เปิดเบื้องลึก "แอน ทองประสม" รอยน้ำตาใต้ภาพเจ้าหญิง และชีวิตที่ไม่ได้น่าอิจฉาสำหรับใคร

เปิดเบื้องลึก "แอน ทองประสม" รอยน้ำตาใต้ภาพเจ้าหญิง และชีวิตที่ไม่ได้น่าอิจฉาสำหรับใคร

 หากพูดถึงนางเอกคุณภาพ ฝีมือการแสดงระดับเทพ มาพร้อมความสวยระดับเบอร์ต้นและที่กวาดรางวัลมาแล้วแทบทุกเวที จนได้ตำแหน่ง "เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง" ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก นางเอกสาว แอน ทองประสม ที่ฝากผลงานครองใจแฟนละครมาแล้วนับไม่ถ้วน เติบโตในวงการบันเทิงมาหลายสิบปีจากนางเอกสาววัยใส จนตอนนี้ขยับมาเป็นผู้จัดละครแห่งค่าย ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ที่ต้องบอกว่าละครแต่ละเรื่องที่ส่งมาให้แฟนๆ ชมก็โดนใจจนขึ้นแท่นผู้จัดมือทองของช่อง 3 ไปแล้ว

อย่างล่าสุดสาวแอนผู้จัดคนเก่งก็ปล่อยละครฟีลกู้ดอย่างเรื่อง "อกเกือบหักแอบรักคุณสามี" ที่พาสองพระนางสุดฮอต หมาก ปริญ และ มิว นิษฐา มาคู่กันเป็นครั้งแรก โดยออนแอร์คืนแรกก็เป็นที่พูดถึงของแฟนละครและชาวโซเชียลที่พากันส่งเสียงชมมาอย่างล้นหลาม

และในวันนี้ sanook.com ขอพาทุกคนมาพูดคุยกับนางเอกดาวค้างฟ้าและผู้จัดมือทอง แอน ทองประสม ถึงผลงานชิ้นล่าสุดพร้อมกับเจาะลึกทุกเรื่องราวของเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงคนนี้ว่ากว่าจะมีวันนี้ชีวิตเธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง

การทำงานในเรื่อง "อกเกือบหักแอบรักคุณสามี" เป็นยังไงบ้าง?

"สนุกดีค่ะ เรื่องนี้โปรดักชั่นไม่ได้ยากมากเพราะเป็นละครฟีลกู้ด ไม่ได้มีความเฉือดเฉือน หรือ พล็อตที่มีความซับซ้อนอีรุงตุงนังอะไรมากนัก เป็นละครสบายๆ ดูแล้วยิ้มๆ ให้กับความรักของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่แอบหลงรักพี่ชายตัวเอง ก็จะเขินๆ เพลินๆ กันไป"

"ที่แอนหยิบเรื่องนี้มาทำเพราะแอนชอบความรักของ เมย ที่เขามีความจริงจัง มีความบริสุทธิ์ และที่สำคัญไม่รู้ว่ารักไปทำไม เพราะรักไปตัวเองก็ไม่ได้อะไรกลับมา ในขณะเดียวกันเขาเป็นเด็กที่มองโลกสวยงามมากๆ เขาจะยิ้มให้กับทุกเรื่อง ไม่มีมุมมองในแง่ลบเลย และแอนก็หลงรักในความรักของ เมย และ เธียร ก็เลยหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาทำ รู้แหละว่าเรื่องนี้ไม่ได้เฉือดเฉือนจัดจ้านแต่เราแค่อยากทำละครอีกหนึ่งรสชาติให้คนดูลองชมเท่านั้นเอง"

จับ หมาก-มิว มาประกบกันครั้งแรก ทำงานกับพระนางคู่นี้เป็นยังไงบ้าง?

"คู่นี้น่ารักค่ะ อย่างหมาก แอน รู้จักน้องอยู่แล้วรู้ว่าเขามีวิธีการเล่นละครยังไง หมากเขาเป็นนักแสดงที่มีวินัย มีความสามารถรอบตัว มีความเป็นผู้ชายกบฏที่น่าค้นหาอยู่ในตัวเอง"

"ส่วน มิว เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่แอนได้ทำงานกับน้อง มิว เป็นเด็กที่มีความธรรมชาติสูงมาก เราจะคาดเดาไม่ค่อยว่าเดี๋ยวความน่ารักที่มันจะเกิดขึ้นในละครมันจะไปทางไหน เขาจะเป็นคนดีไซน์ของเขาเองโดยที่เราคิดไม่ถึง ซึ่งมิวก็มีความเป็นเมยมากๆ ทำให้สองคนนี้กลายเป็นเคมีที่ลงตัวมากค่ะ"

หมาก-แอน-มิว

เรื่องนี้ออนแอร์พร้อมประเทศจีนด้วย?

