สยามแอ็ทสยามแตกไลน์ธุรกิจ รับบริหาร 2 โรงแรมย่านสุขุมวิท เกาะลันตา เจาะระดับไม่เกิน100ห้อง มุ่งสร้าง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060

สยามแอ็ทสยามแตกไลน์ธุรกิจ รับบริหาร 2 โรงแรมย่านสุขุมวิท เกาะลันตา เจาะระดับไม่เกิน100ห้อง มุ่งสร้าง

แชร์เรื่องนี้
พรพินิจ พรประภารุกขยายแบรนด์สยามแอ็ท สยาม แตกไลน์ธุรกิจรับบริหารโรงแรม ชิมราง 2 โรงแรมทำเลสุขุมวิท และเกาะลันตา วางเป้าหมายเจาะโรงแรมระดับไม่เกิน 100 ห้องที่มีคาแรกเตอร์ ยันไม่หวังปริมาณ แต่มุ่งสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ เกื้อกูลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งช่วยอุ้มบุคลากรช่วงท่องเที่ยวชะลอตัว

นายกล้า กิจการ กรรมการผู้จัดการบริษัท สยาม แอ็ท สยาม จำกัด ผู้บริหารโรงแรมสยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจว่า ในขณะนี้ สยาม แอ็ท สยาม ได้เพิ่มไลน์ธุรกิจใหม่ โดยการรับบริหารธุรกิจโรงแรมขนาดไม่เกิน 100 ห้อง เนื่องจากนายพรพินิจ พรประภา ประธานบริษัทและเจ้าของโรงแรมสยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา เล็งเห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาบุคลากร และมองเห็นถึงการใช้ประโยชน์จากโนว์ฮาว(ทักษะ/ประสบการณ์)ในธุรกิจโรงแรมที่มีอยู่ เพื่อเข้าไปช่วยรับบริหารให้กับโรงแรมต่างๆด้วยแนวทางการเป็นพันธมิตรร่วมกัน

ทั้งนี้รูปแบบการบริหารและพัฒนาธุรกิจ จะมุ่งไปที่การให้บริการโรงแรมและรีสอร์ตขนาดกลางและเล็ก(ไม่เกิน 100 ห้อง)และมีเจ้าของเป็นผู้ดำเนินการธุรกิจด้วยตัวเอง ซึ่งจะเสนอบริการใน 2 รูปแบบ คือ 1.การเข้าไปรับบริหารโรงแรมใหม่ และ 2. การเข้าไปให้บริการโนว์ฮาวด้านโรงแรมในส่วนที่ลูกค้าต้องการ เช่น การเข้าไปช่วยเหลือในช่วงการเปิดโรงแรม ,การให้บริการ ,การจัดระบบงบประมาณ, การจัดซื้อของใช้ในโรงแรม เป็นต้น

ล่าสุด สยาม แอ็ท สยาม ได้รับบริหารโรงแรม 2 แห่ง ได้แก่ โรงแรม ไอ-สไตล์ เทรนด์ โฮเทล ขนาด 90 ห้อง บริเวณสุขุมวิท 22 กรุงเทพฯ คาดว่าจะเปิดให้บริการในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งเจ้าของโรงแรมแห่งนี้ลงทุนไปมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท และโรงแรมคราวน์ ลันตา รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะลันตา จ.กระบี่ ขนาด 83 ห้อง ซึ่งโรงแรมที่สยาม แอ็ท สยาม จะรับบริหารนั้น จะต้องเป็นโรงแรมที่มีคาแรกเตอร์มีเอกลักษณ์และเน้นคุณภาพ ไม่ได้มุ่งปริมาณการรับบริหารโรงแรมแต่อย่างใด

อย่างโรงแรมไอ-สไตล์ ถือเป็นบูติก โฮเต็ล ที่มีความสะดวกสบาย มีห้องพักเก๋ไก๋ ส่วนโรงแรมคราวน์ ลันตา รีสอร์ท แอนด์ สปา เกาะลันตา เป็นโรงแรมที่สวยงาม ตั้งอยู่บนหน้าผา วิวทะเลสวยงาม มีห้องพักที่โดดเด่นทั้งพูลวิลล่า และห้องพักแบบเดินลงสระว่ายน้ำได้เลย ซึ่งเดิมโรงแรมแห่งนี้ใช้ชื่อว่า ลันตาคลิฟ เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา แต่ยังขาดในแง่การตลาด สยาม แอ็ท สยาม จึงได้เข้าไปรับบริหารให้และปรับเปลี่ยนตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นรี

