2 ปืนแฉแหลกปมขัดแย้งสมาคมฯ เหตุเพราะกฏข้อ 8

2 ปืนแฉแหลกปมขัดแย้งสมาคมฯ เหตุเพราะกฏข้อ 8

"เจ้าเอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม และ "บิ๊กโอ" โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ สองนักแม่นปืน แฉแหลกเหตุขัดแย้งสมาคมยิงปืน เพราะกฎข้อที่ 8 ที่ออกมาใหม่ พร้อมขอคืนสิทธิ์การเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ มั่นใจกระบวนการยุติธรรมจะให้ความเป็นธรรมในที่สุด ลั่นอยากแข่งซีเกมส์เพื่อชาติอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้น 7 โรงพยาบาลสมิติเวช ถ.ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ "เจ้าเอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม และ "บิ๊กโอ" โอภาส เรืองปัญญาวุฒิ สองนักแม่นปืน ได้แถลงข่าวเรื่องปัญหาที่มีต่อ สมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย จนนำไปสู่การฟ้องร้องในศาลปกครองกลางที่จะมีการไต่สวนฉุกเฉินวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ห้องพิจารณาคดีชั้น 2 เวลา 13.30 น. โดยมี พ.ต.ท.วิรัตน์ การดี อดีตนักยิงปืนทีมชาติ และนายบุญกล้า สว่างแสง ผู้ฝึกสอนกีฬายิงปืนจังหวัดจันทบุรี ร่วมด้วย

จักรกฤษณ์ ซึ่งนั่งรถเข็นของโรงพยาบาลมาในสภาพอิดโรย หลังมีอาการปวดศีรษะเนื่องจากความเครียด นำเหรียญรางวัลที่ได้จากการแข่งขันรายการต่างๆ มาแสดง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ทำให้มีการฟ้องร้องกับสมาคมยิงปืน เพราะไม่อยากให้ปัญหาเรื่องการคัดเลือกตัวนักกีฬาทีมชาติเกิดขึ้นอีก หลังจากที่ตนทำคะแนนได้อันดับ 1 ทั้ง 5 รายการในการคัดเลือก แต่ปรากฏว่าสมาคมยิงปืนออกมาปฏิเสธการได้สิทธิ์เป็นทีมชาติของตนและทำผิดจรรยาบรรณต่อการเป็นผู้ตัดสินและการคัดนักกีฬาที่ดีที่สุด หลังจากสมาคมยิงปืนประกาศ รายชื่อนักกีฬาชุด ซีเกมส์ ครั้งที่ 25 มีการให้สัมภาษณ์ว่า นักกีฬาที่มาทดแทนมีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าตน แต่จากคะแนนที่ทำได้ ปรากฏว่า คะแนนห่างกันมาก ทั้งนี้ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่งที่มีความสามารถ มีเหรียญรางวัลเป็นสิ่งพิสูจน์ จึงสงสัยว่าเหตุใดสมาคมยิงปืนจึงไม่ยอมรับ

"อีกประเด็นที่ร้องต่อศาลคือ ขอให้สมาคมยิงปืนคืนความชอบธรรมให้ผม สมาคมยิงปืนที่ นำโดย คุณปองพล อดิเรกสาร และผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังที่ไม่ยอมเปิดเผยต่อสื่อ ที่เข้าประชุมไม่เคยขาด มีบทบาทและอำนาจในสมาคม ผมต้องการสิทธิ์ที่ผมสร้างมา 20 ปี นั่นคือการเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ ผมต้องการไปแข่งซีเกมส์เพื่อรับใช้ชาติ และขออิสรภาพให้นักยิงปืนไทยทุกคนด้วยการยกเลิกกฎข้อ 8 ด้วย"

ด้านโอภาส กล่าวเสริมว่า กฎข้อบังคับของสมาคมยิงปืนข้อ 8 ระบุว่า การเป็นทีมชาติต้องเป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น โดยก่อนเกิดกฎข้อนี้ เริ่มมาจากการมีปัญหากัน เมื่อครั้งนักกีฬาออกมาถามหาเบี้ยเลี้ยงเอเชี่ยนเกมส์ที่ค้างจ่าย ทำให้สมาคมไม่พอใจ ต่อมาปี 2550 มีแมทช์แข่งหลายรายการ แต่ผู้บริหารสมาคมแจกกระสุนฝึกซ้อมกับเบี้ยเลี้ยงไม่ตรงกับที่เบิกมาจากการ กีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยเบิก กกท. มานัดละ 12 บาท แต่จ่ายให้นักกีฬานัดละ 4 บาท จ่ายให้แต่กระสุนแข่งขัน ไม่จ่ายกระสุนฝึกซ้อมให้ เมื่อทวงถามจึงเกิดปัญหากันขึ้นจนกระทั่งปิดรับสมัครสมาชิกขึ้น ซึ่งไม่แจ้งสาเหตุที่ปิดรับ