"ใช่ค่ะ ออนแอร์คู่กันไปเลย เหมือนเรื่อง "ลิขิตรัก" ที่แอนเคยทำก่อนหน้านี้ก็เป็นการออนแอร์พร้อมกันแบบนี้ ถามว่ากดดันไหมก็ไม่ค่อยกดดันเท่าเรื่องก่อนค่ะ เพราะเราพอรู้ทิศทางบ้างแล้วว่าการออนแอร์พร้อมประเทศจีนจะเป็นยังไง เราต้องเตรียมตัวยังไง สิ่งที่ดี คือ เรามีแฟนต่างชาติเข้ามาติดตามละครเราเยอะขึ้น ทั้ง จีน, อินโดนีเซีย, ฟิลิปินส์, พม่า, ลาว, เกาหลี ทำให้เราได้คอมเมนต์ที่หลากหลายเพื่อให้เราได้ปรับปรุงงานของเราต่อไป"

"เพราะบางทีเราทำละครให้แฟนๆ ชาวไทยดู เราก็จะรู้แนวที่คนไทย รสชาติที่คนบ้านเราชอบ แต่ถ้าเราทำละครแล้วชาวต่างชาติบอกว่าเขาก็ชอบด้วยเราก็ดีใจ มีความสุขที่เขาแฮปปี้กับงานเราค่ะ"

ในช่วงโควิด-19 ทุกอย่างชะลอตัว ภาวะแบบนี้กระทบกับเราบ้างไหม?

"ถ้าในเรื่องของจิตใจมันส่งผลอยู่แล้วค่ะ แต่เผอิญแอนโชคดีที่ละครเรื่องนี้ของแอนเราทำกันเสร็จแล้ว ตัดต่อเสร็จ ส่งถึงช่องและส่งให้จีนแล้วเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้แอนก็ทำการโปรโมทหลังบ้านระหว่างที่ละครออกอากาศ ก็ใช้ช่องทางออนไลน์ในการทำงาน"

"ส่วนเรื่องระหว่างการออนแอร์ถ้าเราเจอเหตุการณ์ในเรื่องของความหดหู่ของจิตใจคนที่เขาอาจจะยังไม่มีอารมณ์มาดูละครในตอนนี้ เหมือนคนที่เขานั่งร้องไห้อยู่แล้วเราไปสะกิดให้เขาลุกมาร่าเริง เขาก็อาจจะบอกว่า อย่าเพิ่งมายุ่งกับฉัน เราเข้าใจและเราก็ต้องยอมรับ  แต่ถ้าคนเขาหดหู่กับสถานการณ์มาพอสมควรแล้ว และรู้สึกว่าอยากได้น้ำหล่อเลี้ยงหัวใจ อยากคลายเครียด แล้วจังหวะละครเรามาสามารถให้เขาได้พอดีแบบนี้ก็จะโชคดีไปค่ะ มันอยู่ที่ช่วงจังหวะว่าสภาพจิตใจของคนดูของเราตอนนั้นเป็นยังไง"

"แต่สิ่งสำคัญตอนนี้เราไม่ได้มองเรื่องการค้า การหากำไร หรือการแข่งขันมาเป็นตัวตั้งค่ะ เราอยากดูแลและรักษาจิตใจคนมากกว่า เราอย่าไปบังคับคนดู ถ้าเขาพร้อมเขาก็หันมาดูเราเองเราเองก็ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่เท่านั้น"

"ยังไงก็ฝากถึงแฟนละครนะคะ ถ้าสบายใจแล้วลองหันมามองนะ เราลองนั่งดูไปด้วยกันเพลินๆ อย่างน้อยก็คลายเครียดไปได้นิดนึงค่ะ"