สอร์ตในระดับไฮเอนด์

นายกล้า กล่าวว่าการรับบริหารโรงแรมของสยาม แอ็ท สยาม จุดหลักคือการสร้างพันธมิตรทางการค้า ให้กับโรงแรมสยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา คู่ขนานไปกับโรงแรมที่เข้าไปรับบริหาร เพื่อเพิ่มพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ในกรณีหากลูกค้าที่โรงแรม สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสยามเต็ม ก็สามารถส่งลูกค้าไปพักในบริเวณใกล้เคียง อย่างโรงแรม ไอ-สไตล์ เทรนด์ โฮเทล สุขุมวิทได้ หรือ กรุงเทพฯเป็นฮับอยู่แล้ว และต้องการเดินทางไปในเมืองท่องเที่ยวชายทะเล ก็สามารถส่งลูกค้าไปพักที่คราวน์ ลันตา รีสอร์ท แอนด์ สปาได้ ซึ่งเป็นการกระจายลูกค้า ที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์

นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยเหลือแรงงานในภาคการท่องเที่ยว ที่กำลังประสบปัญหาในช่วงการท่องเที่ยวชะลอตัว เพราะโรงแรมไม่ต้องปลดพนักงาน หรือการออกมาตรการที่ทำให้พนักงานไม่ได้รับเงินเดือน แต่จากการรับบริหารโรงแรม ทำให้ สยาม แอ็ท สยาม สามารถส่งพนักงานของโรงแรมไปทำงานในโรงแรมที่รับบริหารให้ อาทิ อย่างโรงแรมไอ-สไตล์ ที่เปิดใหม่ ก็นำพนักงานกว่า 30 คนของสยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา ไปช่วยทำงานในช่วงเริ่มต้นได้

ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ประกอบการ ก็จะสร้างจุดแข็งด้านการตลาด ช่วยในเรื่องการลดต้นทุน เช่นการจัดซื้อร่วมกันที่จะได้ราคาถูก และค่าใช้จ่ายที่สยาม แอ็ท สยาม เรียกเก็บในการเข้าไปรับบริหารโรงแรม ก็ถือว่ายุติธรรมและสมเหตุสมผล ไม่ได้คิดค่าบริหารแพง หากเทียบกับการรับบริหารของเชนจากต่างประเทศ โดยสยาม แอ็ท สยาม จะมีสัญญาการรับบริหารอยู่ที่ 3 ปี และต่อได้ คิดค่าบริหาร จากการกำหนดราคาต่อจำนวนห้องพัก การเดินทางไปทำตลาดในต่างประเทศหากมีโรงแรมอื่นไปด้วยก็ร่วมกันออกค่าใช้จ่าย เป็นต้น

นายกล้า ยังกล่าวอีกว่า บริษัทคาดว่าการขยายธุรกิจรับบริหารโรงแรม น่าจะทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกราว 3-4% จากรายได้ในปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 231 ล้านบาท ส่วนภาพรวมของโรงแรมสยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล แอนด์ สปา แม้สัดส่วนรายได้จากห้องพักจะลดลง จากการชะลอตัวของนักท่องเที่ยว แต่โรงแรมมีรายได้จากการให้บริการอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นกว่า 35%

เนื่องจากในปีที่ผ่านมาได้ขยายการลงทุนห้องอาหารต่างๆ เช่นสกายไดนิ่ง บน ชั้นที่ 25 ของโรงแรม ที่มี 3 เอาต์เล็ต อย่างห้องอาหารยุโรปสไตล์เฟรนช์ เมดิเตอร์เรเนียน ,เดอะ รูฟ แชมเปญ แอนด์ไวน์ บาร์ และห้องอาหารโอเพนแอร์ ในรูปแบบของสโตน กริลล์ ซึ่งได้รับความนิยมมาก และในเร็วๆนี้ก็จะเปิดไวน์เลานจ์ ชั้นลอยห้องอาหาร ปาร์ตี้ เฮ้าส์ วัน