ล่าตัวจ่าแดงสอบเกี่ยวค้ากระสุนเกือบหมื่นนัดให้เคเอ็นยูถล่มพม่า
แหล่งข่าวจาก ทบ.แจ้งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการ ทบ. สั่งการตรวจสอบถึงการลักลอบขนเครื่องกระสุนอย่างเร่งด่วนว่ามีกำลังพลทหารเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ โดยเบื้องต้นกองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 กำลังเร่งตรวจสอบว่า จ.ส.อ.แดงที่เป็นข่าวพัวพันการค้าอาวุธและกระสุนสงครามว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ ส่วนที่อ้างว่า จ.ส.อ.แดงเคยอยู่ในหน่วยจู่โจม ร.12 พัน 3 รอ. จากการตรวจสอบที่ทำเนียบการฝึกจู่โจมไม่มีทหารที่ชื่อ จ.ส.อ.แดง ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น ทั้งนี้ น่าจะเป็นการซัดทอดของผู้ที่กระทำความผิดมากกว่า อย่างไรก็ตาม กระสุนปืนใน ร.12 พัน 3 รอ. เมื่อได้ตรวจสอบยังอยู่ครบไม่มีหายไปจากกองพัน
ขณะที่การขยายผลคดีนี้นั้น พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา สั่งการให้ พ.อ.ธาราพงษ์ มะละคำ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ ตรวจสอบแล้วพบว่ากำลังพลที่มีชื่อเล่น แดง ภายในหน่วยมี 1 นาย คือ จ.ส.อ.ปัญญา ผลสะอาด แต่ จ.ส.อ.ปัญญาให้การว่า ไม่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับนายชูชาติ และ พร้อมให้ความร่วมมือถ้ามีการชี้ตัว และไม่เคยเข้ารับการศึกษาหลักสูตรจู่โจมร่วมกับนายชูชาติ ชุบขุนทด มาก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ธาราพงษ์ตรวจสอบกระสุนที่ถูกจับเป็นของกลาง โดยประสานกับ สภ.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชร พบว่ากองพันทหารราบที่ 3 ไม่มีรหัสกระสุนดังกล่าวในครอบครอง นอกจากนี้ ยังตรวจสอบรายชื่อกองกำลังพลของหน่วยที่เคยเข้าเรียน ในหลักสูตรจู่โจม รุ่น 52 ปี 2537 ร่วมกับนายชูชาติ มีจำนวน 8 นาย ไม่มีกำลังพลที่มีชื่อเล่นแดง และในเรื่องที่นายชูชาติ ชุบขุนทด ได้กล่าวอ้างว่าจ่าแดง สังกัด ร.12 พัน 3 รอ.นั้น จากการซักถามนายชูชาติโดยตรง นายชูชาติให้การว่า จ่าแดง ที่กล่าวอ้างถึงไม่มั่นใจว่า จ่าแดง สังกัดหน่วยใดใน จ.สระแก้ว เพียงแต่ติดต่อกันหลายครั้งที่ตลาดโรงเกลือ เข้าใจว่า จ่าแดง น่าจะสังกัด ร.12 พัน 3 รอ. และ พ.อ.ธาราพงษ์ได้รายงานให้หน่วยเหนือรับทราบแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.แม่ฮ่องสอนว่า จากการตรวจสอบประวัตินายจะโพ ชนกลุ่มน้อยใน อ.แม่สะเรียง พบว่าเป็นคนคนเดียวกันกับบุคคลที่มีชื่อว่านายซะพอ เป็นผู้มีอิทธิพลและมีอำนาจอยู่ในกองบัญชาการของกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก กับ อ.แม่สะเรียง ตั้งฐานที่มั่นและด่านเก็บภาษีเข้าออกใกล้กับด่านโจ๊ะล๊ะ โดยเคเอ็นยูเตรียมกำลังสะสมอาวุธเพื่อต่อสู้รัฐบาลพม่าอีกครั้ง ภายหลังกองกำลังพม่าร่วมกับกะเหรี่ยงพุทธ (ดีเคบีเอ) โจมตีกองพลที่ 7 ของเคเอ็นยู ตรงข้าม ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เมื่อปลายเดือนมิถุนายน สร้างความเสียหายให้กับเคเอ็นยูอย่างหนักหน่วง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.อ.ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด และนายโภคากรณ์ สินสกลวัฒน์ นายอำเภอท่าสองยาง ตรวจสอบพบอาวุธปืนอาก้า 47 จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 4 กระบอก ปืน ปรส. 1 กระบอก ปืนกล 1 กระบอก กระสุนปืน ค 60 จำนวน 5 ลูก กระสุนปืนเล็กหลายร้อยนัด กับระเบิดทำจากท่อพีวีซีหลายชุด และยาเวชภัณฑ์ต่างๆ อีกมากมาย ที่ฝ่ายทหารพราน ทหารราบยึดได้จากบริเวณชายแดนไทย-พม่า บ้านแม่พลู หมู่ 6 ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก คาดว่าน่าจะเป็นอาวุธของฝ่ายเคเอ็นยู
พล.ต.ต.ศิรินทร์ ผดุงชีวิตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ.จว.) กำแพงเพชร กล่าวว่า เจ้าหน้าที่วางแผนสืบสวนหาข่าวขยายผลในการจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาขนเครื่องกระสุน พร้อมกับให้ชุดสืบสวนและตำรวจ สภ.ทรงธรรม ลงพื้นที่ ค่ายทหารสังกัดค่าย ร.12 พัน 3 กองกำลังบูรพา อ.อรัญประเทศ หาตัว จ.ส.อ.แดง ว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ สำหรับผู้ต้องหาทั้งสองคน ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนหาความจริง ที่มาของเครื่องกระสุน และตรวจสอบรหัสของเครื่องกระสุนว่ามีที่มาอย่างไร รวมทั้งสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 2 ว่ามีพฤติกรรมการลักลอบค้าอาวุธสงครามหรือไม่เกี่ยวพันกับชนกลุ่มน้อยกลุ่มใด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