"แอนว่าช่วงนี้คนบันเทิงก็ลำบากพอๆ กับคนอาชีพอื่นๆ นะคะ ทุกๆ คนก็จะมีความเจ็บช้ำจากสถานการณ์นี้ในรูปแบบของตัวเองกันทุกคน ถ้าพูดถึงคนบันเทิง บางคนกินรายวัน เช่น ช่างแต่งหน้า ช่างไฟ ช่างกล้อง เด็กเสิร์ฟน้ำ หรืออื่นๆ ที่เป็นรายวัน พอละครถ่ายไม่ได้ก็ส่งผลกระทบต่อเขา แม้แต่คนกินรายเดือนก็กระทบเหมือนกันเพราะทุกอย่างต้องหยุด แต่เราก็ต้องดูแลกันประคองกันไป และปัญหาใหญ่ คือ เราไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้จะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน และจะกลับไปทำงานได้เมื่อไหร่"

"แอนไม่รู้จะพูดยังไง แต่แอนเข้าใจทุกๆ อาชีพเลย ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ คือ เราต้องเห็นใจกันค่ะ อย่างแอนเองแอนไม่ใช่สายดราม่าแต่ถามลึกๆ ในใจก็เซ็งเหมือนกัน เพียงแต่เราก็พยายามให้กำลังใจกันและกันในส่วนที่เราทำได้ดีกว่าค่ะ"

ขอถามถึงเส้นทางในวงการบันเทิง ตอนนี้อยู่ในวงการมานานแค่ไหนแล้ว?

" 30 ปี แล้วค่ะ แอนเข้าวงการตั้งแต่อายุ 13 ปี"

30 ปี ที่ผ่านมา เราเห็นอะไรในชีวิตเราบ้าง?

"ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเยอะมากค่ะ แล้วเรามีพลังงานในการใช้ชีวิตมากขึ้นตลอดเวลา อาชีพนี้ คือ โลกของแอนไปแล้ว แอนโชคดีที่หาตัวเองเจอว่าเราชอบอะไรตั้งแต่เด็ก มันเลยไม่ทำให้เราหลงทางเสียเวลากับอย่างอื่น 30 ปี ที่ผ่านมา ภาพรวม คือ อาชีพนักแสดงนี้ให้โอกาสที่ดีกับเรา

แต่ในขณะเดียวกัน ความตั้งใจของเราก็นำพาเรามาถึงจุดนี้ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นเราคงล้มหายตายจากระหว่างทางไปแล้ว ก็ให้เครดิตตัวเองตรงนี้ รวมทั้งให้เครดิตกับคนที่ให้โอกาสเรา แอนถือว่าแอนพอใจนะคะ กับชีวิตที่แอนสะสมของแอนมาจนถึงวันนี้"

"แอนไม่ใช่คนที่น่าอิจฉาสำหรับใครเลย เพราะแอนไม่ได้อยู่เฉยๆ แล้วได้มา แอนใช้ความพยายามอย่างหนัก พยายามโคตรๆ แอนถึงมีวันนี้ แต่ก็ไม่ได้หวือหวานะคะ แอนก็ประคับประคองของแอนมาค่ะ"

แอน ทองประสม30 ปี ผ่านการล้มลุกคลุกคลาน เคยคิดอยากไปทำอย่างอื่นไหม?

"แอนไม่เคยคิดว่าจะไปทำอาชีพอื่นเลยค่ะ เพราะเราชัดเจนว่าเราชอบอาชีพนี้ มีแต่คิดว่าจะ "หยุด" กับ "ทำต่อ" 

 "ตอนที่คิดว่าจะหยุด คือ ตอนที่แอนเข้ามาเป็นผู้จัดเพราะมีช่วงนึงที่อยากหยุดเพราะรู้ตัวเลยว่างานนี้กินแรงเรามาก ทำให้สุขภาพแอนเสียเพราะแอนยังจัดระบบตรงนั้นได้ไม่ดี มีช่วงที่แอนอ้วน และพังมาก ขี้หงุดหงิด รวมทั้งตอนนั้นนิสัยแอนแย่ลงมาก ไม่น่ารักเลย พูดไม่ดีกับคนรอบข้าง"

"การจัดระบบชีวิตเราเป๋ไป ตอนนั้น เราอยากได้แต่ความสำเร็จ อยากให้งานออกมาดี คนชอบ แต่ลืมมองตัวเองว่าระหว่างทางเราฆ่าคนไปกี่คนด้วยวาจาของเรา เราทำร้ายคนด้วยคำพูดที่เชือดเฉือนทั้งที่เราไม่ได้เจตนาแต่มันไปทำร้ายเขา ทำให้เราเสียเพื่อน เสียมิตรภาพระหว่างทางไปก็มี"

