เครือข่ายสลัม 4 ภาค แถลง “คนไม่มีกินกำลังจะอดตาย” จากวิกฤติ “โควิด-19”

เครือข่ายสลัม 4 ภาค แถลง “คนไม่มีกินกำลังจะอดตาย” จากวิกฤติ “โควิด-19”

เครือข่ายสลัม 4 ภาค แถลง “คนไม่มีกินกำลังจะอดตาย” จากวิกฤติ “โควิด-19”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางสังคมเป็นปัญหาที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน จากการแถลงการณ์ของเครือข่ายสลัม 4 ภาค แสดงว่า คนไทยอยู่ใต้เส้นความยากจนมากถึง 6.7 ล้านคน ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 1.4 ล้านคน โดยหนี้สินครัวเรือนของไทย มีจำนวนมากกว่า 13.23 ล้านล้านบาท หรือเป็นร้อยละ 79.1 ของ GDP เมื่อผนวกรวมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ก็ยิ่งทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในขณะที่หลายคนสามารถปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม และมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ได้อย่างไม่เดือดร้อน ก็ยังมีคนอีกมากมาย ทั้งคนหาเช้ากินค่ำ แรงงานนอกระบบ พนักงานบริการ แรงงานภาคการเกษตร หรือแม้แต่แรงงานในระบบประกันสังคมเองที่ต้องสูญเสียรายได้จากมาตรการของรัฐบาล และอาจกล่าวได้ว่า สังคมไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ “คนไม่มีกินกำลังจะอดตาย”

นักวิจัยชี้ มาตรการป้องกันโควิด-19 ทำร้าย “คนจนเมือง” มากกว่าช่วยเหลือ

ในงานเสวนา “เสียงจากผู้ไม่มีกิน สะท้อนมาตรการเยียวยารัฐบาลและข้อเสนอ” ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 17 เม.ย. 2563 เครือข่ายสลัม 4 ภาคจึงได้มีข้อเสนอต่อรัฐบาล สำหรับการเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ดังนี้

  1. ประชาชนทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปควรได้รับเงินจากมาตรการเยียวยาความเดือดร้อนพื้นฐาน 5,000 บาทเพื่อให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม หรือใช้มาตรการจ่ายเงินรายได้พื้นฐานถ้วนหน้า (ประมาณ 3,000 บาท เป็นเวลา 2 เดือน) โดยใช้เส้นความยากจน ซึ่งงดเว้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยหรือมีสวัสดิการรองรับ ขณะที่นักเรียนก็ควรได้รับค่าอุปกรณ์การศึกษาในช่วงการเรียนที่บ้าน และนิสิตนักศึกษาก็ได้ลดค่าหน่วยกิตและค่าหอพัก
  2. ลดค่าบริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน 50% อย่างน้อย 3 เดือน เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสาร ค่าทางด่วน ขณะเดียวกันก็ลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับสินค้าจำเป็นพื้นฐาน
  3. ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดการงดชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยอย่างแท้จริง รวมทั้งยุติการคำนวณดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ลดดอกเบี้ยหนี้สินเกษตรกร หนี้การศึกษา กยศ. และหนี้สินเชื่อผู้ประกอบการ SME
  4. ผ่อนปรนให้มีการเปิดพื้นที่ค้าขายหรือเปิดตลาด เพื่อให้คนที่เดือดร้อนสามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย โดยมีการจัดการที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา
  5. รัฐบาลออกประกาศห้ามเจ้าของที่ดิน หน่วยงานรัฐ ไล่ประชาชนออกจากที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย
  6. ภาคประชาชนควรมีส่วนร่วมในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบเงินกู้สำหรับฟื้นฟูเยียวยา โดยเครือข่ายสลัม 4 ภาค เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนสนับสนุนฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยใช้กลไกผ่านทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเป็นกลไกที่ภาคประชาชนทั้งคนจนเมืองและคนจนชนบทมีส่วนร่วม ทั้งยังเข้าถึงผู้เดือดร้อนโดยตรง
  7. รัฐบาลควรพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมให้เป็นระบบถ้วนหน้า เพียงพอต่อการดำรงชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาครัวเรือนประสบภาวะฝืดเคือง โดยการเพิ่มเงินในส่วนนี้จะช่วยแบ่งเบาภาระครัวเรือนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

มาตรการสวัสดิการถ้วนหน้าจะสร้างหลักประกันให้กับประชาชนผ่านวิกฤติโรคโควิด-19 ไปได้ พร้อมกันนี้ ประชาชนทุกชนชั้นที่มีความรู้ความสามารถก็มีโอกาสยกระดับคุณภาพชีวิตตัวเอง แม้จะเป็นสถานการณ์ที่ทุกคนต่างได้รับผลกระทบ แต่เครือข่ายสลัม 4 ภาคก็เชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันต่อสู้กับวิกฤติดังกล่าว เพื่อผ่านวิกฤติโรคโควิด-19 ไปได้ด้วยกัน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล