หนุ่มขับรถแอปดังเล่านาทีตะลึงงัน ลูกค้าฝากซื้อของ-เปิดห้องไปเจอนอนแก้ผ้ารอ

หนุ่มขับรถแอปดังเล่านาทีตะลึงงัน ลูกค้าฝากซื้อของ-เปิดห้องไปเจอนอนแก้ผ้ารอ
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่หนุ่มขับรถจากแอปพลิเคชั่นชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัย หลังจากเจอลูกค้าสั่งซื้อของ ซึ่งพอนำไปส่งลูกค้าสั่งให้เปิดประตูห้องเข้าไปได้เลย และต้องเจอกับภาพที่ลูกค้าเป็นชายกำลังนอนแก้ผ้ารอ

ล่าสุด (4 เม.ย.) นายเอ (นามสมมุติ) เจ้าของโพสต์ดังกล่าว ซึ่งเป็นคนขับรถแอปฯ ดังใน จ.อุดรธานี บอกว่า เหตุเกิดวันที่ 2 เม.ย. ที่ผ่านา ประมาณ 17.30 น. มีงานลูกค้าเด้งเข้ามาให้ไปรับ ตอนนั้นก็กดรับคำสั่งไม่ได้คิดอะไร ระหว่างที่เดินทางไปรับลูกค้า ทางลูกค้าได้ส่งข้อความมาผ่านทางข้อความฝากซื้อออยโลชั่นทาผิวที่ร้านสะดวกซื้อ

แต่ตนไม่รู้ว่าลูกค้าจะให้ซื้อโลชั่นยี่ห้ออะไร จึงบอกให้ลูกค้าถ่ายรูปส่งมา แต่ลูกค้าบอกให้ไปดูที่ห้อง ซึ่งตนคิดว่าจะเสียเวลาจึงบอกให้ลูกค้ารีบถ่ายรูปส่งมา หลังจากนั้นลูกค้าก็ถ่ายรูปโลชั่นที่ถ่ายติดเป้ากางเกงในของลูกค้ามาให้

ตนเริ่มสะดุดว่าทำไมลูกค้ากล้าถ่ายรูปแบบนี้ แต่ถ้ากดยกเลิกงานมันก็จะเสียงาน งานต่อไปมันก็จะรับยากเพราะเสียเครดิตของเรา คิดว่ารีบซื้อรีบไปส่งให้เสร็จ เลยซื้อโลชั่นในราคา 86 บาท แล้วเอาไปส่งลูกค้าที่ห้อง

แต่ตอนนั้นลูกค้าไม่ลงมา จึงคิดว่าลูกค้าคงกำลังอาบน้ำ หรือทำอย่างอื่นอยู่ จึงขึ้นไปให้ที่ห้องตามที่ลูกค้าบอกชั้นบอกห้องไว้ พอเปิดประตูห้องเข้าไป เห็นลูกค้านอนเอาผ้าปิดตาปิดส่วนบนของหน้า ใส่กางเกงในตัวเดียว ทาออยที่ท้องที่เป้ากางเกง ตอนนั้นตกใจ แต่เอาโทรศัพท์ถ่ายรูปเอาไว้

นายเอ บอกอีกว่า ตั้งแต่ทำงานมาไม่เคยเจอเคสแบบนี้ ดูเหมือนลูกค้าเขามีอารมณ์ค้างรึเปล่า แล้วตนก็เรียกลูกค้าเอาออยโลชั่นให้เขา แล้วเขาก็เอาเงินให้ แต่ระหว่างนั้นลูกค้ามองแต่ที่เป้ากางเกงของตน ตนก็เอามือปิดไว้ รีบส่งของเพื่อให้เสร็จ เพื่อที่จะได้จบไว ๆ เมื่อลูกค้าเอาเงินให้ ตนจึงถามว่าจะให้ไปส่งที่ไหน ลูกค้าก็บอกว่าไม่ให้ไปส่ง แค่ให้ซื้อออยให้เท่านั้น

ตนจึงออกจากห้องบอกให้ลูกค้ากดยกเลิกออร์เดอร์ให้ ซึ่งตนไม่ได้โวยวายด่าลูกค้า แต่ลูกค้าก็กลับไปนอนท่าเดิมเอาผ้ามาปิดตาอีก ตนจึงเปิดประตูเข้าไปอีก บอกว่ารบกวนกดยกเลิกให้ด้วยตอนนี้ เพราะถ้าไม่ยกเลิกแล้วจะรับงานไม่ได้ ลูกค้าจึงลุกขึ้นมากดโทรศัพท์ยกเลิกให้ ซึ่งตนไม่ได้ค่าเดินทางแม้แต่บาทเดียว ได้แต่ค่าออยที่เป็นเงินของตัวเองจ่ายซื้อของให้ลูกค้าก่อนเท่านั้น

ทั้งนี้ จากการถามรุ่นพี่ ก็ไม่มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ตนจึงตัดสินใจโพสต์เตือนเพื่อนร่วมอาชีพ