"สิ่งที่ออกมาจริงอยู่ว่าคนดูชอบงานของเราเพราะเราใส่ไปเต็มที่แต่มันไม่คุ้มกับสิ่งที่เราเสียไประหว่างทางเลยค่ะ"

"เราเลยรู้สึกว่าเราจัดสมดุลอาชีพนี้ได้ไม่ดี ก็เลยหยุดเพราะไม่อยากมีนิสัยแบบนี้ แต่พอเราหยุดไปสักพักแล้วพบว่ามันไม่ใช่คำตอบ เราควรจะบริหารจัดการทุกอย่างให้ดีมากกว่า ตอนนี้แอนก็พยายามทำอยู่นะคะ"

"ก็ถือว่าทุกอย่างดีขึ้น ถึงจะยังไม่ดีที่สุดเท่าที่เราตั้งเป้าไว้ แต่ดีขึ้นเรื่อยๆ แอนรู้สึกว่า ธรรมชาติจะจัดสรรให้เรารู้เองว่าเราควรจะอยู่ตรงไหน คนในชีวิตที่เรามีมันไม่ต้องมีเยอะแต่มันชัดเจนแค่นี้ก็พอแล้ว"

"แอนภูมิใจที่แอนได้ยืนอยู่ในอาชีพที่แอนหาเจอ ภูมิใจที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ และภูมิใจที่ลากมันมาได้ถึง 30 ปี และภูมิใจที่ทำให้อาชีพตัวเองเติบโต ได้ทำให้คนดูมีความสุขกับงานแอน ที่ภูมิใจกว่านั้น คือ แอนสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้"

เด็กน้อยที่เข้าวงการตั้แต่อายุ 13 ปี วันนั้น เคยคิดไหมว่าจะมาถึงวันนี้?

"ไม่เคยคิดเลย ตอนนั้นแอนคิดและบอกทุกคนว่าความฝันสูงสุดของแอน คือ มีเงินฝาก 1 ล้านบาท แค่นั้นเลย แอนบอกยาย บอกแม่ ว่าถ้ามีนะจะพอแล้ว แต่เอาเข้าจริงไม่หยุดหรอกค่ะ (หัวเราะ) มันเกินจากสิ่งที่แอนคิดมาเยอะมากแล้ว"

"แอนไม่ได้ร่ำรวย แต่แอนทำมามาก แอนเหนื่อยมามาก แอนสะสมของแอนมาจนแอนรู้สึกว่าแอนเลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ในแบบของแอน แอนถึงบอกว่าแอนไม่ใช่คนที่น่าอิจฉาสำหรับใครเลย"

รู้สึกยังไงกับตำแหน่ง "เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง" ?

"แอนรู้สึกเป็นเกียรตินะคะ ตอนนั้นแอนได้รับครั้งแรกเลยเพราะพี่ๆ สมาคมนักข่าวตั้งฉายาให้ แต่ตอนนี้คนเขาก็ยังเรียกแบบนั้นอยู่ก็ยังให้เกียรติเรา เป็นสิ่งที่รู้สึกขอบคุณ แต่ ถ้าวันนึงจะมีคนมาบอกว่าขอตำแหน่งเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงนี้ไปให้คนอื่น ไปให้ แต้ว ไปให้ ญาญ่า  แอนจะบอกว่า แอนยินดีมากๆ ด้วยความเต็มใจ ไม่ได้มีปัญหาเลย ขอแค่คนยังยอมรับในความเป็นมนุษย์ของแอน เชื่อมั่นในผลงานของแอนแอนก็พอใจแล้ว"

"แอนรู้สึกว่าคนให้เกียรติหยิบยื่นความรู้สึกดีๆ ให้กับเราเราก็ขอบคุณ แอนไม่มีทางรู้สึกว่า ไม่มีก็ได้ ไม่อยากได้ ไม่เสียดาย ไม่ใช่แบบนั้น การมีคนมอบสิ่งดีๆ ให้เราเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจให้เรารู้สึกชุ่มชื่นโดยธรรมชาติ"

"แต่แอนไม่ได้ยึดติดเพราะแอนเข้าใจ ในวันที่แอนก้าวเข้ามาแอนไม่มีอะไรเลย การที่เราได้บางสิ่งมา แล้ววันหนึ่งก็ต้องถูกดึงเอาออกไปอยู่แล้วค่ะ"

แอน ทองประสมแล้วการใช้ชวิตแบบเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิง กดดันหรือขัดกับความเป็นตัวเองบ้างไหม?