"วันที่ 23 ตุลาคม 2551 มีการออกกฎข้อ 8 ผมอยู่วงการนี้มา 30 ปี ไม่มีกฎข้อนี้ เพิ่งจะมีตอนเกิดปัญหา ต่อมาเดือนเมษายนปีนี้ ผมและจักรกฤษณ์ได้รับความคุ้มครองจากศาลปกครองให้เข้าร่วมคัดเลือกเป็นนัก กีฬาทีมชาติชุดซีเกมส์ได้ แต่สมาคมตีความให้คัดตัวได้ แต่ไม่รวมถึงเป็นทีมชาติ จึงได้ร้องต่อศาลขอให้ยกเลิกกฎข้อ 8 และขอคืนการได้เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์"

พ.ต.ท.วิรัตน์ กล่าวเสริมว่า ก่อนหน้านี้มีนักกีฬาออกมาร่วมกับจักรกฤษณ์ และโอภาส กว่า 30 คน รวมถึงชมรมต่างๆ ทั่วประเทศ แต่หลังจากสมาคมออกกฎข้อ 8 ทำให้นักกีฬากลัวและหนีกันหมด เพราะคณะกรรมการที่ออกกฎข้อ 8 เป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการยิงปืน ตนมองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรม จึงได้ออกมาคัดค้าน เพราะไม่อยากให้เกิดกรณีเช่นนี้อีก ส่วนนายบุญกล้า กล่าวเสริมว่า ตนอยู่วงการยิงปืนมา นาน มีลูกศิษย์เป็นทีมชาติมากมาย เห็นด้วยกับการเรียกร้องของทั้งสอง เพราะมองว่าไม่เป็นธรรม และไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับลูกศิษย์ในอนาคตด้วย

ขณะที่จักรกฤษณ์ ซึ่งได้อันดับ 7 โอลิมปิกเกมส์ 2008 กล่าวปิดท้ายว่า ขอแจ้งถึงหน่วยงานใดที่เคยให้การสนับสนุนสมาคมยิงปืน ตั้งแต่ซีเกมส์ที่เวียดนามจนถึงปัจจุบัน นักกีฬาที่ทำผลงานได้เช่นตน ไม่เคยได้รับเงินรางวัลหรือโบนัสจากสมาคมแม้แต่บาทเดียว ยกเว้นครั้งที่ได้เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ จำนวน 1 หมื่นบาท ก่อนหน้านี้มีความกังวลใจเรื่องผู้มีอำนาจ แต่เมื่อเรื่องถึงศาล ตนเชื่อมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และที่ผ่านมาวงการยิงปืนก็อยู่กันอย่างร่มเย็น จนกระทั่งมีกฎข้อ 8 เกิดขึ้น

"นักกีฬาส่วนใหญ่อายุไม่ถึง 20 ปี ไม่กล้าออกมาเรียกร้อง ส่วนเรื่องปืน 300 กระบอกที่นักกีฬาเอามาใช้ ก็ยังโอนให้ไม่หมด นักกีฬาต้องการสิทธิ์อันพึงมีพึงได้ ถ้า กกท.ให้เบี้ยเลี้ยง กระสุน และอุปกรณ์มาเท่าไหร่ ก็ต้องการเท่านั้น ผมเหนื่อยใจแล้ว ที่ผ่านมาผมถูกหลอก เช่น ซีเกมส์ที่เชียงใหม่ ผมโดนสมาคมหลอกจะช่วยเรื่องเรียน แต่สุดท้ายก็ไม่ช่วย จนโดนไล่ออก และล่าสุดโอลิมปิกเกมส์ 2008 มีผู้บริหารหลอกผม โกหกผมว่า กกท.ให้งบซื้อปืน 8 กระบอก ผมเห็นเอกสารจาก กกท.ในจำนวนนั้น ผมต้องได้ใช้ 2 กระบอก แต่กว่าจะได้ปืนก็ช้าไป ผมต้องซ่อมปืนไปใช้เอง พอไปเบิกก็ไม่มีใครรับผิดชอบ และสุดท้ายสมาคมก็ไม่ได้ซื้อปืนมา ทั้งๆ ที่ได้เงินจาก กกท. มาแล้ว และและต้องคืนเงิน กกท.ไปในที่สุด"

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม