาวชนที่เก่งมองแล้วว่าเขาสามารถเป็นผู้รับไม้ต่อทางวัฒนธรรมได้ งานที่ออกมาแม้จะดูเป็นแฟนตาซี สนุกสนาน แต่แกนที่เราตั้งใจ คือ การส่งเสริมวัฒนธรรมไทยและต่อยอดไปในทิศทางต่างๆ และต้องบอกว่าไม่ได้เป็นงานวัฒนธรรมที่ดูยาก ก็สนุกสนานในทางของมัน เชื่อว่าถ้าเยาวชนได้ดูก็น่าจะเอ็นจอย ยังไงก็ต้องฝากไว้ด้วย รวมถึงผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านช่วงนี้ไปให้ได้ ขอให้เข้มแข็ง เราทุกคนเป็นกำลังให้กันและกันได้ เราต้องไม่หยุด เราจะผ่านมันไป ผมเป็นกำลังใจให้เราจะสู้ไปด้วยกันครับ”

ได้พูดคุยกับหนุ่มมากความสามารถคนนี้ทำให้เห็นเลยว่า เก่ง ธชย เข้าวงการพร้อมความสามารถ ความแน่วแน่และความตั้งใจเกินร้อยที่จะอนุรักษ์ ส่งไม้ต่อวัฒนธรรมความเป็นไทยให้กับเด็กรุ่นใหม่ เห็นแบบนี้แล้วฝากเหล่าวัยรุ่นช่วยกันลองเข้ามาสนุกร่วมกันกับโปรเจ็กต์ลงกาพาราไดซ์ เชื่อว่าจะต้องชอบอย่างแน่นอน