"ไม่กดดันหรอกค่ะ เพราะธรรมชาตินิสัยแอนไม่ใช่คนที่ซ่า ใช้ชีวิตหักศอกอะไรมากมาย โดยนิสัยตั้งแต่เด็กเป็นคนใช้ชีวิตแบบค่อนข้างระวังตัวอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าบางทีก็มีบ้างที่เวลาเราโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ เราจะรู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องเราสามารถทำได้แล้ว ในขณะที่บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่งดงามเลย ทำไมถึงทำ แต่มันไม่ได้ผิดอะไรเราก็กล้าทำมากขึ้น คนก็จะฟีดแบ็กมาว่าไม่โอเค ไม่ชอบสิ่งนี้ที่เราทำเลย"

"เรื่องเหล่านี้ถ้าเป็นสิ่งที่เขาเตือนมาแล้วเราคิดดูแล้วว่า เออว่ะ ช่วงนี้เราเป็นแบบนี้ เราก็จะกลับมาปรับ มาเกลี่ย เพื่อความสบายใจ"

"แอนรู้สึกว่าแอนอยู่ได้ด้วยความรู้สึกของคนดู จะไม่ให้แอนแคร์เลยเป็นไปไม่ได้ แต่ว่าเราก็ไม่ได้เสียจุดยืนของตัวเราเองว่า เราต้องยอมเสียความเป็นตัวเองทุกอย่างในชีวิตเพื่อให้ทุกคนในโลกพอใจ มันก็ไม่ใช่ค่ะ"

 "เราก็ต้องมีวิธีการจัดการตัวเองกับความคาดหวังที่คนให้เรามา เพราะต้องยอมรับว่าอาชีพเรามันไม่เหมือนอาชีพอื่นจริงๆ มันอยู่ที่ความเชื่อและความศรัทธาที่เราต้องมีและต้องจัดสรรให้ดี อย่างบางคนเขาก็แรงไปเลยซึ่งคนก็รับได้นะคะ แต่พอเป็นแอน ถ้าแอนไปแรงแบบนั้นคนก็อาจจะช็อกเพราะเราไม่ได้เป็นแบบนั้นมา แต่บางอย่างถ้ามันเป็นความสุขของเราและไม่เดือดร้อนใครแอนก็ทำเหมือนกัน" 

เสียน้ำตาให้เส้นทางนี้บ่อยไหม?

 "เยอะแยะ มันไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ ต้องสู้กันหน่อย ก็เสียน้ำตาหลายเรื่อง ทั้งเสียน้ำตาให้คนที่เราเชื่อใจแต่เขาก็หักหลังเรา ผิดหวังกับความไม่ตรงไปตรงมาของคนที่เราอ่านเขาไม่ออก เราก็เสียรู้เขาไป"

"ส่วนใหญ่แอนจะเสียน้ำตาไปกับความผิดหวังที่เกี่ยวกับผู้คนมากกว่า แต่โดยเนื้องานของอาชีพไม่เคยทำให้แอนผิดหวังเลยค่ะ นอกจากผิดหวังกับคน ผิดหวังกับตัวเอง เช่น บางครั้งที่แอนย้อนกลับไปคิดว่าวันนั้นเราไม่น่าถือดีเลย วันนั้นแอนไม่น่ากร่างเลย"

"มันก็มีบ้างในจังหวะที่แอนดังๆ แล้วแอนเรื่องมาก เป็นเรื่องที่ไม่น่ารักเลย แต่มันมาในระยะเวลาที่สั้นๆ เพราะในเนื้อแท้แอนไม่ใช่คนที่แรงมากแบบนั้น แต่จะมีช่วงหลงตัวเองอยู่นิดๆ พอเรารู้ตัวเราก็สะบัดมันออกไป"

"และแอนโชคดีที่เวลาที่เราหลงไป จะมีคนรอบข้างที่รักและหวังดีคอยหยิกคอยเตือนให้เรารู้ตัวเสมอ"

 "ตอนนั้นก็มีอารมณ์แบบเรื่องมาก แต่งหน้านาน จะเป็นคนยากๆ หน่อย เล่นตัวนิดๆ เป็นจริตที่น่ารำคาญ (หัวเราะ) แต่เรื่องทำงานแอนร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีปัญหาเรื่องงาน จะมีก็เรื่องจุกจิกๆ มากกว่า นวยนาดบ้างในบ้างครั้ง แต่สักพักความไม่น่ารักของเรามันจะสะท้อนให้เราเห็นผ่านคนรอบข้างเราทันทีเลย"

"เพราะคนรอบข้างจะแสดงออกว่าไม่อยากยุ่งกับเราแล้ว เราก็จะรู้ตัวและต้องปรับปรุง พอมองย้อนไปเราก็มีบ้างที่มานั่งเสียใจกับการกระทำของตัวเอง แอนต้องบอกว่าแอนไม่ใช่คนเพอร์เฟ็กสมบูรณ์อะไรขนาดนั้น แต่โดยเนื้อแท้เรารู้ตัวเองว่าเราไม่ได้เลว ไม่ใช่คนชั่วอะไรขนาดนั้นค่ะ"

เจ็บหนักเพราะโดนหักหลังก็มี?

"โดนหักหลังหนักถึงขั้นโดนโกงเลยก็มี ตอนนั้นตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ แค้นมาก ทำไมเราโง่แบบนี้ ธรรมดาคนโกง คือ คนเลว อยู่แล้ว แถมเขาลอยนวลและชนะเราด้วย"

 "บางทีคนแพ้ไม่ใช่คนโง่นะ แต่เราก็ต้องแพ้ไป ทำให้เรารู้สึกเจ็บใจมากและทำให้รู้ว่าบางทีคนที่ชนะก็ไม่ใช่คนดีเสมอไป แต่ในทางกลับกันประสบการณ์เป็นวิชาให้เราระวังตัวมากขึ้น เป็นการลับคมเราไปในตัว"

"ถึงเราจะเสียรู้เราจะล้มแต่แอนเป็นคนไม่ยอมล้มนานค่ะ ไม่อยากเสียเวลาดราม่านานแอนจะลุกมาสู้ต่อได้เร็ว แต่ถามว่าดราม่าไหมมีดราม่านะ แต่ไม่นานเพราะมันไม่ช่วยอะไรค่ะ"

"แต่เรื่องโดนโกงเราเปิดเผยไม่ได้เพราะถ้าพูดปุ๊บก็รู้เลยว่าตัวละครนั้นเป็นใคร แต่ก็เป็นคนในวงการนี่แหละ เท่าที่ทราบชีวิตเขาก็ไม่ได้ดีนักหรอก ชีวิตพินาศไปแล้วค่ะ"

คุยเรื่องชีวิตมาพอสมควรแล้ว ขออัพเดทเรื่องความรักกับคุณ "เอ ทินพันธ์" หน่อย คำถามสุดฮอต คือ เมื่อไหร่จะแต่งงาน?

"ยังไม่แต่งค่ะ (หัวเราะ) มันมีข้อตกลงบางอย่างที่แอนกับคุณเอเรายังตกลงกันในการจัดการไม่ได้ ก็ยังไม่ลงตัวทำให้ยังไม่แต่งงานเท่านั้นเอง และเป็นเรื่องที่บอกใครไม่ได้ด้วยแต่ไม่ใช่เรื่องอื่นๆ เพราะเรื่องอื่นๆ เรารู้จักกันมากพออยู่แล้วค่ะ"


แอน-เอ

สุดท้ายให้แอนฝากถึงแฟนๆ  ของเราหน่อย?

"ละครอกเกือบหักแอบรักคุณสามี ที่ออนแอร์อยู่ก็เป็นละครที่แอนคิดว่าเหมือนเป็นน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจคนในช่วงนี้ ดูแล้วสบายใจ แอนหวังว่าละครเรื่องนี้จะทำให้ทุกคนหายเครียดได้บ้างไม่มากก็น้อย แอนก็ฝากละครเรื่องนี้ไว้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ"

ไม่บ่อยนักที่จะได้พูดคุยกับเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุมแบบนี้ ยิ่งคุยยิ่งทำให้เห็น ความตั้งใจ ความจริงจัง และมุมมองการใช้ชีวิตที่ดีมีแง่งามให้เก็บมาคิดตาม และหมดคำถามไปเลยว่า ทำไมเธอจึงได้ตำแหน่งเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงและครองความนิยมในวงการบันเทิงมาได้ยาวนานถึง 30 ปี